“โรคตาแดง” โรคที่ต้องระวังช่วงฝนตกน้ำท่วม เผยอาการอันตราย-วิธีป้องกัน
หน้าฝน น้ำท่วม ปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองคือ โรคตาแดง ที่หากไม่ทันระวังละเลย อาจติดเชื้อที่รุนแรงถึงขั้นทำให้การมองเห็นลดลงและดวงตาพิการได้
ในช่วงหน้าฝนที่ ไทยกำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ อีกหนึ่งของโรคที่ควรระวัง คือโรคตาแดง ที่อาจดูเป็นโรคธรรมดาหายเองได้ แต่จริงๆ แล้ว เป็นภัยสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม โดยโรคตาแดง เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา จากการติดเชื้อไวรัส กลุ่มอาดิโนไวรัส ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือ และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง ไม่ติดต่อทางการสบสายตา หรือการรับประทานอาหารร่วมกัน
อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน ระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน มักพบผู้ติดเชื้อไวรัสตาแดงในฤดูฝน ระยะเวลาของโรคจะเป็นประมาณ 5-14 วัน หากไม่มีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ
การติดต่อของโรคตาแดง
- การคลุกคลีใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคตาแดง
- ใช้เสื้อผ้าหรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
- ปล่อยให้ฝุ่นละอองหรือน้ำสกปรกเข้าตา
- ปล่อยให้แมลงหวี่หรือแมลงวันตอมตา
- ไม่รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะมือและใบหน้า
อาการโรคตาแดงทำไมถึงอันตราย ?
ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัส จะมีอาการตาแดง เคืองตา ตาขาวจะมีสีแดงเรื่อๆ น้ำตาไหล เจ็บตา มักจะมีขี้ตามากร่วมด้วย จากการติดเชื้อแบคทีเรียร่มด้วย ต่อมน้ำเหลืองหลังหูมักเจ็บและบวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจะติดต่อมายังตาอีกข้างได้
สาเหตุของโรคตาแดง
- เกิดจากการติดเชื้อ โดยเชื้อที่ทำให้เกิดโรคตาแดงมีอยู่สองชนิด คือ เชื้อไวรัส (Viral Conjunctivitis) จะมีอาการตาแดงบวม เจ็บตา เคืองตามาก น้ำตาไหล มีขี้ตาไม่มากหรือมีเป็นเมือกใสๆ และตาไวต่อแสงส่วนเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Conjunctivitis) จะมีอาการตาแดงและเคืองตา เช่นกัน แต่สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ มีขี้ตาสีเขียวหรือสีเหลืองเกาะอยู่รอบๆ ดวงตาและขนตามากกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนเช้า
- ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เกิดได้จากการเป็นภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis) ไม่ว่าแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น หรือขนสัตว์เลี้ยง การได้รับควันบุหรี่ ฝุ่นในโรงงาน การว่ายน้ำแล้วดวงตาสัมผัสกับสารคลอรีนในสระ การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือแม้แต่แอร์ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดก็ล้วนมีส่วนทำให้เกิดโรค มือที่สัมผัสสารเคมีทั้งกรดและด่างแล้วไปจับหรือขยี้ตา การใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยใช้สายตาเพ่งจอเป็นเวลานาน หรืออยู่ในห้องแอร์ที่อุณหภูมิเย็นมากๆ และนั่งกลางแจ้งโดนแดดนานๆ ก็ทำให้เป็นโรคตาแดงได้ทั้งสิ้น
การรักษาโรคตาแดง
รักษาตามลักษณะอาการของโรค เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสยังไม่มียาฆ่าเชื้อโดยตรง ถ้ามีขี้ตามากก็หยอดยาปฏิชีวนะ มีไข้ เจ็บคอ ก็ใช้ยาแก้อักเสบร่วมกับยาลดไข้ ยาลดปวด พยายามรักษาสุขภาพ พักผ่อนให้มากๆ โดยเฉพาะการใช้สายตาในช่วงที่มีอาการตาแดงอย่างรุนแรง ไม่ควรทำงานดึก ควรนอนให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องปิดตา ยกเว้นมีกระจกตาอักเสบ เคืองตามาก จึงปิดตาเป็นครั้งคราว ไม่ควรให้เชื้อไวรัสแพร่กระจาย ควรงดการใช้ผ้าเช้ดหน้าร่วมกัน ทุกครั้งที่จับตาควรล้างมือให้สะอาด ผู้ป่วยไม่ควรลงเล่นน้ำในสระ จะแพร่กระจายเชื้อไวรัสไปในน้ำได้
เทคนิคจัดการความเครียดจากน้ำท่วม แนะฝึกหายใจ ช่วยปรับสภาพจิตใจ
การป้องกันโรคตาแดง
- ล้างมือด้วยน้ำสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ
- ไม่คลุกคลีใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย
- ถ้ามีฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา ควรล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที
- อย่าปล่อยให้แมลงหวี่ หรือแมลงวันตอมตา
หมั่นดูแลรักษาความสะอาดของร่างกาย สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ให้สะอาดอยู่เสมอ ผู้ป่วยโรคตาแดงควรหยุดเรียน หรือหยุดงานรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้โรคตาแดงลุกลาม หรือติดต่อสู่คนอื่นโดยโรคตาแดงไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ทั้งนี้แม้ว่าจะเป็นโรคที่ดูไม่ร้ายแรง แต่ถ้าละเลยหรือไม่ทำการรักษาก็อาจจะทำให้ตาแดงเรื้อรัง เส้นเลือดตาอักเสบเรื้อรัง หรือติดเชื้อที่รุนแรงถึงขั้นทำให้การมองเห็นลดลงและดวงตาพิการได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ โรงพยาบาลพญาไท 2
8 สิ่งที่ควรทำหลังน้ำลด และ วิธีล้างบ้านขจัดเชื้อราเพื่อสุขอนามัยดี
เดินลุยน้ำเท้าเปล่า ระวังโรคฉี่หนู เผยอาการสุ่มเสี่ยง อันตรายถึงชีวิต