เกิดอุบัติเหตุ ข้อเท้าเคล็ด พลิก แพลง ควรทำอย่างไร? อันตรายหรือไม่?
ข้อเท้าเคล็ด ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง คือ อาการบาดเจ็บที่พบเจอได้บ่อย หากได้รับการรักษาไม่เหมาะสมอาจปวดเรื้อรัง และมีโอกาสเจ็บซ้ำได้ง่ายขึ้น เผยอาการ ภาวะแทรกซ้อน และวิธีดูแลที่ถูกต้อง
ปัญหาข้อเท้าเคล็ด ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง จากอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้บ่อย ซึ่งหากไม่รุนแรง ร่างกายสามารถซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เสียหายได้เองประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากหลังเกิดการบาดเจ็บ 1 เดือน แต่ยังมีอาการปวดอยู่ หรือข้อเท้าพลิก 3 เดือน แล้วอาการยังไม่หาย หรือมีการบาดเจ็บที่อวัยวะส่วนอื่นร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ เพราะจากปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจนำไปสู่ อาการปวดเรื้อรัง หรือ โรคข้อเท้าอักเสบได้
ข้อเท้าเคล็ด ข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง คืออะไร
- ข้อเคล็ด หรือข้อแพลง (Sprains) คืออาการบาดเจ็บเนื่องมาจากข้อเคลื่อนไหวมากเกินไป จากการชน บิด พลิก อย่างแรงทำให้เยื่อหุ้มข้อหรือเอ็นรอบๆ ข้อฉีกขาดหรือช้ำ บริเวณที่พบมากได้แก่ ข้อเท้า ข้อมือ หัวเข่า และหัวไหล่
- ข้อเท้าเคล็ด ข้อเท้าแพลง (Ankle Sprain) มักเกิดจากอุบัติเหตุที่มีการบิด หมุน หรือพลิกของข้อเท้าจนเกินช่วงการเคลื่อนไหวปกติ ทำให้เอ็นยึดข้อต่อถูกยืดออกมากหรือฉีกขาดจนเกิดการบาดเจ็บขึ้น บางครั้งจึงเรียกภาวะข้อเท้าพลิก
- ข้อเท้าพลิก เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดในการเล่นกีฬา และถูกมองว่าสามารถรักษาดูแลอาการด้วยตนเองได้ที่บ้าน แต่หากการรักษาไม่เหมาะสม อาจทำให้มีอาการปวดซ้ำๆ ไปอีกหลายปี จากการศึกษาพบว่าประมาณ 20-30% ของผู้ที่เคยข้อเท้าพลิกและเกิดภาวะข้อเท้าแพลง จะเพิ่มโอกาสการบาดเจ็บซ้ำได้ง่ายขึ้น และประสบกับภาวะไม่มั่นคงของข้อเท้าแบบเรื้อรัง
อาการข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง
- พบได้ตั้งแต่อาการปวด บวม แดง ซึ่งส่วนใหญ่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเดินลงน้ำหนักเท้าได้
- เจ็บปวดบริเวณข้อเท้า โดยเฉพาะเมื่อต้องลงน้ำหนักที่เท้า
- ข้อเท้าบวม มีรอยช้ำเลือด หรือสีผิวบริเวณข้อเท้าเปลี่ยนไป
- เกิดอาการยึดตึงบริเวณข้อเท้า
- ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ
- รู้สึกข้อเท้าไม่มั่นคง
- อาจมีความรู้สึกหรือได้ยินเสียงแตก ขณะที่ข้อเท้าพลิก
3 ระดับอาการข้อเท้าแพลง
- ความรุนแรงระดับที่ 1 (mild) ภาวะเส้นเอ็นยึดข้อถูกยืด หรือขาดเพียงเล็กน้อย มีอาการเจ็บไม่รุนแรง ยังสามารถเดินลงน้ำหนักได้ตามปกติ
- ความรุนแรงระดับที่ 2 (moderate) ภาวะเส้นเอ็นฉีกขาดบางส่วน เริ่มมีอาการปวดบวม เดินลงน้ำหนักได้เล็กน้อย
- ความรุนแรงระดับที่ 3 (severe) ภาวะเส้นเอ็นฉีกขาดทั้งหมด มีอาการปวดและบวมอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเดินลงน้ำหนักได้
สาเหตุข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง
- การหกล้มที่ทำให้ข้อเท้าบิด
- แรงกระแทกจากการกระโดดหรือหมุนตัว
- การเดินหรือออกกำลังกายบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
- ถูกเหยียบหรือทับอย่างรุนแรงบริเวณข้อเท้า
- อุบัติเหตุ เช่น ตกบันได ก้าวพลาด ตกส้นสูง หรือ อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกาย
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง
- การเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่ต้องกระโดด กลิ้ง หรือบิดเท้า เช่น บาสเกตบอล เทนนิส ฟุตบอล และการวิ่งเทรล
- การเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือสภาพสนามที่ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อเท้าพลิกหรือแพลงได้
- อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าก่อนหน้า ทั้งที่เคยข้อเท้าแพลง ข้อเท้าพลิก หรือบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าแบบอื่น ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะข้อเท้าจะพลิกหรือแพลงอีกครั้ง
- สภาพร่างกายไม่ดี ข้อเท้ามีความแข็งแรงหรือความยืดหยุ่นต่ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเท้าพลิกหรือแพลงเมื่อเล่นกีฬา
- รองเท้าที่ไม่เหมาะสม ไม่พอดีกับเท้า หรือไม่เหมาะกับกิจกรรม รวมถึงการสวมรองเท้าส้นสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้น
“ที่นอนแข็ง” ช่วยลดอาการปวดหลังได้? แนะท่านอนที่ถูกต้องลดปวดหลังได้!
ภาวะแทรกซ้อนจากข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง
การไม่รักษาข้อเท้าพลิกหรือแพลงอย่างเหมาะสม การทำกิจกรรมเร็วเกินไปหลังจากข้อเท้าพลิกหรือแพลง หรือข้อเท้าพลิกหรือแพลงซ้ำๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
- อาการปวดข้อเท้าเรื้อรัง
- ความไม่มั่นคงของข้อเท้าเรื้อรัง
- โรคข้อเท้าอักเสบ
- ข้อเสื่อม
การดูแลตนเองเบื้องต้น
การรักษาข้อเท้าพลิกหรือแพลงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ ซึ่งโดยทั่วไป หากอาการไม่รุนแรง อาจรักษาดูแลบรรเทาอาการด้วยตนเอง
- รับประทานยาแก้ปวด กรณีรู้สึกปวดข้อเท้า
- พันรัดบริเวณข้อเท้าที่พลิกหรือแพลง เพื่อลดอาการบวม โดยไม่พันรัดรอบข้อเท้าจนแน่นเกินไป
- การพัก หรือหยุดใช้งานข้อเท้าบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ประมาณ 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วง 6 ชั่วโมงแรกที่มีอาการ
- ประคบเย็น ด้วยถุงน้ำแข็งหรือผ้าชุบน้ำเย็นบริเวณข้อเท้าประมาณ 15-20 นาที จนกระทั่งไม่บวม และประคบซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง หรือวันละ 2-3 ครั้ง กรณีผู้ป่วยมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรืออาการป่วยทางประสาทสัมผัสการรับรู้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยกข้อเท้าขึ้น เพื่อลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องลงน้ำหนัก มีแรงกด หรือกระทบกระเทือนบริเวณข้อเท้า
การป้องกันข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง
- อบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเสมอ
- ระมัดระวังในการเดิน วิ่ง หรือทำงานบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
- ใช้ผ้าพยุงข้อเท้าหรือเทปพันข้อเท้าที่เคยได้รับบาดเจ็บ
- สวมรองเท้าที่พอดีและออกแบบมาเพื่อกิจกรรมอย่างเหมาะสม
- งดการสวมรองเท้าส้นสูง
- หลีกเลี่ยง หรือเพิ่มความระมัดระวังในเล่นกีฬาหรือร่วมทำกิจกรรมที่ไม่ถนัด
- รักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
- ฝึกการทรงตัว และ ฝึกการรักษาสมดุลของร่างกาย
การรักษาข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลง
กรณีข้อเท้าพลิกหรือข้อเท้าแพลงไม่รุนแรง เส้นเอ็นบาดเจ็บและฉีกเพียงเล็กน้อย ร่างกายสามารถซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เสียหายและอาการปวดข้อเท้าได้เองประมาณ 2-3 สัปดาห์ แต่หากหลังเกิดการบาดเจ็บ 1 เดือน แต่ยังมีอาการปวดอยู่ หรือข้อเท้าพลิก 3 เดือน แล้วอาการยังไม่หาย หรือมีการบาดเจ็บที่อวัยวะส่วนอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาความรุนแรง โดยแพทย์จะทำการรักษาอย่างเหมาะสม ดังนี้
- ใช้อุปกรณ์ช่วย นอกจากการใช้ผ้ายืดพันยึดรอบข้อเท้า แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใช้อุปกรณ์แบบสวมพยุงข้อเท้า (Brace) หรือไม้เท้าช่วยพยุง
- การบำบัด หลังอาการปวดบวมหายไป ผู้ป่วยอาจต้องฝึกออกกำลังเคลื่อนไหวร่างกายโดยเฉพาะบริหารบริเวณข้อเท้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของเอ็น นอกจากนี้การฝึกทรงตัวภายใต้คำแนะนำของแพทย์ก็มีความจำเป็นเช่นกัน
- การทำหัตถการ กรณีอาการปวดบวมไม่บรรเทาลง ผู้ป่วยอาจต้องใส่เฝือกดามบริเวณข้อเท้า จนกว่าอาการจะดีขึ้นและกลับมาเดินได้ตามปกติ
- การผ่าตัด กรณีอาการรุนแรง หรือไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีอื่นๆ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด เช่น
- การผ่าตัดส่องกล้องบริเวณกระดูกหรือกระดูกอ่อนที่อาจเกิดการแตกหักหรือเสียหาย
- การผ่าตัดรักษาเส้นเอ็นที่ยึดตึงและเสียหาย โดยนำเอ็นข้อต่อหรือเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงมาซ่อมแซมเอ็นเนื้อเยื่อส่วนที่เสียหาย หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนซึ่งควรดูแลตนเองและพักฟื้นร่างกายตามคำแนะนำของแพทย์และพบแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อรับการตรวจและติดตามผล รวมถึงรับการบำบัด และบริหารกล้ามเนื้อเส้นเอ็นส่วนต่างๆ เพื่อรักษาความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
โรคหัวใจจากพันธุกรรม วิธีการตรวจยีน รู้ก่อนลดความเสี่ยงชะลอโรค
3 เทรนด์ออกกำลังกายเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เพิ่มผลลัพธ์ที่มากกว่า