วัคซีนไข้เลือดออก จำเป็นแค่ไหน? ฉีดพร้อมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่?
ข้อมูลล่าสุด พบว่าทั่วประเทศมีผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 3,550 รายเสียชีวิตแล้ว 5 ราย ถือว่าต่ำกว่าปีที่ผ่านมา แต่เป็นโรคที่ไม่ควรประมาทเพราะอันตรายถึงชีวิตโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ชวนรู้จักวัคซีนไข้เลือดออกช่วยลดความรุนแรงได้
ไข้เลือดออก หนึ่งในโรคที่ต้องระวัง ซึ่งจากข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ล่าสุด พบว่าโรคไข้เลือดออกต่ำกว่าปีที่ผ่านมา 4.8 เท่า โดยมีผู้ป่วย 3,550 ราย ผู้เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มวัยเรียน และอัตราป่วยตายสูงในกลุ่มผู้สูงอายุ
โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมียุงลาย (Aedes aegypti) เป็นพาหะนำโรค โดยโรคนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญ เพราะไม่มียารักษาเฉพาะ ผู้ป่วยจำเป็นต้องรักษาตามอาการเท่านั้น
ไข้เลือดออกมี 4 สายพันธุ์ หากเคยติดเชื้อแล้วจะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้น แต่ยังสามารถติดเชื้อสายพันธุ์อื่นได้ การติดเชื้อซ้ำมักส่งผลให้อาการรุนแรงขึ้นกว่าครั้งแรก ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายเกิดภาวะช็อกและอาจเสียชีวิตได้ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้น การฉีดวัคซีนจึงช่วยลดความรุนแรงของโรคหากเกิดการติดเชื้อซ้ำ และอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้โดยไม่เลือกวัย แม้โรคนี้ยังไม่มียารักษาเฉพาะ แต่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนไข้เลือดออก ซึ่งไม่เพียงช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ แต่ยังช่วยลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อขึ้นมาอีกด้วย วัคซีนไข้เลือดออกจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยรุนแรงได้
วัคซีนไข้เลือดออก ป้องกันได้แค่ไหน ?
วัคซีนไข้เลือดออก Qdenga มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคสูง โดยสามารถลดโอกาสการติดเชื้อได้ถึง 80% และลดความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาลได้มากถึง 90% ฉีดเพียง 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำว่าต้องฉีดกระตุ้นเพิ่มในภายหลัง
วัคซีนไข้เลือดออกปลอดภัยไหม ?
วัคซีน Qdenga ผ่านการศึกษาทดลองในหลากหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รับรองความปลอดภัย โดยมีการใช้งานแล้วในกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และฉีดให้กับผู้คน พบว่าอาการข้างเคียงไม่รุนแรง เช่น ปวด บวมแดงบริเวณที่ฉีด หรือมีไข้เล็กน้อย (พบเพียง 10%) มักหายเองใน 2-3 วัน เช่นเดียวกับวัคซีนชนิดอื่น
ฉีดวัคซีนได้เมื่อไร? หากเพิ่งหายจากไข้เลือดออก
ไข้เลือดออกเป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้ โดยครั้งที่สองมีโอกาสรุนแรงมากขึ้น หากคุณเพิ่งหายจากโรค แนะนำให้เว้นระยะ 6 เดือน ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
มีโรคประจำตัว ฉีดวัคซีนได้ไหม ?
คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง มีความเสี่ยงป่วยไข้เลือดออกรุนแรงมากกว่าคนปกติถึง 2-4 เท่า ดังนั้นจึงยิ่งควรได้รับการป้องกันด้วยวัคซีน โดยปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนฉีด
ข้อควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนไข้เลือดออก
เลื่อนฉีดเข็มที่ 2 ได้ไหม
วัคซีน Qdenga ต้องฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน หากจำเป็นต้องเลื่อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรฉีดให้ครบทั้ง 2 เข็ม
ฉีดวัคซีนไข้เลือดออกพร้อมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม
สามารถฉีดวัคซีนไข้เลือดออกพร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในวันเดียวกัน โดยฉีดที่แขนคนละข้าง
ฉีดแล้วจะป่วยไข้เลือดออกได้อีกไหม
วัคซีนมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อ 80% แต่หากติดเชื้อ วัคซีนยังช่วยลดโอกาสป่วยรุนแรงและการนอนโรงพยาบาลได้ถึง 90%
ใครบ้างควรฉีดวัคซีนไข้เลือดออก
ทุกคน สามารถรับวัคซีนไข้เลือดออกเหมาะสำหรับทุกวัย สามารถฉีดได้ในผู้ที่มีอายุระหว่าง 4 ถึง 60 ปี โดยไม่จำเป็นต้องตรวจภูมิคุ้มกันก่อน และสามารถฉีดได้ทั้งผู้ที่เคยหรือไม่เคยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมาก่อน การฉีดวัคซีนประกอบด้วย 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่าง 3 เดือนระหว่างเข็มแรกและเข็มที่สอง
ไข้เลือดออกไม่ใช่โรคที่เลือกพื้นที่ แม้ในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร ยังพบอัตราการระบาดสูงทุกปี ดังนั้น การปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัวด้วยการฉีดวัคซีนไข้เลือดออกจึงเป็นเรื่องสำคัญ การฉีดวัคซีนช่วยให้คุณและคนที่คุณรักใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวล ไข้เลือดออกไม่มีคำว่าปลอดภัยสำหรับใคร ดังนั้นอย่ารอให้ป่วย การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกคือการลงทุนที่คุ้มค่า ช่วยปกป้องสุขภาพของทุกคนในครอบครัว ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก สามารถรับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับคำแนะนำในการรับวัคซีนที่เหมาะสมกับคุณ และคนในครอบครัว
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2