วิธีคัดกรองมะเร็งช่องปากด้วยตนเอง เผยจุดสังเกตสัญญาณอันตราย
มะเร็งช่องปาก นับเป็นมะเร็งชนิดโตเร็ว แต่แพร่กระจายช้า จึงทำให้อาจรุนแรงทะลุใบหน้าได้ ยิ่งพบเร็วโอกาสรักษายิ่งสูง เผยสัญญาณและวิธีคัดกรองโรคด้วยตัวเองและการตรวจเนื้อเยื่ออ่อน
มะเร็งช่องปาก มักจะเกิดกับกลุ่มคนอายุ 40 ปี ขึ้นไปที่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือคนที่อยู่ทางแถบภาคอีสานที่ยังมีการเคี้ยวหมากอยู่ การเคี้ยวหมากก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยงด้วยเหมือนกันนอกจากนี้ งานวิจัยปัจจุบันยังระบุว่าการติดเชื้อไวรัสก่อมะเร็ง Human papillomavirus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ก็เป็นอีกสาเหตุของปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งช่องปากเช่นกันซึ่งการติดเชื้อ HPV ในช่องปากนั้นมีความสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก (Oral sex)
Magnific/opatsuvi
ปวดฟัน
อาการแสดงของมะเร็งช่องปาก
การมีแผลเรื้อรัง หรือมีก้อนนูนในช่องปากเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ เช่นเดียวกับการเกิดรอยขาว และรอยแดงในช่องปาก พร้อมกันนี้ยังได้เสริมถึงลักษณะอาการของโรคมะเร็งช่องปากว่า แผล หรือก้อน
มะเร็งช่องปาก สามารถเกิดได้ทุกจุด แต่จุดที่พบบ่อยคือลิ้น ช่วงข้างลิ้น กับใต้ลิ้นที่จะเจอบ่อยที่สุด ซึ่งต่างกับแผลร้อนในตรงที่แผลจากมะเร็งในช่องปากนี้จะไม่หาย เป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ ส่วนลักษณะของแผลก็จะมีทั้งแบบที่ขอบยกนูน ขอบแข็ง บางคนอาจไม่มีอาการเจ็บเลยก็ได้ แต่แค่เห็นว่าเป็นรอยแผล ซึ่งก็เคยมีเคสที่เป็นแผลมานานแล้ว แต่เจ้าตัวไม่มาพบหมอ มาพบอีกที สุดท้ายตรวจพบว่า เป็นมะเร็งในช่องปาก
ตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากเบื้องต้นด้วยตนเอง
- ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
- ดึงริมฝีปากบนขึ้น ตรวจดูเยื่อบุด้านในส่วนบน และเหงือก ด้านนอก
- ยกริมฝีปากบนขึ้น ตรวจดูริมฝีปากบน
- ยกริมฝีปากด้านข้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ตรวจดูที่กระพุ้งแก้ม และเหงือกด้านใน
- ดึงริมฝีปากล่างลง ตรวจดูเยื่อบุด้านใน ส่วนล่าง และเหงือกด้านนอก
- แหงนหน้า ตรวจดูเพดานแข็ง
- อ้าปากและใช้ไม้ กดลิ้น ตรวจดูต่อมทอนซิล เพดานอ่อนและลิ้นไก่
- ยกลิ้นขึ้น ตรวจดูลิ้นด้านล่างและพื้นปากใต้ลิ้น
- แลบลิ้นและใช้ผ้าก๊อซรองนิ้วมือจับดึงลิ้นออกมา ตรวจดูลิ้นและ ด้านข้างของลิ้น
สำหรับผู้ที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงแนะนำว่าต้องตรวจคัดกรองมะเร็งในช่องปาก ซึ่งทำได้โดยการตรวจเนื้อเยื่ออ่อนทั่วไปได้ “ผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่มีแผลในช่องปาก อาจจะไม่รู้ว่าจะต้องตรวจหรือไม่ อย่างไร การตรวจคัดกรองด้วยเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากโดยทันตแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ จึงเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยได้ เช่นเดียวกับผู้ที่ไม่มีอาการ แต่มีความกังวลก็สามารถมาตรวจได้เช่นกัน เพราะการตรวจเนื้อเยื่ออ่อนเป็นการตรวจเพื่อจะดูว่ามีมะเร็งในช่องปาก หรือรอยโรคก่อมะเร็งหรือไม่ หากว่ามีรอยโรค ก็จะข้ามไปอีกสเต็ปหนึ่งที่ต้องมีการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจอย่างละเอียด
ส่วนในแง่ของคนที่ไม่มีรอยโรคเลย แต่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือ เคี้ยวหมาก รวมไปถึงการตรวจพบว่าติดเชื้อ HPV ในช่องปาก กลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ต้องมีการตรวจติดตาม เพื่อเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งช่องปากให้ผู้ป่วย
มะเร็งช่องปากเป็นมากในผู้สูงวัยเพราะอะไร
เป็นเรื่องปกติผู้สูงวัยที่มักจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปาก หากเป็นเรื่องฟันก็พบปัญหาฟันสึก ฟันแตก ฟันผุง่าย เรื่องเหงือกก็จะพบโรคปริทันต์ หรือรำมะนาด ส่วนในเรื่องของช่องปากอื่นๆ ก็จะพบว่ามีอาการปากแห้ง การรับรสที่เปลี่ยนไป หรือบางรายพบว่ามีอาการแสบในช่องปากได้ง่าย เช่นเดียวกับกลุ่มรอยโรคก่อนมะเร็ง หรือรอยโรคมะเร็งช่องปากที่สามารถพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ นั่นเป็นผลจากการที่ผู้สูงอายุมีความเสื่อมถอยของอวัยวะในช่องปาก ทั้งฟัน เหงือก และเนื้อเยื่ออ่อน ร่วมกับโรคในระบบต่างๆ หรือยาหลายๆ ชนิดก็ส่งผลต่อสุขภาวะในช่องปาก ทำให้มีอาการปากแห้ง และแสบในช่องปากได้
นอกจากนี้การสะสมของสารก่อมะเร็งจากบุหรี่ หมาก หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาเป็นเวลายาวนานก็มักจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในช่องปาก เกิดเป็นรอยโรคก่อนมะเร็ง หรือมะเร็งช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุได้เช่นกัน
การรักษามะเร็งช่องปากตามระยะ
ก่อนที่จะเป็นมะเร็งช่องปาก มักมีลักษณะในช่องปากที่เป็นสัญญาณ สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็ง แต่รอยโรคเหล่านี้มักไม่มีอาการ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้าใจว่าไม่เป็นอะไร พอมาพบหมอเพื่อตรวจก็มักจะมีอาการมากแล้ว คุณหมอได้บอกว่านั่นเป็นที่มาของการรักษาที่ยากลำบากสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ “ปกติผู้ป่วยที่ไม่ค่อยได้สกรีนมา ก็มักจะเป็นระยะท้ายๆ คือ ระยะที่ 3 – 4 แล้ว และมักจะมาพบหมอตอนที่อาการหนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีอาการอะไร หรือพอเกิดอาการขึ้นมาก็ต้องรอจนทนไม่ไหวแล้วถึงมาหาหมอ บางคนอาจจะมีอาการเจ็บ มีอาการชา มีเลือดออกผิดปกติ หรือฟันโยกผิดปกติ แต่บางคนก็อาจจะไม่มีอาการ ซึ่งพอมาทำการรักษาในระยะที่ 3 – 4 แล้ว ก็จะทำได้ยาก ซับซ้อนกว่า และอัตราการรอดชีวิตก็จะต่ำว่า
ดังนั้น ถ้ามีการตรวจคัดกรองแล้วเจอตั้งแต่ระยะแรกๆ หรือระยะก่อนมะเร็ง การรักษาจะไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะถ้าเป็นระยะก่อนมะเร็งอาจจะแค่ตัดออก แล้วคอยติดตามอาการต่อเนื่องเท่านั้น แต่ถ้าเป็นมะเร็งแล้ว ก็จะขึ้นอยู่กับระยะถ้าเป็นในระยะแรกๆ ไม่ได้ลามไปต่อมน้ำเหลืองหรือจุดอื่น มีขนาดเล็กอยู่ ผลสำเร็จของการรักษาก็จะค่อนข้างสูง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน และ โรงพยาบาลราชวิถี