ดอกมะลิ กินได้ไหม? สัญลักษณ์วันแม่แห่งชาติ สรรพคุณมะลิแก้ร้อนในบำรุงหัวใจ
สิงหาคม เดือนแห่งการบอกรักแม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติที่มีดอกมะลิเป็นโซ่คล้องใจความรัก รู้หรือไม่ ? มะลิเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย เผยวิธีทำชามะลิ เป็นของขวัญที่หอมอร่อยสรรพคุณเยอะถูกใจคุณแม่!
เดือนสิงหาคมของทุกปี เป็นอันรู้กันของเหล่าบรรดาลูกๆ ว่าเป็นวันสำคัญวันแม่แห่งชาติ และนิยมนำมะลิเป็นเครื่องแทนใจกราบไหว้ผู้เป็นแม่เพื่อแสดงถึงความรักและกตัญญู เนื่องจากดอกมะลิ เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและมีสีขาวผุดผ่อง เปรียบเสมือนกับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูก นอกจากความหมายที่ดีแล้วยังมีกลิ่นหอมจึงนิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร อาทิ ข้าวแช่ ชาดอกมะลิ หรือจะแค่น้ำเปล่าลอยดอกมะลิก็หอมชื่นใจแก้กระหายได้เป็นอย่างดี แต่น้อยคนจะรู้ว่ามะลินั้นเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่สามารถกินได้!
ดอกมะลิกับประโยชน์ต่อสุขภาพ
มะลินอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของ วันแม่แห่งชาติแล้วยังเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาและบำรุงร่างกายได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในตำรายาไทยได้มีการนำดอกมะลิมาใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ โดยดอกมะลิถูกจัดให้เป็นยารสหอมเย็น ดังนั้นจึงมีสรรพคุณช่วยในการรักษาอาการดังกล่าวได้ ทั้งนี้สำหรับการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า ดอกมะลิมีฤทธิ์หลายชนิด เช่น ฤทธิ์กระตุ้นประสาท ฤทธิ์กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ฤทธิ์ขยายหลอดเลือดและฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ
ดอกมะลิมีความสำคัญมากกว่าการมีกลิ่นหอมเพราะในเชิงสรรพคุณทางยา ดอกมะลินับว่าเป็นเครื่องยาเด่นตัวหนึ่งในตำรับยาไทยหลายตำรับ มะลิ มีรสหอมเย็น สรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ดับพิษร้อน ช่วยให้ผ่อนคลาย ทำให้จิตใจชุ่มชื่น บำรุงครรภ์ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แพทย์แผนไทยจัดไว้เป็นตัวยาชนิดหนึ่งในพิกัดเกสรทั้ง 5 เกสรทั้ง 7 และเกสรทั้ง 9 มะลิ เป็นส่วนผสมหลักของ ยาหอมเทพจิตร ซึ่งมีสรรพคุณแก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย ช่วยให้จิตใจสงบ ปรับสมดุลในร่างกายให้ ผ่อนคลาย ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้ประชาชนได้รู้จักประโยชน์ของมะลิในมิติของยาไทยและได้รับรู้ถึงสรรพคุณของสมุนไพรใกล้ตัวปลูกได้เอง ปรุงใช้ได้เองง่ายๆ ซึ่งในปัจจุบันดอกมะลิถูกนำมาสกัดเป็นเครื่องหอมใช้ในธุรกิจสปาทั่วโลกรวมถึงสุคนธบำบัดมีการใช้มะลิแต่งกลิ่นในเครื่องสำอางหลายชนิด เหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ของดอกมะลิทั้งสิ้น
นอกจากนี้ประเทศไทยมักเจอกับสภาพอากาศร้อนถึงร้อนจัดซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจของคนที่ต้องปะทะกับไอร้อนดังกล่าว เช่น การเสียเหงื่อ รู้สึกทรมานจากอากาศที่ร้อนจัด จิตใจไม่สบาย หงุดหงิด และหากร่างกายอ่อนเพลียอาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายดังนั้นวิธีการดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อนมากๆนี้ตามหลักการแพทย์แผนไทย คนสมัยโบราณมักจะใช้เครื่องหอมต่าง ๆ ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะที่สมดุล บรรเทาภาวะที่ร้อนระอุ และช่วยให้จิตใจสงบสบายขึ้นจากเครื่องหอมไทย เช่น แป้งร่ำ แป้งหอม แป้งจากเกสรดอกไม้ ซึ่งจะมีดอกมะลิเป็นส่วนประกอบ รวมถึงแป้งดินสอพอง นำมาผสมกับน้ำลอยดอกมะลิที่มีกลิ่นหอม ใช้ทาผิวหน้า ผิวตัว จะช่วยให้สดชื่น
ข้อแนะนำและข้อควรระวังการใช้ดอกมะลิ
- ดอกมะลิ ที่ปัจจุบันมีการนำมาผสมแต่งกลิ่นใบชาเขียว ไม่ควรกินเป็นประจำติดต่อกันนานๆ อาจทำให้ความจำไม่ดี ลืมง่าย
- รากมะลิ หากใช้มากไปอาจทำให้สลบได้
- ในการใช้ดอกมะลิในทางสุคนธบำบัดไม่ควรใช้ในปริมาณที่มีความเข้มข้นมากเกินไป หรือ ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะกลิ่นหอมแรงเกินไป อาจส่งผงให้อาการหน้ามืดวิงเวียน และคลื่นไส้ได้
- ดอกมะลิเป็นยารสหอมเย็น ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะอาจไปแสลงกับโรคลมจุกเสียดแน่นได้
ในการใช้ทุกๆ ส่วนของมะลิเป็นสมุนไพรในการบำบัดรักษาโรคนั้น ควรระมัดระวังในการใช้โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดี ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากจนเกินไป หรือ ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ สำหรับ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยเรื้องรังรวมถึง ผู้ที่ต้องรับประทานยาต่อเนื่องเป็นประจำ ก่อนจะใช้มะลิบำบัดรักษาโรคควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
วิธีชงชามะลิไปฝากแม่ในวันแม่แห่งชาติปีนี้!
ชามะลิ (Jasmine Tea) คุณดื่มในปริมาณที่พอเหมาะสมองจะทำการปลดปล่อยสารกระตุ้นประสาทออกมา เช่น โดพามีน, เซโรโทนิน ที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว ปรับปรุงด้านความจำให้มีประสิทธิภาพ ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ นอกจากการบำรุงสมองแล้ว ชามะลิยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย
วัตถุดิบสำหรับการทำชามะลิ
- ดอกมะลิสด
- ใบชาแห้ง
- น้ำสะอาด
- ขั้นตอนสำหรับการทำชามะลิ เริ่มจากการหมักใบชาแห้ง และดอกมะลิเข้าด้วยกัน
- นำใบชาแห้ง เทลงในขวดโหลที่มีฝาปิด
- นำดอกมะลิสด วางทับลงบนใบชาแห้งให้ทั่ว และนำใบชาแห้งทับดอกมะลิสดอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้กลิ่นนั้นติดใบชาก่อนนำไปต้ม
- หาสิ่งของใดก็ได้ที่คุณมีอยู่ในครัวเรือน เช่น กระปุกขนาดเล็กนำใส่ลงไปในขวด เพื่อเป็นแรงกดทับให้ใบชา และดอกมะลิสดเรียบแบน เป็นการให้กลิ่นของดอกมะลิแทรกซึมกระจายอย่างทั่วถึง จากนั้นปิดฝาให้ทิ้งไว้ 1 คืนก่อนนำมาต้ม
หลังจากที่ผ่านไปหนึ่งคืน คุณสามารถนำชาที่หมักไว้นำมาต้มเพื่อเป็นเครื่องดื่มได้ทันที โดยทำตามวิธีต่อไปนี้
- นำหม้อใส่น้ำสะอาดปริมาณ 8 ออนซ์ ตั้งไฟจนน้ำเดือด
- ตักชามะลิที่คุณนั้นหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ช้อนชา ใส่หม้อลงไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที
- สังเกตได้สีของน้ำต้มที่เริ่มเปลี่ยนไปเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ และมีกลิ่นหอมของดอกมะลิลอยขึ้นมา
- กรองเศษใบชา และดอกมะลิออกจากน้ำต้มเพื่อให้ได้น้ำชามะลิที่พร้อมดื่ม
ทั้งนี้ควรเลือกซื้อดอกมะลิจากแหล่งที่เชื่อถือได้ว่าปลอดสารพิษและควรล้างก่อนทุกครั้งนำมาประกอบอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ด้วยนะคะ ^^
ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส.,เมดไทยและhellokhunmor
ลิสต์อาหารป้องกัน “มะเร็งเต้านม”ชะลอโรคลุกลามกระตุ้นภูมิคุ้มกัน!
5 ผลไม้บำรุงเลือดช่วยระบบไหลเวียนโลหิต ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจตาย