อาหารที่ผู้ป่วยเกาต์กินได้แต่พอดี-ควรเลี่ยง ป้องกันปวดข้อกำเริบ
“โรคเกาต์” โรคที่สัมพันธ์กับอาหารโดยตรง แนะอาหารที่ผู้ป่วยต้องลดความถี่ในการกิน หรือหลีกเลี่ยงการกิน เพื่อป้องกันอาการปวดข้อกำเริบ พร้อมรู้จัก พิวรีน ตัวการก่อสารยูริกเพิ่มความเสี่ยงโรค!
“อย่ากินไก่เยอะนะ เดี๋ยวเป็นเกาต์” คือคำเตือนที่เป็นเรื่องจริง เพราะเนื้อไก่สารพิวรีนอยู่มาก ทำให้เกาต์กำเริบมากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าคนที่เป็นโรคเกาต์หรือข้ออักเสบจะกินไก่หรือสัตว์ปีกไม่ได้เลย แต่ควรกินแต่พอดี หรืออยู่ใต้คำแนะนำของแพทย์ เช็กเลยอาหารประเภทไหนบ้างที่ควรงด หรือแค่ลดความถี่ ลดปริมาณลงก็พอ
พิวรีน (Purine) สารประกอบที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบแต่ไม่ใช่โปรตีน สารชนิดนี้จะทำให้เกิดกรดยูริก (uric acid) ซึ่งเป็นตัวทำให้ข้อปวดบวม
อาหารควรลดความถี่ในการกินลงเล็กน้อย
ลดอาหารที่มีปริมาณพิวรีน 75 มิลลิกรัม ในอาหาร 100 กรัม โดยแนะนำให้เลือกรับประทานได้ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื้อสัตว์รับประทานได้ 60-90 กรัมต่อครั้ง ผักในกลุ่มด้านล่างนี้รับประทาน ½ ถ้วยตวงต่อวัน ได้แก่
- เนื้อสัตว์ เช่น ไก่ ปู ปลาแซลมอน กุ้งมังกร หอยนางรม แฮม
- ผัก เช่น ดอกกะหล่ำปลี เห็ด ผักโขม ถั่วลันเตา หน่อไม้ฝรั่ง
- ข้าวแป้ง เช่น ข้าวโอ๊ต ขนมปังหวานประเภทโรล บิสกิต วีตเจิร์ม (จมูกข้าวสาลี)
อาหารควรลดหลีกเลี่ยงกินได้สัปดาห์ละครั้ง
สารพิวรีน 75-150 มิลลิกรัม ในอาหาร 100 กรัม ควรเลือกรับประทานอาหารในกลุ่มนี้สัปดาห์ละครั้ง ได้แก่
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เบคอน ลิ้นวัว เป็ด ห่าน นกพิราบ ปลาไหล หอยต่าง ๆ ไข่นกกระทา
- ผัก เช่น ตำลึง สะตอ ใบขี้เหล็ก (ครั้งละ ½ ถ้วยตวง)
อาหารเสี่ยงโรคหัวใจกำเริบ ตัวการทำคอเลสเตอรอลพุ่งหลอดเลือดตีบ
อาหารที่ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรงดกิน!
อาหารที่มีสารพิวรีนสูงมาก คือ 150-1,000 มิลลิกรัมในอาหาร 100 กรัม ได้แก่
- เครื่องในสัตว์ทุกชนิด อาหารทะเลบางชนิด (ปลาไส้ตัน ปลาอินทรีย์ ปลาซาร์ดีน กุ้ง หอยเซลล์ กะปิ ไข่ปลา)
- น้ำสกัดหรือตุ๋นเนื้อ น้ำเกรวี น้ำปลา ซุป ซุปก้อน ยีสต์ ธัญพืช (ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง)
- ผักบางชนิด (กระถิน ชะอม)
นอกจากที่กล่าวมาที่ควรงดแล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรกินคือ เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์และน้ำตาล แม้จะมีพิวรีนไม่มาก แต่กระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ของร่างกายจะทำให้เกิดกรดยูริคได้ ดังนั้นควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้น้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลจากข้าวโพด จะไปเพิ่มกรดยูริคให้ร่างกายได้ด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ภาพจาก : Shutterstock
“น้ำมันตับปลา” วิตามินสูง กินให้ได้ประโยชน์สูงสุด-ไม่เกิดโรคแทรกซ้อน
“ปลา” โปรตีนชั้นดีย่อยง่าย ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ-ลดความดันโลหิต