โภชนาการผู้ป่วยโรคไตทุกระยะ เลือกกินโปรตีน โพแทสเซียม คุมโรคอยู่หมัด
ผู้ป่วยโรคไตการกินนับเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยคุมโรค โดยเฉพาะการลดเค็ม ลดโซเดียม แนะโภชนาการที่ถูกต้องช่วยคุมโรคในผู้ป่วยระยะแรกๆ
หัวใจสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคไต คือ การลดเค็ม จึงต้องมีการจำกัดการรับโซเดียมให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนั้นแล้ว โรคไตยังมีความเฉพาะเจาะจงของการกำหนดสารอาหารในการรับประทานต่อวัน เช่น โปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแร่ธาตุต่างๆ ตามระยะของโรคที่เป็นมากกว่าโรคทั่วไป ดังนั้น การควบคุมอาหารอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของโรค และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีไตเสื่อมอยู่ในระยะ 3 เป็นต้นไปแล้วก็ตาม จะช่วยดูแลและชะลอความเสื่อมของไตได้
อาหารที่คนเป็นโรคไตห้ามรับประทานมีอะไรบ้าง หลักการเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคไต
โซเดียม
การลดเค็มคือหลักการสำคัญในการดูแลผู้ป่วยโรคไต แนะนำว่าควรรับประทานเกลือน้อยกว่า หรือเท่ากับ 1 ช้อนชาต่อวัน หรือ โซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
- ลดการเติมเครื่องปรุง เช่น น้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม เกลือ ผงชูรส ลงไปในอาหาร
- หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป (processed meat) เช่น ไส้กรอก เบคอน กุนเชียง แหนม หมูยอ เพราะมีเกลือและไขมันสูง
- หลีกเลี่ยงเบเกอรี่ ขนมอบ เนื่องจากมีการใส่ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาในการทำขนมซึ่งมีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ รวมถึงอาหารแช่แข็ง ของหมักดอง ขนมกรุบกรอบ ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ
โปรตีน
ควรเลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา อกไก่ สันในไก่ สันในหมู ในปริมาณที่เหมาะสมกับระยะของโรค โดยปริมาณโปรตีนในหนึ่งวันที่ผู้ป่วยโรคไตควรได้รับในแต่ระยะของโรคนั้น มีดังนี้
- โรคไตระยะ 1-3 A ไม่จำเป็นต้องมีการจำกัดโปรตีน แต่ให้รับประทานได้เป็นปกติ ในสัดส่วน 1.0-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- โรคไตระยะที่ 3B-5 และยังไม่ได้ล้างไตอาจจะต้องมีการเลือกชนิดและควบคุมประมาณการบริโภคโปรตีน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ไตทำงานหนัก รวมถึงช่วยดูแลและชะลอการเสื่อมของไตได้ดี โดยรับประทานสารอาหารประเภทโปรตีนได้ไม่เกินวันละ 0.6-0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
- โรคไตที่มีการล้างไตแล้ว อาจจะรับประทานโปรตีนเป็นปกติได้ หรืออาจรับประทานโปรตีนได้ถึง 1.3-1.4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เพื่อชดเชยโปรตีนที่สูญเสียไประหว่างการล้างไตด้วยได้
ฟอสฟอรัส
ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะ 3 ขึ้นไป จะมีการขับฟอสฟอรัสได้น้อยลง ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะที่ 3 ขึ้นไปหรือมีระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูง จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น
- อาหารจำพวกนม
- โยเกิร์ต
- นมถั่วเหลือง
- ไข่แดง
- เครื่องในสัตว์
- ปลากรอบ
- เต้าหู้
- ข้าวโอ๊ต ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
- ธัญพืชต่างๆ เช่น งาขาว งาดำ เมล็ดฟักทอง ถั่วต่างๆ
- น้ำอัดลมสีเข้ม น้ำแร่
- ขนมปัง ไอศครีม
แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสต่ำได้ในสัดส่วนที่เหมาะสม
- ข้าวขาว
- ขนมปังขาว
- วุ้นเส้น
- เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่
- ไข่ขาว
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- น้ำขิง น้ำมะนาวโซดา
โพแทสเซียม
ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะที่ 3 ขึ้นไป จะมีการขับโพแทสเซียมได้น้อยลง ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีไตเสื่อมในระยะที่ 3 ขึ้นไปหรือมีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น
- อาหารจำพวกผักสีเข้ม เช่น บล็อกคโคลี่ คะน้า หัวปลี กะหล่ำดอก แครอท
- ในส่วนของผลไม้ เช่น ส้ม ทุเรียน แตงโม มะละกอ แก้วมังกร ฝรั่ง ขนุน
อาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำที่สามารถกินได้ในปริมานที่เหมาะสมคือ
- กะหล่ำปลี
- ยอดมะระ
- ผักกาดขาว
- ผักบุ้ง
- มะเขือยาว
- ผลไม้ เช่น เงาะ มังคุด สับปะรด แอปเปิล
"โปรตีนไข่ขาว" เพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วยโรคตับช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ
ไขมัน
แนะนำให้กินอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว
- น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนล่า น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก
- เนื้อปลาทะเล
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น
- น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว
- เนย กะทิ
- เครื่องในสัตว์
- หมูสามชั้น
เมนูอาหารแนะนำ
- เมนูอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีนคุณภาพดี และมีรสจืด เช่น
- ข้าวต้มไก่
- ไก่ผัดพริกหยวก
- ต้มข่าเห็ด
- ยำวุ้นเส้น
- สเต็กปลากระพง
- สลัดเปรี้ยวหวาน
- ผัดยอดมะระหมูสับ
- ต้มจืดผักกาดขาววุ้นเส้น เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโรคไตนั้นมีความจำเพาะของโรคมาก ดังนั้น หากท่านอยากทราบสารอาหารที่เหมาะสมกับระยะของโรคไตที่ท่านกำลังเป็นอยู่ แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคไตโดยตรงจะดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช
ภาพจาก : Freepik
“ไข่ต้ม”ทำไมเป็นการปรุงไข่ที่โปรตีนสมบูรณ์แบบที่สุด
8 กลุ่มอาหารควรหลีกเลี่ยง โซเดียมสูง เสี่ยงโรคไตเรื้อรัง -โรคหัวใจ