เอสเปรสโซ (Espresso) ต่างกับ กาแฟดำ(Black Coffee) อย่างไร?
เอสเปรสโซ (Espresso) เมนูกาแฟยอดนิยม เต็มไปด้วยความหนักแน่นของรสชาติกาแฟแบบคับแก้ว ชวนรู้จักวิธีชง ประโยชน์ และข้อแตกต่างของเมนูกาแฟที่คล้ายกัน
กาแฟ (Coffee) เครื่องดื่มนิยม ที่หลายคนติดจนกลายเป็นไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะด้วย ชื่นชอบในรสชาติ กินให้ตื่น หรือตื่นมาเพื่อกินก็แล้วแต่ ซึ่งนิยมกินทั้งแบบร้อนๆ และใส่น้ำแข็งกินแล้วชื่นใจ ซึ่งบางคนชื่นชอบกินกาแฟเพียวๆ บางคนก็ชอบผสมนมหรือน้ำผลไม้ลงไปตามชอบ ซึ่งก็ไม่มีอะไรผิดอะไรถูก แล้วแต่ชื่นชอบ และด้วยความหลากหลายสนุกสนานเหล่านี้ จึงกลายเป็นเมนูที่สร้างสรรค์ ซิกเนเจอร์แต่ละคาเฟ่ แต่จะมีหนึ่งเมนูที่ดูธรรมดาแต่ก็นับเป็นต้นกำเนิดของกาแฟหลายเมนูเลยทีเดียว นั้นคือ เอสเปรสโซ (espresso)
ถ้าพูดถึงเมนูกาแฟที่เข้มข้นถึงใจแล้ว คงหนีไม่พ้น เอสเปรสโซ (Espresso) ซึ่งชงโดยใช้แรงอัดไอน้ำหรือน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟคั่วที่บดละเอียด ซึ่งเอสเปรสโซ มาจากคำภาษาอิตาลี แปลว่า “เร่งด่วน” และด้วยวิธีการชงแบบใช้แรงอัด ทำให้เอสเปรสโซ มีรสชาติกาแฟซึ่งเข้มข้นและหนักแน่น กว่า อเมริกาโน (Americano) เจือจางความเข้มแล้วด้วยน้ำเปล่า(บางสูตรใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง หรือน้ำผลไม้ลงไปเจือความเข้ม) เพราะรสชาติเข้มข้นและหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้เอง ทำให้คอกาแฟดื่มเอสเปรสโซโดยไม่ปรุงด้วยน้ำตาลหรือนม และมักจะเสิร์ฟเป็นชอต เพื่อให้ปริมาณไม่มากจนเกินไป โดยผู้ที่ดื่มเอสเปรสโซ มักกระดกทีเดียว (รีบสมชื่อ)
เอสเปรสโซ กับ กาแฟดำ ต่างกันอย่างไร ?
- เอสเปรสโซ (Espresso) ต้องชงด้วยเครื่องที่มีแรงดันไอน้ำสูง เวลาที่เหมาะสมที่สุดนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 20 วินาที/กาแฟ 1 ช็อต เพื่อสกัดเอารสชาติและกลิ่นออกมา
- กาแฟดำ (Black Coffee) จะใช้เครื่องชง เช่น French Press หรือ Dripping หรือแม้กระทั่งกาแฟสำเร็จรูปใส่น้ำร้อนก็นับเป็นกาแฟดำเช่นกัน
เสี่ยงไตวาย! “กาแฟลดน้ำหนัก” เช็กผลข้างเคียง-วิธีตรวจความปลอดภัย
หลายการศึกษาบ่งชี้ว่าการดื่มกาแฟที่ไม่ปรุงแต่ง อย่าง เอสเปรสโซ กาแฟดำ อเมริกาโน(ไม่เติมหวาน) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง เพิ่มการเผาผลาญพลังงานส่งเสริมการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและป้องกันโรคเรื้อรังหลายชนิด อย่างไรก็ตามไม่ควรการดื่มกาแฟเกิน3-4 ถ้วยต่อวัน บางคนอาจต้องจำกัดการบริโภครวมถึงผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เด็กและวัยรุ่น และผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง และแน่นอนหากดื่กเกินไปอาจทำให้ปวดหัว เวียนหัว ใจสั่น คลื่นไส้และอาเจียนได้ กาแฟช่วยให้ร่างกายตื่นตัวการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นอาจส่งผลให้นอนไม่หลับหรือนอนหลับไม่สนิทได้ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาด้านการนอนหลับอยู่แล้ว
ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะชอบกินกาแฟแบบไหน ก็ขอให้เอนจอยกับกลิ่นหอมๆ และรสชาติของเขาเพราะเราคือเพื่อนกันนะคะ ^^
ขอบคุณข้อมูลจาก : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย
"ชา" หรือ "กาแฟ" เช็กประโยชน์ เลือกเครื่องดื่มให้เหมาะกับเรา
ดื่มกาแฟก่อนอาหารเช้า อาจกระตุ้นกรดไหลย้อน-น้ำตาลพุ่ง เครียดกว่าเดิม?