ลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี ผลไม้เปรี้ยวอมหวาน สารต้านอนุมูลอิสระสูง
อีกหนึ่งผลไม้ที่เชื่อว่าหลายคนรู้จัก คือ เจ้าลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี เพราะสีสันและรสชาติที่โดดเด่น ยังเต็มไปด้วยประโยชน์และข้อควรระวังก่อนกินด้วย!
ลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี (Mulberry) โดยทั่วไปแล้วหม่อนที่เรารู้จักกันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ หม่อนที่ปลูกเพื่อกินผล (ชื่อสามัญ Black Mulberry, ชื่อวิทยาศาสตร์ Morus nigra L.) ชนิดนี้ผลจะโตเป็นช่อ เมื่อสุกผลจะเป็นสีดำ มีรสเปรี้ยวอมหวาน นิยมนำมารับประทาน ทำแยม หรือ นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ส่วนอีกชนิดนั้นก็ คือ หม่อน ที่ใช้ปลูกเพื่อการเลี้ยงไหมเป็นหลัก โดปัจจุบันมีการนำมัลเบอร์รีมาใช้ทำของหวานมากมายเพราะมี สีสันสวยงาม และ รสชาติหวานอมเปรี้ยวอร่อยไม่แพ้ตระกูลเบอร์รีต่างๆเลย
ลูกหม่อน เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ อาทิ กรดโฟลิก ซึ่งพบว่า ทารกที่เกิดจากมารดาที่ขาดกรดโฟลิก มีความเสี่ยงที่จะพิการทางสมองและประสาท ไขสันหลัง ยังพบสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโธไชยานิน เควอซิติน ที่มีส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ตำรับยาโบราณมีการใช้ผลหม่อนต้มบริโภคทั้งเนื้อและน้ำแก้โรคไขข้ออักเสบ ท้องผูก โลหิตจาง และขับเสมหะ มีผลงานวิจัยหลายสถาบันในประเทศไทย มหาวิทยยาลัยทางการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และงานวิจัยหลายประเทศของลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี ดังนี้
ประโยชน์จากลูกหม่อน
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชื่อ Anthyocyanin ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
- มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ ไต ลดการเกิดสิว ลดอาการปวดประจำเดือน
- ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก สาเหตุของโรคอัมพฤก อัมพาต
- มีวิตามินซี สูง ช่วยป้องกันหวัด โรคภูมิแพ้ โรคปอด วัณโรค ป้องกันเชื้อไวรัส
- มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก (ป้องกันแสงสีน้ำเงินเข้าทำลายเลนส์ตา) บำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิให้ระบบหายใจ บำรุงผิว ลดการอักเสบของสิว
- มีกรดโฟลิค หรือวิตามินใบไม้ หรือวิตามินเอ็ม ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันทารกพิการ ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หญิงแรกตั้งครรภ์เดือนแรกต้องการกรดโฟลิค
- ช่วยแก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด
- ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย
“ดอกขจร” ผักพื้นบ้านยอดนิยม ปรุงได้หลากหลายเมนู ประโยชน์สรรพคุณเด่น
ข้อแนะนำก่อนกินลูกหม่อน
- การเลือกใบหม่อนเพื่อทำยา หรือ ทำชาสำหรับดื่ม ควรเลือกใบเขียวสด ดูอวบทั่วทั้งใบ
- ไม่ควรใช้ใบหม่อนต่อเนื่อง และในปริมาณที่มากๆ เพราะอาจได้รับสารแทนนินที่มีผลต่อระบบการต่อระบบการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดท้องอืด อาหารไม่ย่อยได้
- หากพบมีอาการแพ้ หรือ มีผลผิดปกติในร่างกายจากการใช้ใบหม่อน ให้หยุดการใช้ทันที
ผู้ป่วยที่ใช้ยารักษาเบาหวานในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ α-glucosidase เช่น Acarbose ควรระมัดระวังในการใช้หม่อนร่วมกับยานี้ เนื่องจากหม่อน มีฤทธิ์ยับยั้ง α-glucosidase ได้เช่นกัน ดังนั้นหม่อนอาจจะไปเสริมฤทธิ์ของยา ทำให้น้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมากได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เลย และ disthai
กินอาหารตามกรุ๊ปเลือด เสริมระบบเผาผลาญ ช่วยลดน้ำหนักตามเป้าหมาย
อาหารชะลออัลไซเมอร์ ช่วยบำรุงสมอง ไม่ต้องรอให้อายุเยอะก็กินได้!