“กุยช่าย” ผักกลิ่นฉุน มีประโยชน์ธาตุเหล็กสูงช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง
กุยช่าย หรือ ผักไม้กวาด ผักฉุน ฤทธิ์ร้อนยอดนิยม แคลอรีต่ำ ประโยชน์เยอะ แต่ต้องกินแต่พอดี กินเยอะเสี่ยงท้องเสียร้อนใน
กุยช่าย มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน คือ กุยช่ายเขียวและกุยช่ายขาว ซึ่งลักษณะจะไม่แตกต่างกัน แต่จะแตกต่างในเรื่องของกระบวนการปลูกและการดูแลรักษา อีกหนึ่ง ผักกลิ่นฉุน มีฤทธิ์ร้อน เป็นพืชล้มลุกที่อยู่ในตระกูลเดียวกับหอม และกระเทียม ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณ นำไปทำทั้งของคาวและของว่าง อาทิ ผัดดอกไม้กวาดใส่ตับหมู/ขนมกุยช่าย หรือ กินคู่กับผัดไทก็ช่วยเสริมรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี มีสารเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูง ต่อ 100 กรัมให้พลังงาน 28 กิโลแคลอรี
Shutterstock/Jaded Art
ขนมกุยช่าย
ประโยชน์ของกุยช่าย
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เนื่องจากผักกุยช่ายมีวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็น
- ช่วยบำรุงกระดูก เนื่องจากต้นกุยช่ายมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง
- กุยช่ายมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงหรือเกล็ดเลือดต่ำ รักษาภาวะเม็ดเลือดแดงต่ำ แก้อาการอ่อนเพลีย เม็ดเลือดแดงประกอบด้วยฮีโมโกลบินที่ทำหน้าที่ในการนำออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย
ประโยชน์ “บัวหิมะ” เนื้อหวานฉ่ำ มีสรรพคุณเป็นหนึ่งในตัวยาแก้แผลพุพองไฟไหม้
ข้อควรระวังก่อนกินกุยช่าย
- กุยช่ายในปริมาณมากเกินไปอาจจะทำให้ธาตุในร่างกายร้อนและทำให้เป็นร้อนใน
- ไม่ควรรับประทานกุยช่ายหลังจากการดื่มเหล้า เพราะจะทำให้ธาตุในร่างกายร้อนเข้าไปอีก
- สำหรับผู้ที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ค่อยดี ไม่ควรรับประทานกุยช่ายในปริมาณมาก เพราะกุยช่ายมีเส้นใยมากเกินไปทำให้ย่อยยาก ถ้ารับประทานมากเส้นใยจะกระตุ้นลำไส้ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวมากขึ้น ทำให้ท้องเสีย แนะนำว่าให้รับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า
- ไม่ควรเลือกรับประทานกุยช่ายแก่ เพราะกุยช่ายยิ่งแก่มากเท่าไหร่ยิ่งมีปริมาณเส้นใยมากและเหนียวมาก ทำให้ยิ่งย่อยมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามควรยึดหลักกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินทุกอย่างแต่พอดี เพื่อสุขภาพที่ดี
ประโยชน์ “ชามะลิ” เผยสรรพคุณทางยา ของขวัญแทนใจวันแม่แห่งชาติ 2567
อาหารบำรุงเลือด สำหรับผู้ต้องการบริจาคโลหิต ป้องกันขาดธาตุเหล็ก