อาหารแบบไหนทำให้เป็นมะเร็งเต้านม เนื้อแดง แปรรูป เสี่ยงมากแค่ไหน?
แพทย์เผยการกินเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปมากเสี่ยงมะเร็งเต้านม ลดปริมาณพอดี ปลอดภัย ขณะที่ถั่วเหลือง ผลไม้ และกาแฟ กินตามปกติได้
แพทย์เผยการบริโภคอาหารบางชนิดมีผลต่อความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะ เนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ แต่การกินในปริมาณพอดียังปลอดภัย ขณะเดียวกัน ถั่วเหลือง ผลไม้ ธัญพืช และ กาแฟ หากบริโภคอย่างสมดุลไม่เพิ่มความเสี่ยง แต่อาจให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทอง ดังนั้นหลักสำคัญคือ เลือกอาหารดี มีประโยชน์ และกินแต่พอดี
Magnific/KamranAydinov
ถั่วเหลือง
น้ำเต้าหู้และนมถั่วเหลือง กินได้ ไม่เสี่ยงมะเร็งเต้านม ?
ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันว่า น้ำเต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง สามารถรับประทานได้ตามปกติ ไม่ทำให้เสี่ยงมะเร็งเต้านม เพียงแต่ควรหลีกเลี่ยงการกินทุกมื้อหรือกินในปริมาณมาก ๆ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ควร หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองที่สกัดเข้มข้น เพราะอาจกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะชนิดที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Receptor [ER] positive)
กินเนื้อแดง เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารเสี่ยงมะเร็งเต้านม?
การศึกษาทางการแพทย์ยืนยันว่า การบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) จัด เนื้อสัตว์แปรรูป เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1 ซึ่งหมายถึงสามารถก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ ส่วน เนื้อแดง จัดอยู่ในกลุ่ม 2A ซึ่งหมายถึงอาจก่อมะเร็งในมนุษย์
ตัวอย่างเนื้อแดง ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ ส่วนเนื้อสัตว์แปรรูปคือเนื้อที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารหรือเพิ่มรสชาติ เช่น ไส้กรอก แฮม กุนเชียง แหนม หมูยอ การบริโภคเนื้อเหล่านี้ในปริมาณมากและเป็นประจำ เช่น ผู้ที่ชอบ “สายเนื้อ สายชาบู สายหมูกระทะ” จะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น จากงานวิจัยพบว่าผู้หญิงที่บริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูปเป็นประจำ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าผู้ที่กินน้อยหรือกินตามปกติประมาณ 9%
ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคอย่างปลอดภัย
- เนื้อแดงไม่เกิน 70 กรัมต่อวัน หรือ 500 กรัมต่อสัปดาห์
- การบริโภคเนื้อในลักษณะอาหารไทย เช่น ผัดกะเพรา ต้ม ผัด แกง หรือทอด มักมีเนื้อเป็นส่วนประกอบไม่มาก จึงยังอยู่ในปริมาณปลอดภัย
ดังนั้น การหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ทั้งหมดจึงไม่จำเป็น และอาจทำให้ร่างกายขาดโปรตีนและสารอาหารสำคัญอื่น ๆ คำแนะนำคือ กินเนื้อได้ แต่กินแต่พอดี
อาหารอื่นที่มีสารคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน
อาหารบางชนิดมี ไฟโตเอสโตรเจน หรือสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้แก่ น้ำมะพร้าว, ลูกพรุน, แครอท,ข้าวสาลีและธัญพืช, ถั่ว, เต้าหู้, งา ,องุ่น และผลไม้ตระกูลเบอร์รี การบริโภคในปริมาณปกติ ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม และยังมีประโยชน์ต่อผู้หญิงวัยทอง ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการขาดฮอร์โมน และลดความเสี่ยงโรคหัวใจและกระดูกพรุน
กาแฟกับมะเร็ง ดื่มปกติปลอดภัย
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่มีคาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัว แต่บางคนกังวลเรื่อง อะคริลาไมด์ (Acrylamide) สารที่อาจก่อมะเร็ง พบในอาหารปรุงสุกที่อุณหภูมิสูงเกิน 120°C เช่น กาแฟ มันฝรั่งทอด และธัญพืชอบปริมาณสารอะคริลาไมด์ที่ร่างกายรับได้ไม่เกิน 2.6 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัวกาแฟ 1 แก้ว (160 ซีซี) มีสารนี้ประมาณ 0.15–1 ไมโครกรัม ผู้หญิงน้ำหนัก 50 กก. ต้องดื่มกาแฟ มากกว่า 130 แก้ว ถึงจะเสี่ยงต่อมะเร็ง สรุปคือดื่มกาแฟในปริมาณปกติ ดังนั้นสรุปได้ว่าถ้าดื่มกาแฟในปริมาณปกติไม่ได้ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแต่อย่างใด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา