กทม. อันดับ 24! เมืองเอื้อต่อสุขภาพ ห่วงคนกรุง 79% มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง
กทม.ติดอันดับที่ 24 ออกแบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพประชาชน จาก 25 เมือง ใน 17 ประเทศทั่วโลก ขณะ 79% ของคนกรุงมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การออกแบบเมืองที่ดี (urban design) เป็นรากฐานต่อการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของพลเมือง ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งที่สำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยกรมอนามัยให้ความสำคัญต่อปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษ สุขอนามัย และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน
โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตเมือง เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ส่งผลให้เกิดปัจจัยคุกคามทางสุขภาพหลายด้าน
หวานมากไปร่างกายพัง! แนะปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคต่อวัน - วิธีเผาผลาญ
ดื่มแต่ "น้ำหวาน" เลี่ยง "น้ำเปล่า" ภัยเงียบสะสมทำป่วยหนักไม่รู้ตัว
กรมอนามัยได้ติดตามสถานการณ์กิจกรรมทางกายคนไทย ปี 2564 สำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนไทย 72% มีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก ซึ่งการมีกิจกรรมทางกายเพียงพอจะลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง เป็นต้น ดังนั้นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเมืองให้เอื้อต่อการขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน จึงมีความสำคัญต่อสุขภาพคนเมือง
ด้าน ดร.เภสัชกรหญิงอรทัย วลีวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) กล่าวว่า ผลการวิจัยจากวารสารวิชาการระดับโลก The Lancet Global Health series ในเดือนมิถุนายน 2565 ที่ได้ศึกษาปัจจัยการออกแบบเมืองที่ส่งผลต่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของคนในเมือง โดยศึกษาเปรียบเทียบ 25 เมือง จาก 17 ประเทศทั่วโลก ในมิติต่าง ๆ พบว่า กรุงเทพมหานครจัดอยู่ในลำดับที่ 24 ของเมืองที่มีนโยบายการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีนโยบายการสร้างเมืองที่เอื้อต่อการเดิน การเพิ่มการเข้าถึงสวนสาธารณะ และตลาดที่มีอาหารคุณภาพ รวมถึงการออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทาง
พบคนกรุงเทพฯ เพียง 14%, 15% และ 63% ที่เข้าถึงสวนสาธารณะ เข้าถึงตลาดที่มีอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และระบบขนส่งสาธารณะในระยะ 500 เมตร ตามลำดับ
ขณะที่ นายแพทย์อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลผลสำรวจสถานการณ์พฤติกรรมเนือยนิ่งในคนไทย ปี 2564 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า คนกรุงเทพฯ 79% มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง โดยการนั่งตั้งแต่ 7 ชั่วโมงขึ้นไปต่อวันสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ ส่งผลต่อการป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
กรุงเทพมหานคร จึงควรเร่งพัฒนาเมืองที่ส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของคนในเมือง โดยเฉพาะการลดพฤติกรรมเนือยนิ่งระหว่างวัน และมีกิจกรรมทางกายในการเดินทาง รวมถึงนันทนาการ ผ่านการออกแบบเมืองให้เอื้อต่อการมีสุขภาพดี โดยกรมอนามัย และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พร้อมร่วมพัฒนาสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ร่วมกับกรุงเทพมหานครต่อไป
ตอบข้อสงสัยป่วยโควิด-19 ต้องรักษา "ตามสิทธิ" ได้ที่ไหนบ้าง
อภ.แจงจัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์ 25 ล้านเม็ดทุกวัน พร้อมสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่ม สอดคล้องกับความต้องการ