สธ.ย้ำ “ฝีดาษลิง” ไม่ได้ติดต่อง่าย ล่าสุดยังไม่พบติดเชื้อเพิ่ม
สธ.ประสานกัมพูชาติดตามผู้ป่วยฝีดาษลิงหลบหนีจากไทย ส่วนผู้สัมผัสไม่พบติดเชื้อ ย้ำโรคนี้ไม่ได้ติดต่อง่าย แนะไม่สัมผัสผู้มีตุ่มผื่นเพื่อป้องกัน
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์ฝีดาษลิงในประเทศไทยว่า หลังชายชาวไนจีเรียผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกของประเทศไทยได้หลบหนีการรักษาตัวในจังหวัดภูเก็ต และตำรวจพบสัญญาณโทรศัพท์มือถือข้ามแดนไปยังกัมพูชาแล้วนั้น
จากการตรวจสอบ ค่อนข้างชัดเจนว่าได้หลบหนีออกทางช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเราประสานไปยังทางการกัมพูชาแล้วในการติดตามผู้ป่วยรายดังกล่าว ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้วที่มีความร่วมมือสาธารณสุขชายแดนจังหวัดสระแก้วกับจังหวัดบันเตียเมียนเจยแล้ว
ส่วนข้อกังวลว่าผู้ป่วยรายนี้จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าโรคฝีดาษลิงไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายอย่างโควิด-19 การติดต่อต้องเป็นการสัมผัสใกล้ชิดมาก ๆ คือ ผ่านการสัมผัสผ่านเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของผู้ป่วย ไม่ได้ติดต่อกันง่าย ๆ ผ่านทางทางเดินหายใจ และอาการโรคส่วนใหญ่ไม่ได้มีความรุนแรง ซึ่งมาตรการป้องกันตนเองจากโควิด ยังสามารถใช้ป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ป้องกันการสัมผัสผู้ที่มีผื่น ตุ่มน้ำ ตุ่มหนองตามผิวหนัง และไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
สำหรับ การติดตามผู้สัมผัสผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกดังกล่าว พบว่า มีผู้สัมผัสความเสี่ยงสูง 19 ราย ไม่มีอาการป่วย ส่งสิ่งส่งตรวจไปยังห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ทั้งหมดแล้ว ผลออกมาไม่พบเชื้อ 2 รายอยู่ระหว่างการตรวจและรอผลอีก 17 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอีก 14 ราย ส่วนการค้นหาเชิงรุกมีจำนวน 142 ราย ไม่พบอาการผื่นสงสัย แต่มีอาการอื่นๆ คือ ไข้ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 6 ราย ส่งตรวจแล้ว 5 ราย ผลออกมาไม่พบเชื้อ ไปต่างประเทศ 1 ราย สรุปได้ว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งยกระดับการเฝ้าระวังที่คลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกสุขภาพทางเพศ และคลินิกแพทย์ที่มีผู้ป่วยสงสัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาใช้บริการแล้ว ให้สื่อสารแนวทางการเฝ้าระวังคัดกรอง รายงาน และหากพบผู้มีอาการสงสัยให้ส่งตรวจเชื้อไวรัสฝีดาษวานร (Monkeypox) ทันทีที่ห้องปฏิบัติการที่ระบุในแนวทางดำเนินการ
WHO ยังไม่ประกาศ “ฝีดาษลิง” เป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก
นพ.โอกาส กล่าวถึงผลการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลก ในการประเมินสถานการณ์โรคฝีดาษลิง และพิจารณา “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข” ครั้งที่ 2 วานนี้ว่า ที่ประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญองค์การอนามัยโลกยังมีมติเห็นว่าโรคฝีดาษลิงขณะนี้ ยังไม่เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพราะโดยลักษณะของโรคไม่รุนแรงและไม่ได้ติดต่อง่าย ป่วยแล้วสามารถหายได้เองใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์