รณรงค์ฉีดวัคซีน “เด็กเล็ก” หลังจำนวนคนรับวัคซีนไม่เข้าเป้า
หลังดีเดย์ฉีดวัคซีนเด็กเล็ก 12 ต.ค.65 ล่าสุดฉีดเข็มแรกไปเพียงหมื่นคน เร่งรณรงค์ให้เด็กเข้าถึงมากขึ้น หลังยังไม่เข้าเป้า 1 ล้านคน
จากที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ดีเดย์ฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กเล็ก 6 เดือน - 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่าภาพรวมการฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กเล็กน้อยมาก พบเข็มแรกฉีดไปเพียง 10,000 คน เหตุผลสำคัญคือ ผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขจึงรณรงค์ฉีดวัคซีน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองว่า วัคซีนมีความปลอดภัย
ประเดิมที่แรกที่สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง 100 คน
วันนี้กรมควบคุมโรค จัดรูปแบบการฉีดแบบโมบายยูนิต หรือให้บริการนอกสถานพยาบาล และเมื่อเป็นการฉีดวัคซีนในเด็กเล็ก จึงต้องจัดสถานที่การฉีดวัคซีน ให้ดูสดใส ประดับประดาไปด้วยลูกโป่งหลากสี ให้เด็กๆ ผ่อนคลาย ไม่เครียดจนเกินไป
โดยเมื่อต้องถึงคิวฉีดวัคซีน จะมีเจ้าหน้าที่ของสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท ที่เรียกว่าแม่กลุ่มของเด็ก อุ้มเด็กขึ้นมานั่งบนตัก จับเด็กให้นั่งนิ่งๆ ใช้มือปิดตาของเด็กไม่ให้มองที่หัวไหล่ บริเวณที่เข็มปัก และมีพยาบาลคอยช่วยจับแขน ไม่ให้ดิ้นขณะฉีดวัคซีน พร้อมด้วยพูดคำปลอบใจ
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ตั้งเป้าหมายจะฉีดวัคซีนในกลุ่มเด็กเล็กให้ได้ 1 ล้านคน คิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนเด็กเล็กทั่วประเทศ ที่มีกว่า 2 ล้านคน แต่ตอนนี้ภาพรวมฉีดวัคซีนเด็กเล็กเข็มแรก ได้เพียง 10,000 กว่าคน
โดยสาเหตุที่การฉีดวัคซีนเด็กเล็กได้น้อย จากการสำรวจของกรมควบคุมโรคพบว่า ผู้ปกครองกังวลเรื่องความปลอดภัย กังวลที่จะต้องฉีดวัคซีนโควิดร่วมกับวัคซีนชนิดอื่น สถานการณ์โควิดที่ดีขึ้น จนไม่คิดว่าการฉีดวัคซีนจำเป็น แต่ขอย้ำว่าการฉีดวัคซีนในเด็กเล็กมีความสำคัญ เพราะกลุ่มเด็กเมื่อติดเชื้อ มักจะมีอาการหนักกว่าคนวัยอื่น ขณะเดียวกันหลังจากฉีดวัคซีนในเด็กเล็กไปกว่า 10,000 คน ยังไม่มีการรายงานผลข้างเคียง
ตัวร้ายสีสวย! “ลูกอม-ลูกกวาด” ทำลายสุขภาพเด็ก เสี่ยงฟันผุ-ขาดสารอาหาร
สธ แจง กัญชาทางการแพทย์ มีงบจากกองทุนวิจัย กว่า 80 ล้านบาท ไม่ใช่เพียงวาทกรรม
สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ฝาสีแดง ที่ฉีดในกลุ่มเด็กเล็ก ตอนนี้จัดส่งถึงไทยมาแล้ว 1 ล้านโดส กระจายไปแล้ว 300,000 โดส และในสัปดาห์หน้าจะกระจายเพิ่มอีก 700,000 โดส ขณะเดียวกันภายในเดือนพฤศจิกายน จะมีวัคซีนเข้ามาเพิ่มอีก 1,000,000 โดส และในเดือนธันวาคมอีก 1,000,000 โดส จนครบ 3,000,000 โดส ตามที่ได้จัดซื้อไว้ และเพื่อให้ผู้ปกครอง และเด็กเล็กเข้าถึงการรับบริการวัคซีนโควิด ได้จัดจุดฉีดวัคซีนโควิดในสถานพยาบาลเอกชน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 44 แห่ง