21 มิถุนายน วันโยคะสากล รักษาสมดุลร่างกาย ลดความเครียดด้วยโยคะ
โยคะ (YOGA) นับเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ท้าทายและเก่าแก่ ประวัติยาวนานหลายพันปี สารพัดข้อดีที่ช่วยให้เราอยู่กับตัวเองมากขึ้นวิจัยพบว่าการฝึกโยคะสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 2 ปียังลดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบได้ถึง 41% แนะ 4 ท่าโยคะง่ายๆ ที่เด็กก็ทำได้ ในวันโยคะสากลนี้
21 มิถุนายน ของทุกปีถูกกำหนดให้ เป็นวันโยคะสากล หรือ International Day of Yoga เพราะเป็น วันครีษมายัน หรือ Summer Solstice คือวันที่มีกลางวันยาวนานที่สุดในรอบปีของประเทศทางซีกโลกเหนือ ในทางฤดูกาลนับเป็นวันเริ่มต้นฤดูร้อน จึงถือเป็นวันดีตามหลักศาสนาฮินดูเนื่องจากเป็นวันเริ่มต้นของเทศกาล ซึ่งสะท้อนถึงสุขภาพที่ยืนยาวที่เกิดจากการฝึกโยคะ ในวันนี้ที่ดวงอาทิตย์นำตำแหน่งในทักษิณายานะซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากที่สุดสำหรับโยคะและจิตวิญญาณ
ประวัติของโยคะ กีฬาที่เก่าแก่ชนิดหนึ่ง
โยคะ (YOGA) เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 – 5 พันปีก่อน ซึ่งถูกสงวนไว้เฉพาะโยคี และชนชั้นวรรณะพราหมณ์ เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วยต่อมาจึงได้มีการพัฒนาผ่านลัทธิฮินดู พุทธศาสนา ลัทธิเซนในประเทศจีน โดยนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้นๆ ความหมายของโยคะ คือการสร้างความสมดุลของร่างกาย-จิตใจ และจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว การฝึกโยคะเป็นกระบวนการสำหรับฝึกกาย ฝึกการหายใจ และฝึกจิตให้มีความจดจ่อกับเรื่องลมหายใจเข้าออก อันจะนำไปสู่การมีสมาธิที่ดีขึ้น
7 ข้อดีที่ควรเล่นโยคะ
- กล้ามเนื้อแกนกลางมีความแข็งแรงซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการตึงคอบ่าไหล่อันเป็นผลมาจากการมี Posture ที่ดีขึ้น เนื่องจากหลายคนมักมีอาการปวดหลังจากการที่นั่งผิดท่า จากการทำงานหรือขับรถซึ่งทำให้ Posture ผิดและทำให้เกิดความตึงของกล้ามเนื้อหลัง จนกระทั่งเกิดการกดทับกระดูกสันหลัง ซึ่งโยคะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้
- คลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะท่าต่างๆ ขณะที่เราเคลื่อนไหวหรือยืดตัวนั้น จะทำให้เรามีความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อโคนขาทางด้านหลัง หลัง ไหล่ และสะโพก
- บุคลิกภาพที่ดี ท่าโยคะหลายท่าทำให้ต้องถ่ายเทน้ำหนักร่างกายในวิธีใหม่ๆ รวมถึงการทรงตัวบนขาข้างเดียว (เช่น ในท่าต้นไม้) หรือการค้ำยันตัวเองไว้ด้วยแขน (เช่น ในท่าสุนัขก้มหน้า) การทำท่าเหล่านี้พร้อมกับควบคุมลมหายใจจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและพัฒนาสมดุลร่างกายที่ดีขึ้นเป็นหนึ่งในประโยชน์สำคัญที่ได้จากโยคะ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุมากขึ้น ท่าที่ต้องยืนบนขาข้างเดียวและท่ากลับหัวจะสร้างความแข็งแรงจากแกนกลางที่จะช่วยให้ลำตัวตั้งตรง
- ช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่มักจะหลั่งออกมาเมื่อเราเกิดความเครียด โดยเคสการศึกษาพบว่าการฝึกโยคะสัปดาห์ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 2 ปียังลดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบได้ถึง 41%
- โยคะช่วยคลายความกังวล และช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศในร่างกาย ช่วยทำให้ผู้ฝึกบางรายที่มีปัญหาเรื่องอารมณ์ทางเพศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- โยคะช่วยให้อารมณ์ดี การเล่นโยคะอย่างน้อย 1 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สมองหลั่งสารกาบา (GABA) เพิ่มขึ้นได้ถึง 27% ซึ่งกาบา (GABA) หรือ แกมมา อะมิโนบิวทีริก แอซิด (Gamma-Aminobutyric acid) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ออกฤทธิ์ยับยั้งหรือต้านทาน (Inhibitor) เพื่อรักษาความสมดุลของระบบสารสื่อประสาท ทำหน้าที่ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด ลดอาการกระวนกระวายใจ ช่วยให้หลับง่ายขึ้น จึงสร้างสมดุลการพักผ่อนอย่างแท้จริง
- ดูอ่อนเยาว์ กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เนื่องจากช่วยให้ร่างกายมีการผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth hormone) และฮอร์โมนดีเอชอีเอ (DHEA hormone) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนทั้งสองชนิดนี้ช่วยให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ มีพลัง กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา
15 มิถุนายน “วันลูกพรุน” ราชาไฟเบอร์แก้ท้องผูก-ลดเสี่ยงมะเร็ง
4 ท่าโยคะง่ายๆทำเองได้ที่บ้าน เด็กก็ทำได้
ก่อนอื่นควรฝึกลมหายใจเข้า-ออก หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟ่บ อาจใช้วิธีนั่ง หรือนอนแล้วแตะมือไว้ที่หน้าท้องว่าเป็นอย่างที่ต้องการหรือไม่ หรือจะใช้วิธีนอนหงาย ชันเข่าขึ้น แล้ววางตุ๊กตาไว้ที่หน้าท้องเพื่อดูความเคลื่อนไหวของหน้าท้อง ถ้ารู้สึกยากเกินไป ลองเปลี่ยนเป็นการออกเสียงแบบผึ้งตอนหายใจก็ได้ เช่น หายใจเข้าปกติ หายใจออกปิดปาก เปล่งเสียงออกจากลำคอจนหมดเสียง
เคล็ดไม่ลับ : หลังอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง คือเวลาดีสำหรับการฝึกโยคะ เพราะท้องไม่แน่นเกินไป สบายตัวเวลาฝึก
ท่าที่ 1 ท่างู ท่านี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อหลัง และเพิ่มความแข็งแรงให้กับมือทั้งสองข้าง
- นอนคว่ำกับพื้น ก้มหน้าให้ติดพื้น
- วางมือไว้ใต้ไหล่ทั้งสองข้างยกหน้าอกโดยการใช้แขนทั้งสองข้างยันกับพื้นขึ้นมาแล้วค้างไว้ทำซ้ำ 5-8 ครั้ง อย่าลืมหายใจแบบโยคะไปพร้อมๆ กันด้วย
ท่าที่ 2 ท่าต้นไม้ ช่วยปรับสมดุลการทรงตัวและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน และขา
- นั่งยองๆ ค่อยๆ ยืนขึ้นช้าๆ
- เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้าง
- ชูมือขึ้นด้านบน พร้อมจินตนาการเป็นต้นไม้ที่กำลังรับแดด
- กางนิ้วมือออก ชูนิ้วมือเหมือนเป็นใบไม้ ค้างไว้ แล้วกลับสู่ท่าแรก ทำซ้ำ 5-8 ครั้ง พร้อมหายใจแบบโยคะ
ท่าที่ 3 ท่าภูเขา ช่วยฝึกการยืนที่ถูกต้อง ปรับสมดุล ฝึกใช้จินตนาการ
- ยืนตัวตรง วางเท้าราบกับพื้น เข่าไม่งอ ผายไหล่ไปด้านหลังสบายๆ
- หลังตรง ศีรษะตรง เท้าอยู่ในท่าที่มั่นคง ไม่โอนเอนไปมา
- ยืนนิ่งสงบแล้วจินตนาการว่าเราคือภูเขาลูกโตที่ไม่เคยเอนไปตามลมแรงๆ ที่มาปะทะ
- หายใจเข้า-ออก จิตจดจ่อกับลมหายใจนิ่งๆ 3 นาที
- ฝึกท่านี้อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง
ท่าที่ 4 ท่าศพฝึกให้ผ่อนคลาย จิตใจสงบ ช่วยให้นอนหลับสบาย และทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นด้วย
- นอนนิ่งๆ ปล่อยทิ้งทุกส่วนของร่างกาย ไม่เกร็ง
- หายใจเข้า-ออกช้าๆ ให้จิตใจและร่างกายได้ผ่อนคลาย
เพราะโยคะเล่นได้ทุกเพศทุกวัย และ นอกจากการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอแล้วการผ่อนคลายความเครียดและการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีได้มากกว่า หากใครอยากลองเล่นโยคะ ใช้วันนี้ 21 มิถุนายน วันโยคะสากล เป็นจุดเริ่มต้นก็สุดยอดไปเลยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช,โรงพยาบาลเปาโลและกระทรวงสาธารณสุข
18 พฤษภาคม วันแห่งไฟเบอร์ เช็ก! ซุปเปอร์ฟู้ดแค่ 100 กรัม ใยอาหารเพียบ!
21 มีนาคม วันดาวน์ซินโดรมโลก ความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม