เตือน! ไข้มาลาเรีย 1 สัปดาห์ระบาดเพิ่ม 835 ราย-ครึ่งปีป่วยสะสมเกือบหมื่น
เตือนนักเดินป่า จนท.ป่าไม้ ทหารลาดตระเวน และเกษตรกร ระวังโรคไข้มาลาเรีย อย่าให้ยุงกัด เพียง 1 สัปดาห์ทั่วประเทศ พบป่วยเพิ่ม 835 ราย รวมปี 2566 ป่วยสะสมมากกว่า 9 พันรายแล้ว
นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย จากระบบมาลาเรียออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 7 กรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยสะสม 9,255 ราย เป็นคนไทย 4,158 ราย และต่างชาติ 5,097 ราย ทั้งนี้ จากไทม์ไลน์ช่วง 1 สัปดาห์ล่าสุด พบผู้ป่วยเพิ่มถึง 835 ราย โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากที่สุดได้แก่ จังหวัดตาก 5,513 ราย เสียชีวิต 3 ราย
รองลงมาคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1,026 ราย และจังหวัดกาญจนบุรี 945 ราย โดยชนิดเชื้อส่วนใหญ่ที่ตรวจพบ คือ เชื้อ P.vivax 2 ราย ติดเชื้อจากจังหวัดกาญจนบุรี และเชื้อ P.falciparum 2 ราย ติดเชื้อจากประเทศซูดานและประเทศแทนซาเนีย จากการสอบสวนโรคยังไม่พบการติดเชื้อดังกล่าวในพื้นที่ของเขตสุขภาพที่ 9
ส่วนสถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 7 กรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยสะสม 4 ราย ลดลงจากปี 2565 จำนวน 1 ราย และจากการสอบสวนโรค พบว่า โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากสุดคือ จังหวัดนครราชสีมา 2 ราย รองลงมาเป็นจังหวัดสุรินทร์ 1 ราย จังหวัดบุรีรัมย์ 1 ราย และจังหวัดชัยภูมิ ยังไม่มีรายงานผู้ป่วย ซึ่งอาชีพที่พบผู้ป่วยมากสุด คือ อาชีพรับจ้าง 2 ราย รองลงมาคือ ทหาร 1 ราย และนักเรียน 1 ราย
สำหรับโรคไข้มาลาเรีย เกิดจากเชื้อพลาสโมเดียม มียุงก้นปล่องที่มักอาศัยอยู่ตามป่าเขา เป็นพาหะ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง จึงมักจะเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าเขา แถบชายแดน โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีไร่มีสวนติดกับเขตพื้นที่ป่าเขา รวมไปถึง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทหารที่ลาดตระเวนตามแนวชายแดนที่ติดพื้นที่ป่า และประชาชนที่ชอบเดินป่า จึงเสี่ยงถูกยุงก้นปล่องกัดและติดเชื้อโรคมาลาเรียได้ เพราะยุงก้นปล่องมักจะออกหากินเวลากลางคืน เมื่อถูกยุงก้นปล่องตัวเมียกัด ก็จะทำให้ได้รับเชื้อโรคไข้มาลาเรียเข้าไปด้วย ทำให้เริ่มมีอาการป่วยหลังจากถูกกัด ประมาณ 10-14 วัน จะมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะเป็นพักๆ อาจมีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรือมีอาการที่เรียกกันว่า “ไข้ป่า” หรือ “ไข้จับสั่น” หากไปพบแพทย์ได้ทัน แพทย์จะทำการเจาะเลือดหาเชื้อ หากพบเชื้อจะได้รับยาไปทานให้ครบตามแพทย์สั่ง แล้วไปตรวจเลือดซ้ำตามนัด ไม่นานก็สามารถจะรักษาให้หายได้ แต่หากไปพบแพทย์ช้า ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะปอดบวมน้ำ ภาวะไตวาย ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น จึงควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
“ไข้เลือดออก” ทำไมควรเลี่ยงอาหารสีแดง สีดำหรือสีน้ำตาล แล้วกินอะไรได้?
จึงขอเตือนประชาชน เมื่อต้องเข้าป่า หรือไปในพื้นที่เสี่ยง ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าปกคลุมแขนขาให้มิดชิด ใช้ยาทากันยุงหรือจุดยากันยุงเมื่อต้องนอนค้างคืนในป่า ควรนอนในมุ้ง และมุ้งต้องอยู่ในสภาพดีไม่มีรูขาด หรือหากนอนเปลควรหามุ้งคลุมเปลป้องกันยุงกัดด้วยจะช่วยป้องกันโรคไข้มาเลเรียได้ รวมทั้ง นำมุ้งไปชุบสารเคมีที่มีฤทธิ์ไล่และฆ่ายุง ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เมื่อมีรายงานผู้ติดเชื้อในพื้นที่ดูแลจะต้องเร่งดำเนินการควบคุมยุงพาหะให้คลอบคลุมทุกหลังคาเรือน และเร่งค้นหาผู้ป่วยในพื้นที่เพิ่มเติม รวมทั้ง ดำเนินตามมาตรการ 1-3 -7 และเฝ้าระวังการกลับมาแพร่เชื้อใหม่ในพื้นที่ ซึ่งหากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
เฝ้าระวังโควิดต่อเนื่อง - เร่งรัดกำจัด “มาลาเรีย” 6 จ.ชายแดนที่พบผู้ป่วยสูง
วิจัยพบสาเหตุ ยุงชอบกัดคนบางคนเป็นพิเศษเพราะ “กรด” และ “กลิ่น”