เตือน!กินหมูดิบระวังไข้หูดับ พบป่วยรวมกว่า 500 ราย ตายแล้ว 24 ราย
เตือนกันอย่างต่อเนื่อง! ถึงสถานการณ์ไข้หูดับที่มาจากการกินอาหารสุกๆดิบๆ ที่ตั้งแต่ต้นปีพบป่วยสูงถึง 500 รายเสียชีวิตแล้ว 24 ราย โคราชป่วยสูง 89 ราย
รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุผ่าน เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ถึงสถานการณ์ไข้หูดับที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับทั้งจากการกินหมูดิบ ลาบเลือดดิบ ก้อยดิบ และดื่มสุราร่วมกับกินอาหารสุกๆ ดิบๆ
รวมไปถึงพ่อครัว แม่ครัว ผู้ปรุงอาหารที่มีบาดแผลแล้วไปสัมผัสเนื้อหมู หรือเลือดหมูดิบๆ ที่มีเชื้อ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้
สคร.9 เตือนประชาชนอย่ากินหมูดิบ หรือลาบเลือดดิบๆ รวมไปถึงอาหารปิ้งย่าง ควรมีอุปกรณ์คีบเนื้อหมูสุกและเนื้อหมูดิบแยกจากกัน ไม่ควรใช้ตะเกียบคีบหมูดิบ แล้วนำมารับประทาน เพราะหากติดเชื้อโรคไข้หูดับแล้วอาจทำให้สูญเสียการได้ยินหรือที่เรียกว่าหูดับ จนถึงขั้น หูหนวกถาวรได้ โรคไข้หูดับ เกิดจากการกินเนื้อหมู หรือเลือดหมูสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบหมูดิบ ลาบเลือดดิบที่มีเชื้อสเตปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ปนเปื้อนอยู่
โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ โรคไข้หูดับสามารถติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยถลอก และทางเยื่อบุตา เมื่อได้รับเชื้อโรคไข้หูดับเข้าไปแล้ว ทำให้ผู้ติดเชื้อมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ หนาวสั่น สับสนกระสับกระส่าย ปวดข้อ คอแข็ง หูหนวกหรือการได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน การทรงตัวผิดปกติ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ มีจ้ำเลือดทั่วตัว ปวดตา ตาแดง หรือมองภาพไม่ชัด
สถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2566 มีผู้ป่วยโรคไข้หูดับ 500 ราย มีผู้เสียชีวิต 24 ราย ที่ จ.เชียงใหม่ 1 ราย จ.น่าน 1 ราย จ.สุโขทัย 1 ราย จ.ตาก 2 ราย จ.อุตรดิตถ์ 2 ราย จ.กำแพงเพชร 1 ราย จ.พิจิตร 1 ราย จ.อุทัยธานี 2 ราย จ.นครปฐม 2 ราย จ.สมุทรสาคร 1 ราย จ.มหาสารคาม 3 ราย จ.หนองคาย 1 ราย จ.นครราชสีมา 4 ราย จ.ชัยภูมิ 1 ราย และ จ.บุรีรัมย์ 1 ราย
ส่วนสถานการณ์โรคหูดับ ในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 28 ตุลาคม 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับจำนวน 118 ราย มีผู้เสียชีวิต 6 ราย (นครราชสีมา 4 ราย ชัยภูมิ 1 ราย บุรีรัมย์ 1 ราย) แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้
- จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วย 89 ราย
- จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 11 ราย
- จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 13 ราย
- จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 5 ราย
อาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ เกษตรกร ร้อยละ 31.36 รองลงมาคือ รับจ้าง ร้อยละ 30.51 และทำงานบ้าน ร้อยละ 14.41 ตามลำดับ
ไข้หูดับตายแล้ว 19 ราย พบผู้ป่วย 436 คน ย้ำเนื้อสัตว์ปรุงสุกเท่านั้น
วิธีรับประทานหมูอย่างถูกวิธี
- รับประทานเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น โดยปรุงให้สุกผ่านความร้อนมากกว่า 70 องศาเซลเซียส
- อาหารปิ้งย่าง ควรใช้อุปกรณ์ในการคีบเนื้อหมูดิบและเนื้อหมูสุกแยกจากกัน และขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด”
- ไม่ควรรับประทานหมูดิบร่วมกับการดื่มสุรา
- เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาของหมู
ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
อาหารเสี่ยงปนเปื้อน “พยาธิ” เลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ ปลอดภัยกว่า
กินสุกๆดิบๆ ระวังพยาธิใบไม้ตับ เสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี พบมากในภาคอีสาน