อ่อนเพลีย- ใจสั่น สัญญาณภาวะโลหิตจาง เผยสาเหตุเลือดจางอันตราย!
ภาวะโลหิตจาง หลายคนเป็นแต่ไม่รู้ตัว อาจสะท้อนจากสัญญาณ เหนื่อยง่าย ผิวหนังซีดหรือเหลือง ซึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะมีภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต!
โลหิตจาง หรือภาวะเลือดจาง เป็นภาวะที่เม็ดเลือดแดงมีปริมาณลดลงกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้น้อยลง ทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ โดยมักจะมีอาการเตือนของโรค ได้แก่ ปวดหัว ใจสั่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ผิวหนังซีดลงหรือเหลืองขึ้น ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน เพราะหากปล่อยไว้ อาจเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้
3 สาเหตุหลังของภาวะโลหิตจาง
เกิดจากการสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง
- โรคไขกระดูกผิดปกติ
- โรคขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ได้แก่ ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 กรดโฟลิก
- โรคไตวายเรื้อรัง ทำให้ขาดฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง
- โรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคมะเร็ง โรคในระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
เกิดจากการทำลายเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ
- โรคธาลัสซีเมีย
- โรคขาดเอนไซม์ G6PD
- โรคเม็ดเลือดแดงแตกง่ายจากภูมิคุ้มกันตนเอง
เช็กพิกัด! 30 บาทรักษาทุกที่ หาหมอหลังเลิกงาน ที่คลินิกเวชกรรมชุมชนอบอุ่น
เกิดจากการสูญเสียเลือด
- การเสียเลือดในทางเดินอาหาร
- การเสียเลือดทางประจำเดือน
- การเกิดอุบัติเหตุ
อันตรายภาวะโลหิตจาง
- ผู้ป่วยอาจมีอาการเหนื่อยง่าย ทำกิจวัตรประจำวันได้น้อยลงหรือออกกำลังกายได้น้อยลง
- ผู้ป่วยจะมีปัญหาต่อการทำงานของหัวใจ หัวใจต้องออกแรงสูบฉีดมากขึ้น นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวในที่สุด
- ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ อาจจะส่งผลทำให้มีภาวะคลอดก่อนกำหนด หรือการที่มีบุตรมีโรคเลือดจาง หรือการที่มีบุตรน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ได้
การรักษาภาวะโลหิตจาง มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การให้ธาตุเหล็กในคนที่มีภาวะขาดธาตุเหล็ก การรักษาโรคในไขกระดูก หรือการฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดแดง เป็นต้น ดังนั้นผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง ถ้ามีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เริ่มมีคนทักว่าซีดลง ควรรีบมาพบแพทย์ ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
ตรวจสุขภาพประจำปี ขั้นพื้นฐานบอกอะไรเราได้บ้าง ? แล้วทำไมจึงสำคัญ?
ปวดท้องโรคกระเพาะนานแค่ไหน ต้องส่องกล้องตรวจมะเร็งกระเพาะอาหาร?