สหภาพขสมก.เผย ชุมนุม 8 พ.ย. ตร.ใช้รถเมล์ 55 คัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้การชุมนุมวันที่ 8 พฤศจิกายนจะจบลงโดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับรถเมล์ที่ตำรวจใช้เป็นแนวกั้นผู้ชุมนุม ยังคงถกเถียงกันไม่จบว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ความเสียหายกรณีตำรวจใช้รถเมล์ ขสมก. เป็นแนวกั้นการเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ในมุมมองของ นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า ไม่ได้เสียหายแต่ทางกายภาพเท่านั้น แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าไปจากการที่รถไม่ได้ถูกนำไปใช้ขนส่งผู้โดยสารตามวัตถุประสงค์ รวมถึงความเสียหายถึงภาพลักษณ์องค์กร ที่ทำหน้าที่บริการประชาชน

เมื่อแจกแจงมูลค่าความเสียหาย ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ตำรวจนครบาลขอรถเมล์ขสมก. 55 คัน ทางกายภาพมีรถเสียหาย 3 คัน ที่มีกระจกแตกหลายบาน โดยมีกระจกบังลมหน้าแตก 1 คัน ราคาประมาณ 10,000 บาท กระจกหลังแตก 1 คัน ราคาประมาณ 4,000 บาท กระจกข้างแตกทั้ง 3 คัน คันละหลายบาน ราคาบานละ 800 บาท ซึ่งยังต้องรอสรุปจำนวนกระจกข้างที่เสียหาย แต่มูลค่าความเสียหายทางกายภาพโดยรวมไม่ต่ำกว่า 14,800 บาท

ส่วนค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าจากการไม่ได้ใช้รถรับส่งผู้โดยสาร ได้แก่ ค่าแรงพนักงานขับรถ เฉลี่ยคนละ 400 บาท รวมเป็นเงิน 22,000 บาท ค่าเหมาซ่อมรถ วันละ 1,000 บาทต่อคัน รวมเป็นเงิน 55,000 บาท ค่า GPS วันละ 71 บาทต่อคัน รวม 3,905 บาท และค่าโฆษณาที่ยังไม่ทราบว่าบริษัทโฆษณาจะหักเท่าไหร่ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 80,905 บาท และเมื่อคิดรวมกับค่าใช้จ่ายทางกายภาพ เป็นเงินเกือบ 1 แสนบาท

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ นายบุญมา มองว่า ตำรวจต้องรับผิดชอบ เพราะตอนที่ขอรถไปใช้ ในเอกสารเขียนว่าขอเพื่อการจราจร ซึ่งทาง ผอ.ขสมก. ได้ทำหนังสือตอบกลับ ส่งผ่านไปทางกระทรวงคมนาคมโดยยืนยันว่าให้ใช้รถเพื่อการขนส่งบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 แต่พอถึงวันที่ 8 พ.ย. เมื่อตำรวจใช้รถรับส่งเจ้าหน้าที่มาสนามหลวงเสร็จ ก็ยึดกุญแจคนขับ แล้วใช้รถจอดขวางผู้ชุมนุมเลย ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้รถไม่ตรงตามจุดประสงค์แล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อคนขับ ที่ต้องอยู่ในพื้นที่ชุมนุมเพื่อดูแลรถและขับรถกลับ ซึ่ง ขสมก. ได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาลขอให้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า การนำรถเมล์มาใช้กีดขวางการเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมนั้น ตำรวจได้ขอความอนุเคราะห์ไปทางกรรมการผู้จัดการ ขสมก. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจโดยตรง ซึ่งได้อนุญาตให้ใช้รถเมล์สนับสนุนภารกิจ ส่วนกรณีสหภาพแรงงานฯ ขสมก.ร้องเรียนให้ตำรวจรับผิดชอบนั้น ต้องดูว่าสหภาพฯ มีอำนาจหรือไม่ เพราะหลังเกิดความเสียหายกับรถเมล์ ตนเองได้พูดคุยกับ กรรมการผู้จัดการ ขสมก. แล้ว เห็นตรงกันว่าผู้ที่ควรรับผิดชอบค่าเสียหายคือผู้ชุมนุมที่สร้างความเสียหาย ซึ่งตำรวจกับ ขสมก. จะเป็นเจ้าภาพร่วมในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป


ส่วนความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบจดหมายในตู้ไปรษณีย์จำลองที่ผู้ชุมนุมวางทิ้งไว้หน้าศาลหลักเมือง พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม ระบุว่า ยังไม่ได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบเนื้อหา เพียงแต่เก็บตู้ไปรษณีย์มาไว้ที่ สน. เพราะสำนักงานเขตมาร้องทุกข์ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ จึงขอให้ตำรวจช่วยหาเจ้าของตู้ไปรษณีย์มารับคืน โดย กทม. และตำรวจ ไม่มีหน้าที่ในการส่งจดหมายให้ หากผู้ชุมนุมอยากให้จดหมายไปถึงปลายทางสำนักพระราชวังก็มีช่องทางที่ส่งได้เองอยู่แล้ว โดยเจ้าของตู้ไปรษณีย์สามารถไปติดต่อสำนักงานเขตฯ แล้วมารับตู้คืนได้ที่ สน.

ทีมข่าวสอบถามกลับไปทาง พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นผู้ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าต้องตรวจสอบเนื้อหาในจดหมาย ยืนยันว่า หลัง สน.ชนะสงคราม ทำสำนวนคดี พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ เสร็จสิ้น จะต้องส่งมอบตู้ไปรษณีย์ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตรวจสอบเอกสารและดำเนินคดีตามข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคง ไม่สามารถส่งตู้ไปรษณีย์คืนเจ้าของได้เพราะเป็นของกลางคดีชุมนุม โดยก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มีคำสั่งไปทาง สน.ชนะสงคราม เพราะเป็นกระบวนการปกติตามขั้นตอนการทำงานของตำรวจอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะคุยกับผกก.สน.ชนะสงครามให้ชัดเจน

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ