วันที่ 15 มี.ค. 2564 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ยอมรับว่า สมาชิกรัฐสภาสามารถเสนอญัตติเลื่อนการโหวตให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ออกไปได้ ซึ่งเป็นการเสนอ ญัตติซ้อนญัตติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการ หารือของสมาชิกรัฐสภา แต่ไม่ทราบว่าจะมีใครเป็นผู้เสนอหรือไม่
ยืนยันเมื่อประธานรัฐสภาบรรจุระเบียบวาระแล้ว วุฒิสภาก็จะต้องร่วมประชุมและไม่ว่าจะเห็นอย่างไรต้องแสดงความกล้าหาญในการโหวต ทั้งนี้ก็มีกระแสที่ได้ยินมาว่ามีแนวทาง 3 ทาง คือเดินหน้าโหวต กรณีร่างไม่สามารถนำไปโหวตให้ความเห็นชอบได้ และเลื่อนการโหวตออกไป โดยยอมรับว่าเป็นไปได้ที่จะมีการเลื่อนออกไป แต่อยู่ที่สมาชิกหารือ
พร้อมย้ำว่าการโหวตเป็นที่ดุลยพินิจของสมาชิกรัฐสภาแต่ละคน รวมถึงสมาชิกที่เป็น ส.ว. แต่ก่อนการโหวตนั้นเห็นว่าไม่ว่าจะโหวตให้ความเห็นชอบต่อร่างกฏหมายหรือไม่ในวาระที่ 3 โดยผลออกมาก็จะมีผลกระทบทางการเมืองพอสมควร เพราะหากที่ประชุมให้ความเห็นชอบเชื่อว่าจะมีบุคคลไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในภายหลัง
หรือหากไม่เห็นชอบ ส.ว.ก็จะถูกมองเป็นเป้า เพราะหากไม่ครบ 84 เสียงให้ความเห็นชอบก็จะตกเป็นจำเลยทางการเมือง ทั้งนี้ ส.ว. ต้องอธิบาย ว่ารัฐสภาจะเดินหน้าได้อย่างไรจะยกร่างฉบับใหม่หรือไม่ ไม่ใช่แค่การเอาชนะคัดค้าน แต่จะต้องหารือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ
นอกจากนี้นาย พรเพชร ย้ำว่าการประชุมวิปวุฒิสภาในวันนี้จะหารือทุกเรื่อง ซึ่งย้ำว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนแล้วว่าอำนาจในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นของรัฐสภา และหากเห็นว่าควรยกเลิกและมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะต้องขออำนาจประชาชนในการทำประชามติ ซึ่งหากยกร่างใหม่แล้วเสร็จหลังจากนั้นก็ต้องทำประชามติอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ร่างที่ค้างอยู่ในวาระประชุมนั้นยังมีข้อตกเถียงกันอยู่ว่าจะเดินหน้าต่อโดยยึดจากร่างที่ได้ทำมาไปต่อยอดทำประชามติได้หรือไม่ซึ่งบางคนบอกว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีสาระบางเรื่องขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ