บรรยากาศที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เมื่อเช้าที่ผ่านมามีประชาชนที่ได้รับคิวฉีดวัคซีนในวันนี้(14มิ.ย.) เดินทางมาที่โรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 10 คน เข้าสอบถามกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล โดยเปิดข้อความในแอปพลิเคชั่นหมอพร้อมที่นัดหมายวันนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดู แต่สุดท้ายก็ต้องกลับบ้าน เพราะ โรงพยาบาลไม่มีวัคซีนที่จะฉีดให้ และก่อนหน้านี้ประกาศเลื่อนไปแล้ว แต่อาจมีตกหล่นบ้างทำให้ไม่ได้รับข้อมูลเรื่องการเลื่อนวัน
ทีมข่าวยังไปพูดคุยกับ แม่ค้าขายอาหารย่านเจริญกรุง ซึ่งวันนี้ปิดร้านเตรียมพร้อมฉีดวัคซีน นางจารุณี บอกว่า เธอมีคิวฉีดวัคซีนวันนี้(14มิ.ย.) แต่มีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์แจ้งว่า ขอเลื่อนนัดออกไปก่อน ยอมรับว่า ไม่ค่อยพอใจที่ถูกเลื่อน เพราะ มองว่าตัวเองมีความเสี่ยง ทุกวันต้องพบเจอคนจำนวนมาก ทั้งไปจ่ายตลาด ทำกับข้าว และที่บ้านยังเปิดร้านโชห่วย ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานก่อสร้าง ทำให้รู้สึกกังวลมาก
ขณะที่ นพ.เกรียงไกร ตั้งจิตมณีศักดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ยังรอการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งคาดว่า เร็วที่สุดน่าจะได้รับวัคซีนในวันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน เตรียมการว่า หากได้รับก็จะเดินหน้าฉีดในวันรุ่งขึ้นทันที ส่วนคิวที่ถูกเลื่อนเบื้องต้นจะฉีดในต้นสัปดาห์หน้า
ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี วันนี้เข้าสภาชี้แจงร่างพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ช่วงหนึ่งลุกขึ้นอภิปราย พูดถึงการบริหารจัดการวัคซีนและการแก้ปัญหาโควิด ย้ำว่า ไม่ได้ต้องการ รวบอำนาจในการแก้ปัญหาไว้คนเดียว แต่ที่ทำเพราะ ต้องการปลดล็อคให้ทุกหน่วยงานทุกกระทรวงทำงานได้ราบรื่น พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะอยู่จนครบเทอม ไม่มีลาออกหรือยุบสภาก่อนตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้
ถัดจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนออกจากรัฐสภา ย้ำเรื่องการบริหารวัคซีน ว่า ต้องทำเป็นรายเดือน เพราะ ยอดวัคซีนค่อยๆทยอยมา เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีกังวลที่ถูกต่อว่าการบริหารจัดการวัคซีนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าไม่กังวล เพราะ บริสุทธิ์ใจ และ อยากให้เห็นใจกันบ้าง ยืนยันว่าพูดคุยกับทุกหน่วยงานแล้วเข้าใจกันดี
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วิจารณ์ว่า การบริการจัดการวัคซีนตอนนี้ เหมือนเอาเนื้อหมูมาปะเนื้อช้าง คือ โรงพยาบาลไหนวัคซีนหมด ก็นำวัคซีนจากที่อื่นมาให้ก่อน เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มองว่ารัฐบาลควรออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมา ว่า ตอนนี้คือวัคซีนไม่พอ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจหากรัฐบาลพูดความจริง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ รัฐบาลควรสร้างความมั่นใจและเปิดข้อมูลให้ประชาชนรับทราบว่าจะได้ฉีดวัคซีนเมื่อไหร่
นายวิโรจน์ เสนอว่า รัฐบาลต้องนำฐานข้อมูลที่ประชาชนลงทะเบียนกับแอปพลิเคชันที่แต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ทำ มาเชื่อมโยงกับข้อมูลในระบบหมอพร้อม และกำหนดวันนัดหมายฉีดวัคซีน โดยยึดหลักจากแอปฯหมอพร้อม เป็นหลัก รวมถึงควรเร่งจัดสรรควัคซีนอย่างมียุทธศาสตร์ เช่น ฉีดให้ผู้สูงอายุ และ กลุ่มที่มีโรคประจำตัว 7โรค ให้หมดก่อน จากนั้นจึงกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น จังหวัดที่มีเตียงน้อย บุคลากรทางการแพทย์น้อย มีประวัติผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจมาก หรือมีการเคลื่อนย้ายประชากรสูง
ส่วนกรณีที่การนำวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ฉีดให้กลุ่มวัยรุ่นก่อนทั้งที่ผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเสี่ยงยังฉีดไม่ครบตามหนัดหมาย นายวิโรจน์ มองว่า รัฐบาลควรทบทวนอีกครั้ง เพราะอาจสร้างปัญหาใหม่ให้รัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมามีผลการศึกษาในต่างประเทศ ว่า มีคนอายุน้อยมีอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวนมาก