วันนี้ 16 ธ.ค.พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ยื่นหนังสือต่อสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือโดยเรียกร้องให้ กระทรวงยุติธรรม เปิดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษระหว่างปี 2563-2564 เพราะเชื่อว่าการขอพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวันมหามงคลที่ผ่านมาทำลายหลักนิติธรรม เพราะมีการอภัยโทษให้แก่นักโทษร้ายแรงจากการทุจริตประพฤติมิชอบ
นอกจากนี้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ยังโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่าขอให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย สังกัดกระทรวงยุติธรรม ส่งเรื่องกระบวนการพิจารณาอภัยโทษ ที่มองว่าผิดปกติ หรือ ญาตินักโทษที่มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการพิจารณาอภัยโทษตามลำดับ สามารถส่งข้อมูลมาให้ตัวเองได้ เพราะจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากเชื่อว่ามีกระบวนการในการช่วยเหลือกันอยู่
ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่รัฐสภาวันนี้ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว ระบุว่า ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคมีมติเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. … ต่อสภาผู้แทนราษฎร เตรียมยื่นให้สัปดาห์ ซึ่งประเด็นที่จะเสนอให้แก้ไข มีหลายเรื่อง เช่น กำหนดรูปแบบคณะกรรมการราชทัณฑ์ เสนอให้แต่งตั้งอย่างอิสระโปร่งใส และ ต้องเป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง ส่วนหลักเกณฑ์การลดวันต้องโทษจำคุก โดยเฉพาะคดีทุจริต พรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอให้มีการกำหนดกระบวนการพิจารณาที่รัดกุม และ ให้มีคณะกรรมการพิจารณาลดวันต้องโทษจำคุกคดีทุจริต ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะต้องผ่านการสรรหาเช่นเดียวกับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนคดีที่มีคำพิพากษาให้ต้องโทษจำคุก 15 ปีขึ้นไป พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่า หากจะลดโทษ จะต้องส่งเรื่องไปให้ศาลพิจารณา และ ควรมีหลักเกณฑ์ว่า คนที่จะได้รับการลดโทษ จะต้องรับโทษมาแล้วกึ่งหนึ่งของโทษที่ศาลพากษา
พีพีทีวี พูดคุยกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยกับการลงโทษสถานหนักกับนักโทษในคดีที่เกี่ยวกับการทุจริต
แต่ขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมา การอภัยโทษหรือลดโทษต่างๆก็ให้ใช้หลักเกณฑ์ตามนี้ นายจตุพร ตั้งข้อสังเกตว่า คนที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมานัยยะอื่นแอบแฝงหรือไม่ หากเคลื่อนไหวเพราะผลประโยชน์ทางการเมือง หรือ เพื่อโจมตีฝั่งตรงข้าม นายจตุพร บอกว่า ขอไม่เห็นด้วย
ทั้งนี้หากย้อนดูลดโทษทางอาญา ที่กำลังพูดถึงตอนนี้ ทีมข่าวพีพีทีวี พบว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่มีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมาย เพราะ ก่อนหน้านี้มีการเสนอให้แก้ไขหลายครั้ง
เช่น ช่วงปี 2562 มีการพูดถึงเรื่องการลดโทษในนักโทษ จากกรณี นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรรมต่อเนื่อง ที่ตอนแรกถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในคดีฆ่าข่มขืน 5 ศพ เมื่อปี 2548 จากนั้น เขาถูกปล่อยตัวออกมา จากเรือนจำ 27 พ.ค. 2562 รวมระยะเวลาจำคุก 14 ปี ทั้งที่โทษเดิม คือ จำคุกตลอดชีวิต และถัดจากนั้น นายสมคิดก่อเหตุซ้ำ ฆ่ารัดคอสาวขอนแก่น หลังพ้นโทษจากคดีเดิมออกมาเพียงครึ่งปีเท่านั้น
คดีนี้ถูกวิเคราะห์หลายประเด็น โดยเฉพาะ สาเหตุที่ทำให้นักโทษจำคุกตลอดชีวิต ถูกจำคุกแค่ 14 ปี มีนักวิชาการหลายคน บอกว่า การลดโทษในเรือนจำเกิดได้ 2 ส่วน คือ ได้วันลดโทษตามกฎหมายราชทัณฑ์ โดย ในเรือนจำจะแบ่งนักโทษ ออกเป็น 6 ชั้น คือ ชั้นเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นเลว และ ชั้นเลวมาก
ชั้นเยี่ยมจะมีโอกาสได้รับการลดโทษ เดือนละ 5 วัน ชั้นดีมากได้รับการลดโทษ เดือนละ 4 วัน และ ชั้นดีได้รับการลดโทษเดือนละ 3 วัน
อีกส่วนของการลดโทษ คือ จะได้รับการอภัยโทษ ซึ่งจะมีตามวาระโอกาสสำคัญๆ
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกรมราชทัณฑ์ วันนี้ มีข้อมูลว่า นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จัดการประชุมคณะอนุกรรมการสามัญประจำกรมราชทัณฑ์ และ มีมติลงโทษข้าราชการ 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานด้านการพักการลงโทษ และ ทำร้ายผู้ต้องขัง หลังตรวจสอบพบว่า ข้าราชการ 1 คน มีการอาศัยตำแหน่งหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ต้องขังและญาติ ส่วนข้าราชการอีก 3 คน มีพฤติการณ์ร่วมกันทำร้ายผู้ต้องขังเป็นเหตุให้ผู้ต้องขังได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต