“หมอชลน่าน” ลั่น เดินหน้าตัดวงจรอุบาทว์ ชี้ “ประยุทธ์” ไร้ความสามารถทุกมิติ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“ผู้นำฝ่ายค้าน” ประเดิมอ่านญัตติศึกซักฟอกวันแรก เดินหน้าตัดวงจรอุบาทว์ ซัด “บิ๊กตู่” ไร้ความสามารถทุกมิติ อย่าดันทุรังบริหารประเทศ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล วันนี้ 19 ก.ค. 2565 โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ เมื่อเริ่มเข้าสู่ระเบียบวาระ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แถลงเหตุผลของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่า ตลอด 8 ปีที่บริหารราชการแผ่นดิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผิดพลาดล้มเหลวไม่สามารถแก้ป้ญหาต่างๆให้ประเทศได้ 

รู้จัก! "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" สำคัญแค่ไหน เปิด 3 ขั้นตอน วิธีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เช็กเสียงสภา! ฟันธงรัฐบาลผ่านซักฟอกฉลุย

กลับกลายเป็นต้นตอให้ปัญหาที่มีอยู่มีความซับซ้อน ขยายวงกว้างรุนแรงยิ่งขึ้นทุกมิติ ประชาชนในชาติแบ่งฝ่ายกันมากขึ้น มีการทุจริตคอร์รัปชั่นสูงสุดเป็นประวัติการ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจรั้งท้าย มาจากการที่พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไร้ภูมิปัญญา ไร้องค์ความรู้ ไร้ความสามารถ ไร้จิตสำนึก ขาดภาวะความเป็นผู้นำหัวหน้ารัฐบาล มีความพิการทางความคิด ยึดติดอำนาจ ทำให้การบริหารราชการล้มเหลวผิดพลาดบกพร่อง ไม่ประพฤติปล่อยปละละเลยให้บุคคลแวดล้อม

เริ่มแล้ว! ศึกซักฟอกวันแรก "เด็ดหัว สอยนั่งร้าน" 5 รมต.ล็อตแรกขึ้นเขียง

และพวกพ้องของตน แสวงหาผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน ใช้จ่ายงบประมาณโดยไม่นึกถึงวินัยการเงินการคลัง มุ่งก่อหนี้เพื่อแสวงหาความนิยมทางการเมือง จนเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งการก่อหนี้มหาศาล เพื่อนำมาผลาญโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ และประชาชน จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่ออำนาจและกฎหมาย ขาดจิตสำนึกในหลักการประชาธิปไตย มุ่งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ใช้เงินต่อรองผลประโยชน์เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองของตนเอง อันเป็นการกระทำที่เป็นการทำลายระบบรัฐสภา และหลักการของระบอบประชาธิปไตย จนทำให้ระบบรัฐสภาตกต่ำสั่นคลอน กลไกระบบรัฐสภาเสียหาย

จากเหตุผลทั้งหมดก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า หากปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีดังกล่าวบริหารประเทศต่อไป ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศ และประชาชน จนยากที่จะเยียวยาแก้ไขได้

 นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า เราจะเห็นว่า 8 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้อง ได้กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้พี่น้องประชาชน เพียงเพื่อพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการอยู่ในอำนาจ ล้มล้างคู่แข่งทางการเมือง 8 ปีที่ผ่านมา ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ มีภาวะผู้นำที่แท้จริง จะออกมาประกาศยอมรับว่า ความผิดพลาดล้มเหลวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากตัวท่านคนเดียว และท่านจะต้องประกาศให้โลกนี้รู้ว่า ท่านเองไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ แต่เสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ทำสิ่งนี้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ สำนึก รู้ดี รู้ชั่ว เห็นแก่ประเทศชาติ ออกมายอมรับตรงๆ เชื่อว่า ประเทศ และการทำหน้าที่ในสภาจะเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนจะมีความหวัง แต่ 8 ปีที่ผ่านมา บ่งชี้ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีจิตสำนึก ไม่มีความรับผิดชอบ คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว

อีกทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ได้กระทำการโดยให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้ามีส่วนร่วม เป็นนั่งร้านสนับสนุนท่านให้มีอำนาจต่อไป นั่งร้านที่เกิดขึ้นขณะนี้เปรียบเสมือนเห็บเหาปรสิต ร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่คอยสูบเลือดประเทศ และประชาชน เพื่อความอิ่มเอมของตนเอง และพวกพ้อง สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกกำจัดออกไป ถ้านั่งร้านเหล่านี้เกิดจิตสำนึกที่ดี เห็นแก่ประเทศชาติ ช่วยกันลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะหมดเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้าท่านไม่มีจิตสำนึกที่จะบอกกับประชาชนว่าท่านพอแล้ว และนั่งร้านไม่ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถึงเวลาจริงๆ ที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่เด็ดหัวสอยนั่งร้าน ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรี 10 คน ให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ทั้งหมดจะต้องไปสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อนำคนทำผิดมาลงโทษ จะต้องมีการตัดวงจรเห็บเหาปรสิตที่คอยสูบเลือดประเทศ และประชาชนออกไป

 นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะขอใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน 45 ชม. อย่างคุ้มค่าทุกวินาที เพื่อหยุดสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ หยุดการทำลายชาติ เพื่อชี้ให้สภาแห่งนี้เห็นถึงภัยร้ายที่เกิดขึ้นมาตลอด 8 ปี หวังว่าสิ่งที่พวกเราได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จะทำให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลได้ตระหนักถึงความจริงที่ว่านั่งร้าน ที่พวกท่านพยายามค้อมหัวยอมเป็นให้กับรัฐบาลนี้ ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างใหญ่หลวง และถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราจะร่วมมือกันยุติความเสียหายเหล่านี้ และเริ่มต้นใหม่กับรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

อีกทั้งตนขอขอบคุณกลุ่มราษฎรที่เปิดกล่องลงมติไม่ไว้วางใจเป็นมติมหาชน หากเห็นมติมหาชนจะเปลี่ยนใจมาลงมติไม่ไว้วางใจร่วมกับฝ่ายค้าน พล.อ.ประยุทธ์ และพวก มีที่มาไร้ความชอบธรรม เข้าสู่อำนาจด้วยการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากประชาชน นั่นคือการปล้นอำนาจของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ผลักดันตนเองเข้ามาเป็นรัฐบาลเถื่อน ฉีกรัฐธรรมนูญกฎหมายสูงสุดของประเทศ และยังรักษาอำนาจด้วย กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่น่าอดสูใจอย่างยิ่ง เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างกองกำลังในสภาให้ซ้ายหันขวาหัน โหวตรักษาอำนาจให้ตนได้ตามอำเภอใจ จนรัฐบาลเถื่อนของตนนั้นอยู่รอด สร้างความล่มสลายให้ประเทศต่อเนื่องยาวนานเกือบ 8 ปี

นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า ยอมรับเถิดว่ารัฐธรรมนูญปี 60 ที่เกิดจากนิติบริกรที่พล.อ.ประยุทธ์ เลือกเข้ามาจัดทำรัฐธรรมนูญจนได้ดั่งใจนั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ ดึงประเทศถอยหลังนับสิบๆปี และเป็นมะเร็งร้ายบ่อนทำลายระบอบการเมืองไทย ทำลายประเทศ และอนาคตของลูกหลานของเราทั้งหมด เป็นเพียงเพราะความอยากอยู่ต่อในอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์อย่างไร้สำนึก ไร้ความชอบธรรม โดยไม่ใส่ใจต่อความพินาศของเศรษฐกิจสังคมเท่านั้นเองจริง เป็นผู้นำไร้ความสามารถ ผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์ ใช้ปากบริหารประเทศ เพราะชีวิตของพล.อ.ประยุทธ์ อาจรู้จักแต่กองกำลังในค่ายทหาร จึงมักคัดเลือกบุคลากรที่คุ้นเคยเหล่านี้เข้ามาทำงานในด้านต่างๆแบบผิดฝาผิดตัว เป็นผู้นำที่สร้างความพินาศ ล้มเหลวให้กับประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข การเมือง คอร์รัปชั่นจนระบบประเทศพังพินาศล้มเหลว อาทิ ภาพการพิจารณางบประมาณ ปี 2566  เห็นชัดเจนว่าช่วงใกล้เลือกตั้งจัดงบกระจุกตัว จัดให้แต่ฝ่ายตนเองและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเห็นได้ชัด การริดลอนสิทธิเสรีภาพประชาชนที่จะต้องได้รับความยุติธรรมแต่กลับจับติดคุกทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา บังคับใช้กฎหมายล้นเกิน ดึงสถาบันมาเป็นคู่ขัดแย้ง กล่าวหาคนเห็นต่างไม่จงรักภักดี ทั้งที่จริงตัวท่านเองแอบอิงใช้ประโยชน์เพื่อต้องการอยู่ในอำนาจ การสถาปนาสภากล้วย จงใจเป็นปฏิปักษ์ทำลายระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เรื่องนี้ถึงศาลแน่นอน

 อีกทั้งยังครอบงำชี้นำพรรคการเมืองที่สมยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก้าวก่ายแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติสั่งการสูตรคำนวณส.ส.หาร 500 มีการต่อรองทางการเมืองมากมาย เพื่อทำงานพรรคการเมืองคู่แข่งให้การยึดอำนาจมาไม่เสียของ เหมือนจับหนูตัวเดียวแต่เผาบ้านตัวเอง ตนยังเชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมรัฐบาล และส.ส. ท่านใช้วิธีการแบบนี้พรรคกลางและพรรคเล็กตายหมด ตนแนะนำยังมีเวลาไปใช้ศาลรัฐธรรมนูญทักท้วงว่าการแก้ไขมาตรา 23 ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ถึงศาลแน่และจะมีใครบางคนถูกสอย เสียงในสภาฯไม่ชนะศรัทธาประชาชนแน่นอน คนดูถูกอำนาจประชาชนจะถูกสั่งสอนในสนามเลือกตั้ง

  “ผมขอร้องไปยังเพื่อนสมาชิก เรามาจากประชาชนต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชน เพื่อประเทศชาติ และบ้านเมือง ผมหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพวกเราจะได้มาเจอกัน ณ แห่งนี้ และหวังว่าคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ควรจะไปจากสภาฯแห่งนี้ เพราะท่านไม่เคยให้เกียรติสภาฯแห่งนี้ ไปได้แล้วครับ ท่านอย่าอยู่เพื่อเป็น 608 ทำลายประเทศชาติ” นพ.ชลน่าน กล่าว

ศท. อดอภิปรายรัฐบาล อ้างฝ่ายค้านแบ่งเวลาหมดแล้ว

โควิดวันนี้ (19 ก.ค.65) ติดเชื้อพุ่ง 2,125 ป่วยปอดอักเสบ 803 ราย

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP การเมือง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ