นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซึ่งโพสต์หลังจาก นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นพูดในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีมีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เป็นการชื่นชมนายรังสิมันต์ โรม ที่อภิปรายฯได้ดี ในการเปิดโปงกลุ่มทุนจีนสีเทา ที่มีลักษณะแอบอ้างเบื้องสูง
โดยนายชูวิทย์ ระบุว่า ทุนจีนเหล่านี้ คิดแต่ว่า หากจะทำอะไรผิดกฏหมายในไทย จะต้องรู้จัก "ทหาร ตำรวจ" และตอนนี้ อิทธิพลของทุนจีนลามไปทั่วแล้ว จำเป็นจะต้องรีบจัดการ
มาย้อนดูการอภิปรายฯ ของคุณรังสิมันต์ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ซึ่งนอกจาก พูดถึงเรื่องจีนเทาแล้ว ยังพูดพาดพิงเชื่อมโยงมาถึงรัฐบาล ไปถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พี่ใหญ่ 3 ป. และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ในส่วนของพลเอกประยุทธ์ นายรังสิมันต์ ได้เปิดชื่อ ส.ว. อ.ทรงเอ ที่อาจพัวพันกับขบวนการฟอกเงิน และค้ายาเสพติดในประเทศเมียนมา นายรังสิมันต์ อ้างว่า ส.ว.คนนี้ ได้เข้ามาเป็น ส.ว. โดยการคัดเลือกของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และนายวิษณุ เครืองาม แต่สุดท้ายคนที่คัดเลือก คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
นายโรม ยังตั้งข้อสังเกตได้ว่า ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ทราบประวัติ ส.ว.คนนี้ เนื่องจาก พื้นที่ตั้งรวมไทยสร้างชาติ ยังเป็นของ ส.ว.ดังกล่าวด้วย
นายรังสิมันต์ ได้อภิปรายฯ พาดพิงไปถึงความสัมพันธ์ ของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กับทุนจีนสีเทา และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ฟากรัฐบาล
ซึ่งนายรังสิมันต์ ยังชูภาพ นายหลิน หลง ซึ่งได้ไปถ่ายภาพคู่กับ พลเอกประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อด้วย โดยนาย รังสิมันต์ ระบุว่า คนจะไปถ่ายรูปที่นี่ได้ ต้องมีความสัมพันธ์ระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นสถานที่เข้าไปยาก และต้องมีนัดหมายล่วงหน้า
ทั้งนี้ ตลอดการอภิปรายฯ ของนายรังสิมันต์ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ได้พูดตักเตือน ให้ระวังการพาดพิงไปถึง พรรคการเมือง ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องจับตาดูวันนี้ ในการอภิปรายฯ วันที่ 2 ทางฟากฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะตัวของท่านนายกรัฐมนตรี จะมีการชี้แจงเรื่องนี้หรือไม่