"อ.เจษฎา"เชื่อชี้มูลหมอพรทิพย์ ปมGT200 ไม่เกี่ยวการเมือง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




GT200 เป็นอีกคดีที่หลายคนติดตามมานาน ทั้งในส่วนการจัดซื้อของกองทัพ และ ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ป.ป.ช.ยื่นฟ้อง "หมอพรทิพย์" โดย"อ.เจษฎา"เชื่อชี้มูลคดีนี้ไม่เกี่ยวการเมือง

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์  เปิดใจกับสื่อ ถึงกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ ยื่นฟ้องคดีจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและสารเสพติด GT200 และ Alpha6 ในส่วนสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จำนวน 4 สัญญา ซึ่งมองว่าการมีมติยื่นฟ้องตนเอง เป็นเพราะแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับขั้วอำนาจทางการเมืองโดยเรื่องนี้คุณหมอพรทิพย์บอกว่า “ก็เข้าใจได้” เพราะในระดับผู้บริหารมีตัวเองโดนคนเดียว แต่ที่เหลือซึ่งเป็นทหารไม่มีใครโดน

“หมอพรทิพย์”โต้ ป.ป.ช.ไม่ให้โอกาสแจงปม GT200 โอดโดนคนเดียว แต่ทหารไม่โดน

"โรม" ร้องป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สินส.ว.ทรงเอ

หมอพรทิพย์  ยังยืนยันว่าไม่ได้ทุจริตและสามารถชี้แจงได้ในทุกข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. เช่น กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าซื้อเครื่องคนละราคากับทหาร เพราะทหารใช้วิธีการซื้อแบบจีทูจี เป็นคนละรูปแบบกับของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และขณะที่สถาบันฯ ซื้อเครื่องภายหลังจากทหาร ปรากฎว่าบริษัทขอปรับขึ้นราคา อีกทั้ง ตนเองก็ไม่ใช่คนลงนามซื้อเครื่องในสัญญาที่ราคาสูงขึ้น เพราะขนาดนั้นไปปฎิบัติภารกิจทางใต้ ทำให้คนลงนามในตอนนั้นเป็นรักษาการอธิบดีฯ จึงแปลกใจว่าทำไม ป.ป.ช. มาฟ้องตนเอง

ส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้ตั้งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบการซื้อเครื่องมือดังกล่าว เป็นเพราะระเบียบระบุว่าไม่จำเป็นต้องตั้งเสมอไป และการซื้อเครื่อง GT200 ของสถาบัน ซื้อตามกองทัพฯ และซื้อหลังจากที่อังกฤษซื้อไปใช้ในสงครามอิรัก ขณะนั้นอังกฤษยังไม่รู้ว่าถูกหลอกด้วยซ้ำ 

ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนักวิชาการ ที่ออกมาตั้งข้อสังเกตกรณี GT200 มาตั้งแต่ต้นและเป็นพยานในการตรวจสอบการจัดซื้อให้กับป.ป.ช.หลายชุด ระบุว่า เท่าที่ทราบการตรวจสอบการจัดซื้อ GT200 ของหน่วยงาน  ทางป.ป.ช.จะดูรายชื่อคณะกรรมการ  ที่ออกเสปคว่าจัดซื้ออะไรบ้าง

และคณะกรรมการที่ตรวจรับเครื่อง ซึ่งทุกคนจะโดนชี้มูลว่าผิดหมด ซึ่งในส่วนหน่วยงานอื่นทราบว่า สามารถสรุปสำนวนได้แม้จะล่าช้า  แต่กรณีสำนักนิติวิทยาศาสตร์ มีจุดพิเศษคือ ประธานคณะกรรมการจัดซื้อ  ไม่ใช่ผู้อำนวยการสำนัก คือคุณหมอพรทิพย์ แต่ว่าเป็นรองผู้อำนวยการ ที่รักษาการณ์แทน เป็นผู้เซ็นในส่วนนั้น ทำให้ตอนแรกมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะฟ้องร้องได้ครอบคลุมไปถึงผู้อำนวยการ ก็คือคุณหมอพรทิพย์หรือไม่

ทราบว่า ทางป.ป.ช.ก็ตั้งคณะกรรมการร่วมกับทางอัยการสูงสุด ซึ่งอัยการสูงสุดก็อาจมีความเห็นว่า อาจจะหลักฐานไม่เพียงพอแต่ว่าทางป.ป.ช. คิดว่า เรื่องนี้ไปถึงคุณหมอพรทิพย์ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการสำนักด้วย ก็เลยเพิ่งเป็นประเด็น

ส่วนที่หมอพรทิพย์มองว่า การชี้มูลเกิดขึ้นเพราะมีเบื้องหลังทางการเมือง ส่วนตัวอาจารย์เจษฎา มองว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะในฐานะพยานก็ทราบดีว่า ป.ป.ช.หลายชุด มีการตรวจสอบเรื่องนี้มานานแล้ว และมีการชี้มูลผู้เกี่ยวข้องนับร้อยคน ไม่ใช่เฉพาะกรณีหมอพรทิพย์

อาจารย์เจษฎา ยังระบุว่า ประเด็นที่ ป.ป.ช.ให้ความสำคัญคือเรื่องการเขียนเสปคหรือคุณสมบัติของเครื่องในลักษณะเหมือนกับมีการล็อกเสปค แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบว่าสามารถใช้งานในเชิงวิทยาศาสตร์ได้หรือไม่ และสิ่งหนึ่งที่เห็นจากการตรวจสอบเรื่องนี้ก็คือ แต่ละหน่วยงานไม่ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติเครื่อง แต่เป็นการจัดซื้อตามกัน ซึ่งอาจารย์เจษฎา ใช้คำว่า "ถูกหลอกในเชิงจิตวิทยา" คือพอเห็นหน่วยงานหนึ่งนำไปใช้และเหมือนใช้ได้ก็คิดว่าน่าจะใช้ได้

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ