เลือกตั้ง 2566 : กกต.ชี้พิจารณางบค่าไฟฟ้า เป็นหน้าที่ ไม่ได้เอื้อรัฐ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่สวนลุมพินี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ ถึงมาตรการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงโดยเตรียมจะทำเรื่องถึง กกต. เพื่อขออนุมัติงบประมาณ ล่าสุดประธาน กกต. รับลูก พร้อมพิจารณา แม้ถูกมองเอื้อประโยชน์รัฐ แต่เป็นหน้าที่ไม่ทำไม่ได้

วันที่ 21 เม.ย. 2566 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรมกมารเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า หากรัฐบาลมีการเสนอมา ตามขั้นตอนก็จะต้องนำเข้าที่ประชุม กกต. ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา เชื่อว่า ไม่เป็นปัญหากับกกต. เนื่องจากต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งยอมรับว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าว อาจจะถูกมองว่า เอื้อประโยชน์ปลดล็อกให้กับรัฐบาล

รัฐบาล แจงการคำนวณค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. 66 ย้ำจะทยอยปรับลด ตามราคาเชื้อเพลิง

วิธี"ประหยัดค่าไฟ" กับ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าประจำบ้าน

แต่ย้ำว่า ไม่คิดว่า กกต. จะถูกยืมมือเป็นเครืองมือของใคร แต่เป็นเพราะบทบาทหน้าที่ที่ต้องทำ และการตัดสินก็มีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ซึ่งกกต.จะไม่ตัดสิน ก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับเหตุผล และข้อสนับสนุน หากมีประโยชน์ ก็ต้องอนุญาต และน้อมรับผลกระทบ จากผู้ที่ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าหากเห็นว่า ไม่ควรทำเรื่องนี้ ในเวลานี้ ก็ต้องบอกรัฐบาลว่า ไม่ได้

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การช่วยเหลือค่าไฟ ควรเป็นการพิจารณาของรัฐบาลหน้าหรือไม่ นายอิทธิพร บอกว่า ถ้ามีการเสนอเรื่องที่ กกต. ก็ต้องพิจารณา จะไปหลบใต้โต๊ะ แล้วบอกว่า ไม่พิจารณาก็ไม่ได้

อีกคนที่ให้ข้อมูลเรื่องนี้คือ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ส่งเรื่องมา พร้อมแนบรายละเอียด เช่น งบประมาณที่จะใช้ สามารถดำเนินการส่งเรื่องให้ กกต.ต่อได้ทันที และเห็นว่า ไม่น่ามีปัญหา เพราะตาม กฎหมายในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 มาตรา 169 ระบุชัดเจนว่า การใช้งบประมาณกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ต้องขอความเห็นชอบ อนุมัติการใช้งบประมาณในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ

แต่ในมุมมองของอดีต กกต. อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เห็นต่าง โดยอธิบายว่า กรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการ มีเงื่อนไขอยู่ 4 ข้อ ที่รัฐบาลรักษาการ ทำไม่ได้ คือ

1.ไม่อนุมัติงาน โครงการ ที่จะสร้างความผูกพันไปถึงคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป

2. ไม่แต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ เว้นแต่ กกต.เห็นชอบ

3. ไม่ใช้จ่ายเงินสำรอง เพื่อฉุกเฉิน หรือ จำเป็น คือ นำงบกลางมาใช้ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจาก กกต.

4. ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือ บุคคลากรรัฐ หรือ การกระทำที่มีผลต่อการเลือกตั้ง 

นายสมชัย อธิบายต่อว่า ถ้าดูตามกฎหมาย จะเห็นว่า แม้กฎหมายจะกำหนด ให้อำนาจ กกต.ในการอนุมัติงบประมาณ ที่รัฐบาลรักษาการยื่นขออนุมัติได้ แต่ส่วนตัวมองว่า ช่วงเวลาที่มีการเลือกตั้งนี้ กกต.อนุมัติให้ไม่ได้ เพราะหากอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือค่าไฟ จะเกี่ยวพันไปถึงกฎหมายที่ระบุว่า เป็นการนำทรัพยากรของรัฐมาใช้ ซึ่งมีผลต่อการเลือกตั้ง คือ คะแนนนิยม กกต.จึงต้องพิจารณา วิเคราะห์ให้ดี

นายสมชัย เสนอว่า ในช่วงเวลาแบบนิ้ กกต.ไม่ควรรับเรื่องไว้พิจารณา หากรัฐบาลส่งเรื่องมา ก็ควรจะตีกลับไปครม. แต่ถ้าหากอยากบรรเทาความเดือดร้อน ให้เสนอมาใหม่ หลังจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว เพราะแม้ผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว ก็ยังต้องเป็นรัฐบาลรักษาการอีกอย่างน้อย 3 เดือน เชื่อว่า หากเสนอมา กกต.พร้อมอนุมัติ

ทั้งนี้ในระหว่างนี้ หาก กกต.รับพิจารณา และอนุมัติ กกต. เองก็มีความเสี่ยงจะถูกฟ้อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้ด้วย

ในส่วนนี้ก็ต้องรอว่า กกต.จะอนุมัติงบช่วยค่าไฟฟ้าหรือไม่อย่างไร แต่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ออกมาเปิดเผย หลังประชุมคณะอนุกรรมการค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที )วันนี้ มีมติเห็นชอบปรับลดค่าไฟฟ้า 7 สตางค์ ต่อหน่วย สำหรับงวด พ.ค.-ส.ค.2566 โดยปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.70 บาท/หน่วย จากเดิม 4.77 บาท/หน่วย คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาอีกครั้งในการประชุมบอร์ด กกพ. วันพุธที่ 26 เมษายน นี้

TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ