"เศรษฐา"ประชุมครม.นัดพิเศษ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ก่อนจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 11 ก.ย.นี้

วันที่ 6 ก.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่เวลา 07.37 น. โดยทันทีที่มาถึงทำเนียบรัฐบาลได้ลดกระจกโบกมือทักทายสื่อมวลชนโดยมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ถือฤกษ์เวลา 08.02 น. ไหว้พระพรหม จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรี ไปสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ศาลตายาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล

สว.เตรียมชำแหละนโยบายเงินดิจิทัล ในการแถลงนโยบายต่อสภา 11 ก.ย.นี้

นิด้าโพล เผย "นโยบายรัฐบาลเพื่อไทย" ที่ประชาชนอยากได้-ทำได้มากที่สุด

โดยนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้รู้สึกสบายใจ และได้ขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องบ้านเมืองในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภัยเศรษฐกิจ ภัยสังคม และความแตกแยก

ผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ได้เตรียมนโยบายอะไรที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และเตรียมเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา นายกรัฐมนตรี ตอบสั้นๆว่า จัดทำเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการ เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษที่จะหารือและเตรียมพร้อมการเตรียมตัวแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รวมถึงคาดว่าจะแต่งตั้งนพ.พรหมมินทร์ เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะชี้แจงกฎระเบียบข้อบังคับ และการเบิกจ่ายงบประมาณให้กับนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ

โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้ตรวจทานนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา หลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับคำแถลงนโยบายรัฐบาลนายกฯเศรษฐาต่อรัฐสภา  ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162ระบุว่า คณะรัฐมนตรี ที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่ หรือหลังจากวันถวายสัตย์ฯ

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมถ้อยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 11ก.ย. 2566 แล้ว มีทั้งสิ้น 52 หน้า โดยมีสาระสำคัญ ในการวางกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศ ตามกรอบความเร่งด่วน

กรอบระยะสั้น รัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องกระตุ้นการใช้จ่าย จุดประกายให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง ประกอบกับการเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างเร่งด่วน และรวดเร็ว

กรอบระยะกลาง และระยะยาว รัฐบาลจะเสริมขีดความสามารถให้กับประชาชน ผ่านการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้กับประชาชนทุกคน

เมื่อลงรายละเอียดโดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เร่งด่วน มี“นโยบายการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท” กระตุ้นให้เศรษฐกิจไทย ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจมีนโยบายหลายประการที่สามารถทำได้โดยเร็ว เร่งแก้ปัญหา 4 ประเด็น ดังต่อไป

1.การแก้ปัญหา หนี้สินเกษตร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน

2. การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และน้ำมันเชื้อเพลิง

3.ผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว อำนวยความสะดวก ปรับปรุงขั้นตอนการขอวีซ่า

4.การแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งสหราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ส่วนนโยบาย ค่าแรงขั้นต่ำ 650 บาท ในคำแถลงนโยบายไม่มีแนวทางที่ชัดเจน เพียงแต่ระบุว่า การสร้างรายได้ผ่านนโยบายข้างต้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างชีวิตของคนไทย ให้มีเกียรติ และค่าแรงที่ข่ำต่ำและเป็นธรรม

รวมถึง นโยบายรถไฟฟ้า กทม. 20 บาท ก็ไม่ปรากฎในคำแถลงการณ์นี้ สอดคล้องกับที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์วานนี้ ( 5 ก.ย.66)ว่า ไม่อยู่ในนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมจะแถลงต่อรัฐสภา เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนมีปัญหาเรื่องนโยบายอื่น ๆ ที่มีความสำคัญมากกว่า 

หลังเสร็จสิ้นการประชุมครม.นัดพิเศษ เวลา 11.45 น. นายเศรษฐา มีภารกิจร่วมงาน “วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2566” ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และช่วงเย็นออกเดินทางไปยังตลาดนัดจ๊อดแฟร์พระราม 9 โดยรถยนต์ส่วนตัว

โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย AVC 2023 ไทย พบ จีน รอบชิงชนะเลิศ

ประกาศฉบับที่ 21 เตือน! 34 จังหวัด “ฝนตกหนักถึงหนักมาก”

ออกหมายจับ "อิทธิพล คุณปลื้ม" คดีออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารมิชอบ

TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ