จากกรณีวันที่ 23 พ.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมพิจารณารับคำร้องของ กลุ่ม 40 สว. ที่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความสิ้นสุดลงของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของนายพิชิต ชื่นบาน หลังมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5)นั้น
ซึ่งล่าสุดนายพิชิต ชื่นบาน ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้ว ทำให้เกิดคำถามว่าเรื่องที่ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป
โดยกรณีดังกล่าว นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกว่า การลาออกของนายพิชิต ไม่มีผลเพราะคำร้องเป็นคำร้องที่ระบุว่า นายพิชิต ชื่นบาน ขาดคุณสมบัติตั้งแต่เริ่มแรกเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นศาลก็ต้องวินิฉัย ในประเด็นดังกล่าวว่ามันขัดหรือไม่ขัด การลาออกของนายพิชิตไม่ได้ทำให้คดีสิ้นสุด
นายสมชัย บอกอีกว่า ถ้าศาลพิจารณาว่าให้นายพิชิตพ้นจากการเป็นรัฐมนตรี นับตั้งแต่เข้าเป็นรัฐมนตรี นายพิชิตก็ต้องคืนเงินเดือนที่ได้รับไปด้วย ซึ่งถ้าดูอายุการทำงานเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิตก็ไม่ถึง 1 เดือน นับตั้งแต่วันโปรดเกล้าก็เป็น 23 วันเท่านั้น
นอกจากนั้น นายสมชัย ยังบอกอีกว่า การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 23 พ.ค.นี้ สามารถออกมาได้ 4 แนวทาง คือ 1.ไม่รับคำร้อง เพราะพยานหลักฐานไม่พอ ทั้งกรณีของนายพิชิต และกรณีของนายเศรษฐา 2.รับคำร้องไว้วินิจฉัย ทั้งกรณีของนายเศรษฐาและนายพิชิต 3.รับคำร้องไว้วินิจฉัย แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ระหว่างไต่สวน นายพิชิต ลาออกศาลรัฐธรรมนูญอาจงดวินิจฉัย และ4.รับคำร้องเฉพาะ นายพิชิต ไม่รับคำร้องกรณีนายนายเศรษฐา
และหากนับเฉพาะกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัย ขั้นตอนต่อมาคือ ศาลจะต้องพิจารณาสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ และต้องให้รองนายกฯขึ้นมารักษาการ เอาไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
โดยท้ายที่สุดแล้ว หากรอดทั้งคู่ก็ไม่มีผลอะไร กลับมาทำหน้าที่ต่อ แต่ถ้านายกฯรอด แต่นายพิชิตร่วง ก็จะต้องมีโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีว่าง 1 ตำแหน่ง แต่หากสุดท้ายแล้ว ร่วงทั้งคู่ จะทำให้ตำแหน่ง นายกฯว่างลง และกลับมาเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ในการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ โดยคราวนี้ไม่ต้องอาศัยเสียงจาก สว.อีกต่อไป เพราะหมดบทเฉพาะกาลแล้ว และ สว.ชุดปัจจุบันหมดวาระ
นายสมชัยมองว่า หากนายเศรษฐาและนายพิชิต ร่วงทั้งคู่ สส.จะต้องโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งตัวเลือกก็มีไม่มากแล้วในพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีความเป็นไปได้ ที่ชื่อของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะถูกเสนอชื่อได้
ส่วนระยะเวลาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายสมชัย บอกว่า เบื้องต้นกฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณา แต่ต้องทำโดยเร่งรีบเพราะมีผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งอาจจะไม่เกิน 2 เดือน