มาตรฐานจริยธรรม กฎเหล็กหรือยาพิษกำกับนักการเมือง!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ทำความรู้จัก “มาตรฐานจริยธรรม” บทบัญญัติที่ถูกมองเป็น “กฎเหล็ก” หรือ “ยาพิษ” กำกับนักการเมือง ภายใต้บทลงโทษรุนแรง

“มาตรฐานจริยธรรม” ถือเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ถูกนำมาใช้ควบคุมผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการในองค์กรอิสระหลายตำแหน่ง รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

โดยรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 กำหนดให้ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นมาบังคับใช้ แก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้า หน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ

คอนเทนต์แนะนำ
รู้จัก “สินบน” ความผิดที่โดนทั้งผู้ให้ – ผู้รับ
บัญชีทรัพย์สินคืออะไร ใครมีหน้าที่ต้องยื่น?
จ่อสอบ จนท.รัฐ ปล่อยรีสอร์ตหรูรุกเขาแสมสาร

มาตรฐานจริยธรรม สำนักงาน ป.ป.ช.
ทำความรู้จักมาตรฐานจริยธรรม

ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าวต้องครอบคลุมถึงการรักษาเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ และต้องระบุให้ชัดแจ้งด้วยว่าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมใดมีลักษณะร้ายแรง โดยในการจัดทำต้องรับฟังความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย

ทั้งนี้หลังจาก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีผลบังคับใช้ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระได้จัดทำ  “มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ” โดยประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2561

ทั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 หมวด ประกอบด้วย หมวดหลักคือ หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์ซึ่งจำแนกได้ ดังนี้

- ต้องยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

- ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน

- ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

- ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ของตนแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

- ต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในประการ ที่อาจทําให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่

- ต้องไม่รับของขวัญของกํานัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการรับ จากการให้โดยธรรมจรรยา และการรับที่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับให้รับได้

นอกจากนั้นเป็น หมวดมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก และหมวดจริยธรรมทั่วไป อาทิ ไม่กระทําการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม, ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน, ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ, ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง, ไม่กระทําการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ, อุทิศเวลาแก่ทางราชการ ไม่เบียดบังเวลาราชการไปประกอบธุรกิจส่วนตัว, ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความเต็มใจ, รักษาความลับของทางราชการตามกฎหมาย เป็นต้น

มาตรฐานจริยธรรม สำนักงาน ป.ป.ช.
มาตรฐานจริยธรรม กฎเหล็กหรือยาพิษกำกับนักการเมือง

ทำผิด โทษหนักสูงสุดตัดสิทธิตลอดชีวิต

มีการกำหนดโทษไว้ว่า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 1 ให้ถือว่ามีลักษณะร้ายแรง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัตินั้น

ทั้งนี้หลังมาตรฐานทางจริยธรรมนี้มีผลใช้บังคับ รัฐธรรมนูญ 2560 ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (ป.ป.ช.) มีอำนาจไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งหากเห็นว่ามีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

หากศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าว ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วยก็ได้แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี และไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ

ด้วยบทลงโทษที่รุนแรง จึงทำให้บ่อยครั้งมาตรฐานทางจริยธรรม ถูกมองว่าเป็น “กฎเหล็ก” หรือ “ยาพิษ” ที่ใช้กำกับนักการเมือง

ที่ผ่านมานับตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 และมาตรฐานจริยธรรมถูกประกาศใช้ ทำให้มีนักการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถูกตัดสินว่าผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหลายราย โดยมีโทษที่รุนแรง คือ ตัดสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต, เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี, ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ

โดยความผิดฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม มาจากหลายกรณี อาทิ นักการเมืองรายหนึ่งเข้ายึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ, นักการเมืองรายรุกพื้นที่ป่าเขาใหญ่, นักการเมืองรายหนึ่งถูกกล่าวหาเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันในการกระชุมสภา, หรือกรณีนักการเมืองรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊ก พาดพิงสถาบัน เป็นต้น

แม้มาตรฐานทางจริยธรรม จะถูกมองเป็น “กฎเหล็ก” หรือ “ยาพิษ” ที่ใช้กำกับนักการเมือง หรือถึงขั้นใช้ประหารชีวิตทางการเมือง แต่หากมองย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น จะพบว่าพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักการเมืองเสียเอง เป็นสิ่งที่นำไปสู่ปลายทางการลงโทษจากมาตรฐานจริยธรรม

 

แนะวิธีดำเนินการ ทำอย่างไร หากชื่อบัญชีโมบายแบงก์กิ้งไม่ตรงกับซิม?

เปิดโปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย ทำศึกเนชันส์ ลีก 2024 สัปดาห์ 2 มาเก๊า

เปิดปฏิทินวันหยุดเดือนมิถุนายน 2567 แนะวิธีลาให้ได้หยุดยาว 4 วัน

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ