โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตตำรวจ 6 ราย ทำผิดวินัย – ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์อดีตตำรวจ 6 ราย ฐานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง 

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา

เนื่องจากได้กระทำความผิดในขณะรับราชการและถูกลงโทษทางวินัยและอาญา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548

คอนเทนต์แนะนำ
โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งพระครูพราหมณ์ รวม 7 คน
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศให้ “เครื่องกรองน้ำ” เป็นสินค้าควบคุมฉลากให้ชัดเจน

 

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตตำรวจ 6 ราย ทำผิดวินัย – ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ราชกิจจานุเบกษา
โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตตำรวจ 6 ราย ทำผิดวินัย – ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

เนื่องจากได้กระทำความผิดในขณะรับราชการและถูกลงโทษทางวินัยและอาญา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 ดังนี้

1. นายปพนเดช นวลสี ขณะดำรงชั้นยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ (งานคดี) (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลบางมด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2563 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกเลย ตามมาตรา 79 (2) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญทองช้างเผือก

2. นายศิริมงคล กองสุข ขณะดำรงชั้นยศดาบตำรวจ  ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 79 (5) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 ฐานฆ่าผู้อื่น ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานบุกรุกโดยมีอาวุธปืนในเวลากลางคืน และฐานพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

3. นายสุพจน์ บุญทิพย์ ขณะดำรงตำชั้นยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลบุคคโล กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 79 (1) (2) (5) และ (6) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เมื่อวันที่ 10 

4. นายปริญญา จิตต์หาญ ขณะดำรงชั้นยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลบวรมงคล กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ และกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรงอันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 79 (1) และ (5) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญทองช้างเผือก

5. นายสมคิด กลิ่นบุญแก้ว ขณะดำรงชั้นยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ กองร้อยที่ 1 กองกำกับการอารักขา 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถูกลงโทษปลดออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2562 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ และกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 79 (4) และ (5) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ฐานฆ่าผู้อื่น ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเหรียญทองช้างเผือก

6. นายเอกอนันต์ พันธุวัฒนา ขณะดำรงชั้นยศดาบตำรวจ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ ฝ่ายอำนวยการ 7 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกัน เป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์ อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติ ตามระเบียบของทางราชการ ตามมาตรา 79 (2) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และเป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฎชัดแจ้ง พ.ศ. 2547 ข้อ 3 (2) ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

ทั้งนี้ บุคคลทั้ง 6 ราย เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี่ที่เกี่ยวข้องแล้ว

ผู้นำฝรั่งเศสประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ หลังเสี่ยงแพ้เลือกตั้งสภายุโรป

โปรแกรมบอลยูโร 2024 ทุกคู่ เวลาแข่งขัน EURO 2024

5 ประเภทอาหาร กระตุ้นโรคลำไส้แปรปรวน เพิ่มลมจุกแน่นท้องได้!

TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

alt="โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตตำรวจ 6 ราย ทำผิดวินัย – ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง"

โครเอเชีย

VS
alt="โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีตตำรวจ 6 ราย ทำผิดวินัย – ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง"

แอลเบเนีย

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ