หลังจากที่ได้ว่าที่ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 200 คนชุดใหม่อย่างไม่เป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นว่าดุลอำนาจการเมืองไทยอาจเปลี่ยนแปลงไป บางรายระบุว่า สว. ชุดนี้เป็น สว. สายสีน้ำเงิน ส่วนสายอื่น ๆ ก็มีจำนวนลดหลั่นลงมา
นอกจากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงประเด็นที่ นายสมชาย วงสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี หลุดโผการเป็น สว. ระบุว่า
เปิดใจ “บิ๊กโจ๊ก” ไม่ได้ทำสงคราม แค่ตามหาความยุติธรรมให้ตัวเอง
กรณีนี้สอนให้รู้ว่าการปฏิวัติทุกครั้ง เกิดจากความไม่ไว้ใจประชาชน พอมีปฏิวัติเกิดขึ้น ส่วนกลางก็จะพยายามควบคุมประชาชนให้ทำตามต้องการ ต้องย้อนกลับไปจุดที่ต้องเชื่อใจประชาชน ว่าเขาจะเลือกรัฐบาล เลือกคนมากำหนดกติกาของเขาได้
ซึ่งหลังจากการมี สว. ชุดใหม่แล้ว จะทำให้เราเห็นโฉมหน้าการเมืองไทยเป็นแบบไหนต่อบ้าง?
รศ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวในรายการ เข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk ไว้อย่างน่าสนใจ
เลือก สว. "สมชาย" ถูกตัดไฟแต่ต้นลม - โดนพวกเดียวกันหักหลัง
นายจตุพร กล่าวว่า กรณีอดีตนายกฯ สมชาย ไม่เชื่อว่าจะได้เพียง 4 คะแนน ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไปที่ไหนใครก็มองว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องได้เป็นประธานวุฒิสภา ตนอยากฟังความจากนายสมชาย ว่าปรากฏการณ์ก่อนหน้านี้ มีแรงเหวี่ยงมาจากบางแห่ง น่าจะเป็น "สีเขียว" ไม่ใช่ "สีน้ำเงิน" เพราะว่าในกรณีการจัดตั้งรัฐบาล แล้วจะไปนั่งครอบครองสภาสูงอีก จะเป็นปัญหา
หรือหากตัดสินใจลาออกเองก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก เพราะฉะนั้นต้องใช้กระบวนการ คือ อยู่ดี ๆ คะแนนก็หดหายไป รวนกันหมด รวนกระทั่งว่า สว. ที่น่าจะต้องได้ หายไปประมาณ 20 ไปเพิ่มเติมให้อีกฝั่งหนึ่ง
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ฉะนั้นกรณีของนายสมชาย คือปฏิบัติการล้มโดยกลไกที่พึงจะเลือกแล้วมาทีหลัง เหมือนการ "ฮาราคีรี" ตนเอง เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลแล้ว แล้วประธานสภาสูงก็ได้เป็น มันจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นความน่าเห็นใจก็จะไปอยู่ที่นายสมชาย ส่วนการลงมือก็จะอยู่กับอีกคนหนึ่ง
ด้าน รศ.ธนพร กล่าวว่า จากการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ แปลได้เลยว่านายสมชายไปลง สว. ไม่ได้อยากไปนั่งจิบกาแฟเป็นงานอดิเรก แต่เพื่อไปยึดเมืองให้ครบจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย แต่พอยึดไม่ได้ "นายใหญ่" ก็อาย จึงบอกเลยว่ากติกาไม่เป็นธรรม
ข้อมูลจริง ๆ ของเรื่องนี้ นายสมชายรู้ตัวว่าถูกหักหลังในวันเลือก สว. จริงรอบแรก เรื่องนี้ "กลุ่มสีส้ม" ไม่มีกลุ่มบริหารราชการแผ่นดินมาในโผเลย เพราะฉะนั้นกลุ่มที่อยู่กลุ่มเดียวกับนายสมชายในรอบเลือกกันเอง ก็จะเหลือแต่ กลุ่มน้ำเงิน และกลุ่มสีแดง เป็นหลัก
ซึ่งกลุ่มสีน้ำเงินได้มามากกว่าเป้า ส่วนนายสมชายได้มาน้อยกว่าเป้า โดนหักหลังกันเอง ตนทราบมาว่า นายใหญ่ ใช้คนเดินเรื่องหลายคน แต่เรื่องนี้มีการหักหลังกันเอง
พอมาในรอบสอง หรือกลุ่มเลือกไขว้ ไม่มีทางเลือกตัวเองได้อีกแล้ว ต้องมีอีก 4 กลุ่มมาเลือก ซึ่งมีทั้งกลุ่มส้ม และน้ำเงิน นายสมชายจะเอาคะแนนจากที่ไหน อีกทั้งการบริหารจัดการฝั่งนายใหญ่ แย่ขนาดที่ว่า นายสมชายต้องไปขอคะแนนด้วยตัวเอง ต่างจากสีน้ำเงินที่มีคนคอยกำกับ แม้ถูกยึดโทรศัพท์แต่ก็มีคนส่งซิกครบถ้วน เข้าค่ายมากันเป็นอย่างดี
รศ.ธนพร กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ นายใหญ่ต้องไปตรวจสอบวิธีการบริหารจัดการภายในให้ดี อีกอย่างหนึ่งพอไปเข้าทางกลุ่มสีน้ำเงิน แน่นอนว่ากลุ่มสีน้ำเงินหักแน่ เพราะช่วงปรับ ครม. พรรคเพื่อไทยไปบี้พรรครวมไทยสร้างชาติจนรัฐมนตรีช่วยฯ ลาออก ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่ชูเรื่องกัญชา พรรคเพื่อไทยก็ไล่บี้เช่นกัน ซึ่งยุคพรรคพลังประชาชนก็เล่นเกมแบบนี้เช่นกัน
เพราะฉะนั้น ตนรู้แผนนี้มาจากแหล่งข่าวนายใหญ่ ซึ่งจากการฟังการให้สัมภาษณ์ของนายใหญ่แล้ว รู้สึกว่ายังดีที่นายใหญ่อาย วิธีการแก้อายคือพาลไปโทษกติกา คสช.
ผลเลือก สว. ไร้โมฆะ ต้องยอมรับความเป็นจริง
นายจตุพร กล่าวว่า ตนว่าการได้มาซึ่งรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ถ้ารังเกียจกติกาของคณะปฏิวัติ ก็ให้ไปรับตำแหน่งไม่ได้ คุณได้เสียง สว. 152 เสียงจากหัวหน้าคณะปฏิวัติ รวมถึงพรรคร่วมให้กับหัวหน้าคณะปฏิวัติเดิม เพราะฉะนั้น ถ้ามีอารมณ์ประชาธิปไตย อย่าเป็นคนที่มีลักษณะสองบุคลิกภาพ เวลาได้ประโยชน์ก็เอากติกาคณะรัฐประหาร เวลาเสียประโยชน์ก็จะบอกว่า เป็นกติกาภายหลังจากการรัฐประหาร
ตนไม่เชื่อว่า นายสมชาย จะไม่ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งตนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะการเมืองรู้หน้าไม่รู้ใจ ตนทราบว่าเหมือนมีคนไปสั่งเบรก ไม่ให้เลือกนายสมชายเข้าไปเป็นวุฒิสภา หากต้องการจะรู้ ก็ต้องดูว่าใครมีปัญญาทำได้บ้าง เพราะฉะนั้นคนระดับนี้ตัดสินใจลงมือแล้ว หากไม่พร้อม ไม่มีทางลงมือ
นายจตุพร กล่าวต่อว่า หากเรียงตามลำดับเวลากว่าจะถึงวันโหวต สว. ก็จะเห็นว่าออร่าไปอยู่ที่ใคร การเลือก สว. หนนี้ หากเราต้องการต่อว่าสักคนต้องต่อว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องจากอยู่ดี ๆ ก็ปลุกให้เป็นเรื่องขึ้นมา มีแคมเปญ สว.ประชาธิปไตย ทีนี้นายธนาธรไปรณรงค์ด้านกว้าง แต่ไม่มีระบบแบบแผนการจัดการอย่างชัดเจน ก็ไปปลุกเสือสีน้ำเงิน ที่ถนัดในด้านการจัดการ
ทีนี้ จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้สมัคร สว. ตัวเลขไม่สูงเลย และไม่มีใครคิดว่าจะต่ำขนาดนี้ คือ 48,117 คน คิดเป็น 24 คน ได้ สว. 1 คน ซึ่ง 48,000 กว่าคนเท่ากับผู้แทนเขตเดียว ความรู้ก็ไม่ต้องกำหนด สามารถสมัครได้ง่ายที่สุด ดังนั้นเมื่อไปรณรงค์ด้านกว้าง การจัดการยาก พอกระแสอื้ออึงไปทางนายธนาธร ทางนี้ก็ง่ายเลย ซุ่ม ๆ เข้ามา จนผลออกมาในวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา นับดูแล้วเกิน 150 คนแล้ว ที่เหลือทยอยมอบตัวเข้าสภาตามลำดับ
นายจตุพร กล่าวต่อว่า กติกานี้ที่มีในรัฐธรรมนูญมาจนถึงกฎหมายลูกที่มาของ สว. ดันให้เกิดผลวันนี้ และที่สำคัญคือไปปิดปากบรรดานักประชาธิปไตยทั้งหลาย เรื่องคนเท่ากัน คุณจะมาโวยอะไรคนขายก๋วยเตี๋ยว คนประกาศเสียงตามสาย คนขับมอเตอร์ไซค์ ก็คนเท่ากัน คุณจะเอาอะไร เพราะฉะนั้น ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงเมื่อผลออกมาเช่นนี้ หากมีความผิดก็จะเป็นความผิดเฉพาะตัว แต่ถ้าให้ไปถึงโมฆะยากแล้ว จะโมฆะมีแต่กรณีที่สีส้มเต็มเท่านั้น
ด้าน รศ.ธนพร กล่าวว่า กรณีการเลือก สว. ครั้งนี้จะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ตนเชื่อว่าไม่มีอย่างแน่นอน ขั้วอำนาจอนุรักษ์นิยมในวันนี้เห็นแล้วว่า นายใหญ่ไม่ใช่ตัวสำคัญของเขาแล้ว วันนี้เขาเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีศักยภาพสูง เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่ากฎกติกาแบบไหน ไม่เกินความสามารถแน่นอน
แต่ต้องยอมรับว่า ปีกสายสีส้มก็มีผู้มีความรู้ความสามารถเยอะ ไม่ทำ Primary Vote ก็เกิดความคาใจ เกิดการหักหลังขึ้น ซึ่งสายสีน้ำเงินก็มีการหักหลังเช่นเดียวกัน เพียงแต่อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ตนถึงเรียกร้องให้ กกต. เอาแผ่นที่ขีดคะแนนมาติดเผยแพร่ ตนอยากดูว่าคะแนนคนที่หลุดแล้วมาได้ มีการหักหลัง อยากไปพิสูจน์ว่าใครโดนหักหลังมากกว่าใคร ซึ่งกลุ่มสีน้ำเงินนอกจากประสิทธิภาพการบริหารจะเป็นเลิศแล้ว การหักหลังก็อยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่า รองจากส้มและแดง
"จตุพร" ย้ำ ผลเลือก สว. ออกหน้าไหน สังคมต้องยอมรับ
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อกลุ่มสีน้ำเงินครองสภา ทุกอย่างเกี่ยวข้องกันหมด เพราะ สว. ชุดนี้ ขาดอำนาจเพียงอย่างเดียว คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเท่านั้น การแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกระทั่ง กสทช. ก็ขึ้นอยู่กับว่าที่ สว. 200 คน ดังกล่าว เพราะฉะนั้นความเป็นจริงแล้ว มีอำนาจเหนือกว่า สส. ด้วยซ้ำ เราอย่าไปโทษอะไรเลย ในเมื่อกติกาเป็นอย่างนี้ เราก็ได้อย่างนี้
เพราะฉะนั้น ถ้าจะมีใครมีความผิดอยู่บ้าง ต้องโทษนายมีชัย ฤชุพันธุ์ คนร่างกติกา เพราะจะไปคิดตอนสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจอะไร แต่นี่เต็มไปด้วยอำนาจ เมื่อเราเข้าไปเล่นตามกติกาที่เขากำหนด เมื่อผลลัพธ์ออกมา เราจะไปแหกปากก็ไม่ได้
ขณะที่ตนยังมีสิทธิเลือกตั้งอยู่ ตอนที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ตนกล่าวว่า หากรัฐธณรมนูญผ่าน จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเมื่อการตัดสินใจเข้าไปสู่การแข่งขันนี้ เมื่อผลออกมาอย่างไร ก็ต้องยอมรับ วิจารณ์ได้เต็มที่ ถ้าเข้าไปแล้วแพ้ จะมาโวยอะไร ทำไมคนนั้นมีอาชีพอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไหนว่าคนเท่ากัน จะเห็นได้ว่าผลล็อกหัวล็อกท้าย เพราะฉะนั้นเมื่อได้กติกาแบบนี้ สังคมก็ต้องยอมรับ ตามระบบประชาธิปไตย
ด้าน รศ.ธนพร กล่าวว่า ลองดูอีกมุมหนึ่ง ยกตัวอย่างกลุ่มสื่อ ที่คนให้ความสนใจมาก ถามว่า นายสุทนต์ กล้าการขาย ไม่เหมาะอย่างไร เพราะเป็นนายกสมาคมสื่อช่อสะอาด ทำข่าวการทุจริตคอร์รัปชันมาทั้งชีวิต อีกคนคือ นายธนกร ถาวรชินโชติ คนนี้เป็นนายกสมาคมประมงแสมสาร เรือประมงมากที่สุดในประเทศไทย จอดที่แสมสาร จ.ชลบุรี สามารถมาเป็นได้
หรือกลุ่มเทคโนโลยี เช่น นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ อดีตเลขาฯ นายอนุชา นาคาสัย ซึ่งคนนี้เป็นคนที่เสนอให้ใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศแก้ปัญหาชาวเลเกาะหลีเป๊ะ คำถามคือ คนแบบนี้เป็น สว. ไม่ได้หรือ
เพราะฉะนั้นจะได้แม่ค้ากล้วยแขก ก็เป็นได้ ก็ขอแสดงความยินดีกับชาวบุรีรัมย์ ที่มีคนขับรถเป็น สว.
ประเด็นสุดท้าย คือหนึ่ง ที่ว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมหมวด 1 หมวด 2 แก้ทุกมาตรา ลืม เลิก หลังจากเห็นหน้าตา สว. สองนิรโทษกรรม รวม มาตรา 112 เลิก สาม สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาจากการเลือกตั้งทุกคน เลิก และสี่ขอให้ครั้งหน้าเลือกโดยใช้กติกาแบบนี้อยู่เป็นรอบสุดท้าย ไม่มีทาง
อนาคต สว. อาจตอบโจทย์ต่อสังคม
นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ว่า สว. จะมาแบบไหนก็ตาม จะมาแบบคนเดียวตั้ง หรือจะมาแบบคน 240 คนตั้ง 1 คน พอท้ายที่สุดก็ใช้ระบบวิปเหมือนกับ สส. ที่จะต้องฟังต้องโหวตไปแต่ละอย่าง เพราะขนาดการเลือกไขว้แบบในครั้งนี้ที่เลือกยากกว่าแบบโหวตยังสามารถดำหนดทิศทางได้
ตนคาดการณ์ว่า เราต้องทดลอง อาศัยบทเรียนต่าง ๆ คนไทย 92 ปีมีบทเรียนมากมาย เพราะฉะนั้นการที่เรายอมรับเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นด่านแรก ก็ต้องยอมรับ ตนต้องการให้สังคมไทยมีบทเรียน ก่อนการเลือกตั้งผู้แทน ตนคุยกับ นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ "ทนายนกเขา" พูดกันว่าใจเย็นก่อน จัดการเรื่องที่มาของ สส. และ สว. ให้ตกผลึกก่อน ก็ไม่เอา เพราะคิดว่าเลือกตั้งแล้วจะชนะ เหมือนการเลือก สว. ครั้งนี้เช่นกัน ใครจะคิดว่าผลออกแบบนี้ ฝั่งหนึ่งเงียบกริบ ไม่ส่งเสียง ฝั่งส่งเสียงดันไม่ได้ ฝ่ายเงียบกวาดเรียบ หรือหากแก้ก็ยากอีก เพราะคนที่อนญาตให้แก้ก็คือคนกลุ่มนี้ และทำสำเร็จแล้ว
นายจตุพร กล่าวต่อว่า ที่เราจะได้ชัดเจนคือบทเรียนของประเทศ กระทั่งว่าเราจะเดินไปหาระบอบการปกครองที่ใช่กันสักครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็ต้องยอมรับความเป็นจริง และซึมซับกับความรู้สึกตรงนี้ เพราะฉะนั้นอย่าไปดูแคลน เพราะระบบถูกออกแบบมาแบบนี้ ก็ได้แบบนี้ ถ้าออกแบบมาอีกแบบก็จะได้อีกแบบ ประชาชนก็จะได้เห็นกันตามลำดับ อย่าตีโพยตีพายให้เสียเวลา
เพราะฉะนั้นหากผลออกมาแบบนี้ เราก็จะมาซึมซับพร้อมกันว่า โฉมหน้าคนที่เราคิดว่าจะอภิปรายไม่ได้ แม่ค้าขายกล้วยแขกอาจอภิปรายได้ดีที่สุดในวุฒิสภาก็เป็นได้
ด้าน รศ.ธนพร กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เราจะได้เห็น หากเปรียบเทียบกับกรณี สว. 250 คน คือปีกส้มจาก 250 ไม่มีสักหัวหนึ่ง ตนมองว่าจริง ๆ แล้วอาจจะมาได้ถึง 50 คน แต่ดันไปฟาดกันเอง ซึ่งชื่อที่คอนเฟิร์มแล้วตอนนี้มีประมาณ 28-29 คน แต่หากเทียบจำนวนดังกล่าว กับการที่ไม่มีชื่อเลยในชุด 250 สว. อย่างน้อยก็สามารถเริ่มอะไรได้พอสมควร เราอาจได้เห็นความคึกคัก เช่น การตั้งกระทู้ การตั้งญัติ การแสดงบทบาทในกรรมาธิการที่ Active มากขึ้น รวมถึงการเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติ
ชุด 250 สว. ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการมา มีมุมมองอย่างหนึ่ง รอบนี้ก็มีความหลากหลายมากกว่า หลายคนเป็นพิธีกร แม่ค้าขายกล้วยแขก นักฟุตบอล ตนมองว่าไม่แปลก เพราะเป็นคนเท่ากัน มีความหลากหลายมาก ขณะเดียวกัน เรื่องบางเรื่องที่มีโอกาสก้าวหน้า เกิดขึ้นได้ อาจจะมีในลักษณะเดียวกับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม หรืออื่น ๆ จะค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์ไป ซึ่งเป็น พ.ร.บ. ที่ตอบโจทย์สังคม เป็นโอกาสของสังคมที่จะได้เห็นกฎหมายแบบนี้ แต่โครงสร้างใหญ่ ๆ โปรดลืมไปเถอะ
รศ.ธนพร ทิ้งท้ายว่า คนเราต้องพัฒนาตัวเอง ถึงบอกว่าเดี๋ยวเราก็จะได้เห็นความหลากหลาย ทีนี้ก็จะเกิดความท้าทายกับ สว. แล้วว่า อย่าอภิปรายแพ้ สส. เพราะการมีอายุเยอะกว่า ไม่ได้แปลว่าความเพียรในการหาความรู้ใหม่ ๆ จะน้อยกว่า เพราะฉะนั้นก็ต้องรีบแสดงฝีมือ อย่างน้อยตอนนี้ ป.ป.ช. ค้างอยู่สองตำแหน่ง จากแหล่งข่าวตนขอระบุเลยว่า ประธาน สว. จะเป็นใคร ขึ้นอยู่กับนายเนวิน ชิดชอบ
เนื้อเพลง ROCKSTAR - LISA อังกฤษ - แปลไทย
มัดรวมหนี้ข้าราชการเป็นก้อนเดียว ผ่อนได้นานสุดถึงอายุ 80 ปี
แซ่บตาแตก! 40 สาวงาม "รอบชุดว่ายน้ำ MUT 2024" ศุกร์ 28 มิ.ย.นี้