มติ กกต.ประกาศรับรอง 200 สว. บัญชีสำรอง 99 คน แขวนชื่อกลุ่มสื่อฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กกต.ยันการเลือก สว. เป็นไปโดยชอบ! ลงมติประกาศรับรอง 200 สว. บัญชีสำรอง 99 คน แขวนชื่อสว.กลุ่ม คาดเป็น “คอดียะฮ์ ทรงงาม”

วันที่ 10 ก.ค.2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงมติ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ว่า เงื่อนไขตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หาก กกต.เห็นว่า การเลือกเป็นไปโดยถูกต้อง หรือความชอบ ความควรตามกฎหมาย สุจริต ก็คือการกระทำที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เที่ยงธรรม ก็คือการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย 3 เงื่อนไขนี้ กกต.จึงจะประกาศผลการเลือกได้ สิ่งที่จะพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขคือ มีการกระทำผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.หรือไม่

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดประวัติว่าที่ สว.กลุ่มสื่อมวลชน เป็นพิธีกรงานแต่ง ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหมู่บ้าน

เลขาธิการ กกต. ช่างภาพพีพีทีวี
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

โดยสำนักงาน กกต. ได้รวบรวมกลุ่มความผิดที่อาจทำให้การพิจารณาที่มาใช้เป็นเงื่อนไขการประกาศผล สว.ครั้งนี้ แบ่งเป็น กลุ่มแรกคือ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หมายถึงการสมัครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กลุ่มสองคือกระบวนการเลือกคือกระบวนการเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ และกลุ่มสามคือ ความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ที่สังคมใช้คำว่า จัดตั้ง บล็อกโหวต หรือฮั้ว

ซึ่งใน กรณีผู้สมัครรับเลือก สว. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น การที่บอกว่า กกต.ไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม จึงอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สรุปแล้วเราได้ตรวจสอบ และคัดคนที่ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามออกไปเกือบ 3 พันคน และมีมติให้ใบส้ม คือระงับสิทธิสมัครชั่วคราว จำนวน 89 ใบ รวมทั้งส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และอีก 1 คน หลังกระบวนการเลือกแล้ว

สำหรับเรื่องร้องเรียนทั้งกรณีผู้สมัครมาร้องเอง ความปรากฏต่อ กกต. และกกต.ลบชื่อ ทำให้เรื่องร้องเรียนที่เคยบอกครั้งแรกว่ามี 600 กว่าเรื่อง เป็นเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด และทุกวันนี้มีเรื่องร้องเรียนรวม 800 กว่าเรื่อง ทำให้ตอนนี้เหลือเรื่องร้องเรียนเหลือ 200 กว่าเรื่อง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด มาระดับประเทศ

ทั้งนี้ในส่วนของคุณสมบัติผู้สมัครและลักษณะต้องห้ามนั้นยืนยันว่ามีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครทุกคน ตั้งแต่ผู้สมัครระดับอำเภอตลอดจน ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. 200 คน หรือบัญชีตัวสำรอง 100 คน

ส่วนเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครที่มีการตั้งวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุณสมบัติบางอย่างไปอยู่ในกลุ่มอาชีพบางอาชีพได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สังคมอาจจะยังไม่เข้าใจ เพราะกลุ่มทั้ง 20 กลุ่มเป็นกลุ่มของด้าน ซึ่งมีอาชีพเป็นส่วนหนึ่งของคนประเภทหนึ่งที่จะอยู่ในด้านนั้นๆ ซึ่งในแต่ละด้านจะมีคน 6 ประเภทที่สามารถเป็นผู้สมัครได้ ไม่ใช่เรื่องอาชีพเพียงอย่างเดียว เพราะจะมีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ และทำงานหรือเคยทำงานร่วมกัน เป็นต้น

ส่วนกรณีความผิดเกี่ยวกับกระบวนการในการเลือก สว.นั้น มีสำนวนร้องที่ กกต. 3 สำนวน ได้พิจารณา จบแล้ว มีสำนวนไปร้องที่ศาลฎีกา 18 คดี ซึ่งศาลฎีกายกคำร้องทุกคดีแล้ว ส่วนคำร้องเรื่องการเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้น ตอนนี้มีอยู่ 47 เรื่อง ทั้งเรื่องการจัดตั้ง การฮั้ว การบล็อกโหวต ซึ่ง กกต.ได้รวบรวมพยานหลักฐานได้พอสมควร ซึ่งลักษณะการกระทำเป็นกระบวนการ ซึ่ง กกต.ได้ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และ ปปง. เพื่อใช้เทคนิกอุปกรณ์ในการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้สมัครหรือคนอยู่เบื้องหลัง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาเรื่องการเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

กกต.ประกาศรับรอง 200 สว. ช่างภาพพีพีทีวี
มติ กกต.ประกาศรับรอง 200 สว. บัญชีสำรอง 99 คน

เมื่อได้ดำเนินการมาถึงขั้นนี้ ถามว่าการเลือกตั้งถูกต้องไหม ซึ่งคำว่าถูกต้องเราจะพิจารณาจากกระบวนการเลือก ในวันเลือก คือวันที่ 9 มิ.ย. วันที่ 16 มิ.ย. และวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งทุกคดีที่ผู้สมัครได้ร้องที่ศาลฎีกาทั้ง 18 คดี ก็จบไปหมดแล้ว ไม่มีคดีค้างที่ศาลฎีกาอีกแล้ว ก็ถือว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบ

ส่วนเรื่องการเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อมีคำร้อง สำนักงาน กกต.ได้รับเป็นสำนวนไว้แล้ว และได้รวบรวมพยานหลักฐาน แต่ข้อมูล ณ วันนี้ยังไม่พอเพียงที่จะบอกว่าเขากระทำความผิด สำนักงาน กกต. ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในชั้นนี้จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะการจะนำหลักฐานไปยื่นต่อศาลฎีกา จะต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

วันนี้ กกต. จึงพิจารณาแล้วว่าการเลือก สว.เป็นไปด้วยความถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม จึงมีมติประกาศผลการเลือก สว.แต่ละกลุ่ม ทั้ง 20 กลุ่ม โดยลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่ม เป็น สว. ส่วนลำดับที่ 11-15 แต่ละกลุ่ม เป็นบัญชีสำรอง ยกเว้นกลุ่มที่ 18 ซึ่ง กกต.ได้ให้ใบระงับสิทธิชั่วคราวของผู้ได้รับเลือกลำดับที่ 1-10(1 คน) โดยให้เลื่อนลำดับที่ 11 ในกลุ่มที่ 18 ไปอยู่ในลำดับที่ 10 แทน จะเหลือบัญชีสำรองของกลุ่มที่ 18 แค่ 4 คน

สรุปแล้ว กกต. ได้มีมติเห็นชอบให้ประกาศผู้ได้รับคะแนน 200 คน สำรอง 99 คน โดยให้ผู้ได้รับเลือกทั้ง 200 คนมารับหนังสือรับรองการได้รับเลือก เพื่อใช้เป็นหลักฐานรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ในวันที่ 11 และ 12 ก.ค.2567

ทั้งนี้สำหรับกลุ่มที่ 18 คือ กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ โดยมีรายงานว่า คนที่ถูก กกต. ระงับสิทธิในครั้งนี้คือ น.ส.คอดียะฮ์ ทรงงาม อายุ 64 ปี จังหวัดอ่างทอง อาชีพ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งมีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในกลุ่มที่สมัคร : ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหมู่บ้าน เป็นประชาสัมพันธ์อำเภอไชโย ส่วนเหตุที่โดนระงับสิทธิ เนื่องจากพบเป็นที่ปรึกษานายก อบจ.อ่างทอง ทำให้ต้องเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมาแทน

ด้าน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งเชิญสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เข้าแสดงตนกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 11, 12 และ 15 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้อง 102 - 106 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ

โดยเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับการแสดงตน ดังนี้ 

หนังสือรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจากคณะกรรมการเลือกตั้ง

  1. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  2. สำเนาใบสำคัญการสมรส 1 ชุด
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส 1 ชุด
  4. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป

ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาสามารถกรอกข้อมูลล่วงหน้าในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (E-Form) ทางเว็บไซต์ของวุฒิสภาที่ http://www.senate.go.th หัวข้อ กรอกข้อมูลประวัติสำหรับการแสดงตน (E-Form) เพื่อนำมาใช้ในการแสดงตน ดังนี้

  1. แบบแสดงตนสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 1)
  2. ประวัติสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 3)
  3. แบบกรอกประวัติสำหรับการเผยแพร่ (แบบ สว. 4)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2831 9363-4 หรือ Call Center วุฒิสภา 0 2831 9111

"รหัสเรียกคืนข้อมูล LINE" คืออะไร? ตั้งค่า-ใช้งานอย่างไรบ้าง?

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ