วันที่ 10 ก.ค.2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงมติ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ว่า เงื่อนไขตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หาก กกต.เห็นว่า การเลือกเป็นไปโดยถูกต้อง หรือความชอบ ความควรตามกฎหมาย สุจริต ก็คือการกระทำที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เที่ยงธรรม ก็คือการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย 3 เงื่อนไขนี้ กกต.จึงจะประกาศผลการเลือกได้ สิ่งที่จะพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขคือ มีการกระทำผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.หรือไม่
โดยสำนักงาน กกต. ได้รวบรวมกลุ่มความผิดที่อาจทำให้การพิจารณาที่มาใช้เป็นเงื่อนไขการประกาศผล สว.ครั้งนี้ แบ่งเป็น กลุ่มแรกคือ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หมายถึงการสมัครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง กลุ่มสองคือกระบวนการเลือกคือกระบวนการเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ และกลุ่มสามคือ ความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ที่สังคมใช้คำว่า จัดตั้ง บล็อกโหวต หรือฮั้ว
ซึ่งใน กรณีผู้สมัครรับเลือก สว. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น การที่บอกว่า กกต.ไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม จึงอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง สรุปแล้วเราได้ตรวจสอบ และคัดคนที่ไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามออกไปเกือบ 3 พันคน และมีมติให้ใบส้ม คือระงับสิทธิสมัครชั่วคราว จำนวน 89 ใบ รวมทั้งส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และอีก 1 คน หลังกระบวนการเลือกแล้ว
สำหรับเรื่องร้องเรียนทั้งกรณีผู้สมัครมาร้องเอง ความปรากฏต่อ กกต. และกกต.ลบชื่อ ทำให้เรื่องร้องเรียนที่เคยบอกครั้งแรกว่ามี 600 กว่าเรื่อง เป็นเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด และทุกวันนี้มีเรื่องร้องเรียนรวม 800 กว่าเรื่อง ทำให้ตอนนี้เหลือเรื่องร้องเรียนเหลือ 200 กว่าเรื่อง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด มาระดับประเทศ
ทั้งนี้ในส่วนของคุณสมบัติผู้สมัครและลักษณะต้องห้ามนั้นยืนยันว่ามีการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครทุกคน ตั้งแต่ผู้สมัครระดับอำเภอตลอดจน ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. 200 คน หรือบัญชีตัวสำรอง 100 คน
ส่วนเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครที่มีการตั้งวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุณสมบัติบางอย่างไปอยู่ในกลุ่มอาชีพบางอาชีพได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สังคมอาจจะยังไม่เข้าใจ เพราะกลุ่มทั้ง 20 กลุ่มเป็นกลุ่มของด้าน ซึ่งมีอาชีพเป็นส่วนหนึ่งของคนประเภทหนึ่งที่จะอยู่ในด้านนั้นๆ ซึ่งในแต่ละด้านจะมีคน 6 ประเภทที่สามารถเป็นผู้สมัครได้ ไม่ใช่เรื่องอาชีพเพียงอย่างเดียว เพราะจะมีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ และทำงานหรือเคยทำงานร่วมกัน เป็นต้น
ส่วนกรณีความผิดเกี่ยวกับกระบวนการในการเลือก สว.นั้น มีสำนวนร้องที่ กกต. 3 สำนวน ได้พิจารณา จบแล้ว มีสำนวนไปร้องที่ศาลฎีกา 18 คดี ซึ่งศาลฎีกายกคำร้องทุกคดีแล้ว ส่วนคำร้องเรื่องการเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรมนั้น ตอนนี้มีอยู่ 47 เรื่อง ทั้งเรื่องการจัดตั้ง การฮั้ว การบล็อกโหวต ซึ่ง กกต.ได้รวบรวมพยานหลักฐานได้พอสมควร ซึ่งลักษณะการกระทำเป็นกระบวนการ ซึ่ง กกต.ได้ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และ ปปง. เพื่อใช้เทคนิกอุปกรณ์ในการตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้สมัครหรือคนอยู่เบื้องหลัง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการพิจารณาเรื่องการเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรม
เมื่อได้ดำเนินการมาถึงขั้นนี้ ถามว่าการเลือกตั้งถูกต้องไหม ซึ่งคำว่าถูกต้องเราจะพิจารณาจากกระบวนการเลือก ในวันเลือก คือวันที่ 9 มิ.ย. วันที่ 16 มิ.ย. และวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งทุกคดีที่ผู้สมัครได้ร้องที่ศาลฎีกาทั้ง 18 คดี ก็จบไปหมดแล้ว ไม่มีคดีค้างที่ศาลฎีกาอีกแล้ว ก็ถือว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยชอบ
ส่วนเรื่องการเลือกไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เมื่อมีคำร้อง สำนักงาน กกต.ได้รับเป็นสำนวนไว้แล้ว และได้รวบรวมพยานหลักฐาน แต่ข้อมูล ณ วันนี้ยังไม่พอเพียงที่จะบอกว่าเขากระทำความผิด สำนักงาน กกต. ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในชั้นนี้จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะการจะนำหลักฐานไปยื่นต่อศาลฎีกา จะต้องมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม
วันนี้ กกต. จึงพิจารณาแล้วว่าการเลือก สว.เป็นไปด้วยความถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม จึงมีมติประกาศผลการเลือก สว.แต่ละกลุ่ม ทั้ง 20 กลุ่ม โดยลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่ม เป็น สว. ส่วนลำดับที่ 11-15 แต่ละกลุ่ม เป็นบัญชีสำรอง ยกเว้นกลุ่มที่ 18 ซึ่ง กกต.ได้ให้ใบระงับสิทธิชั่วคราวของผู้ได้รับเลือกลำดับที่ 1-10(1 คน) โดยให้เลื่อนลำดับที่ 11 ในกลุ่มที่ 18 ไปอยู่ในลำดับที่ 10 แทน จะเหลือบัญชีสำรองของกลุ่มที่ 18 แค่ 4 คน
สรุปแล้ว กกต. ได้มีมติเห็นชอบให้ประกาศผู้ได้รับคะแนน 200 คน สำรอง 99 คน โดยให้ผู้ได้รับเลือกทั้ง 200 คนมารับหนังสือรับรองการได้รับเลือก เพื่อใช้เป็นหลักฐานรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ในวันที่ 11 และ 12 ก.ค.2567
ทั้งนี้สำหรับกลุ่มที่ 18 คือ กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ โดยมีรายงานว่า คนที่ถูก กกต. ระงับสิทธิในครั้งนี้คือ น.ส.คอดียะฮ์ ทรงงาม อายุ 64 ปี จังหวัดอ่างทอง อาชีพ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ซึ่งมีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในกลุ่มที่สมัคร : ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายหมู่บ้าน เป็นประชาสัมพันธ์อำเภอไชโย ส่วนเหตุที่โดนระงับสิทธิ เนื่องจากพบเป็นที่ปรึกษานายก อบจ.อ่างทอง ทำให้ต้องเลื่อนบัญชีสำรองขึ้นมาแทน
ด้าน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งเชิญสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เข้าแสดงตนกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในวันที่ 11, 12 และ 15 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้อง 102 - 106 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ
โดยเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับการแสดงตน ดังนี้
หนังสือรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจากคณะกรรมการเลือกตั้ง
- สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
- สำเนาใบสำคัญการสมรส 1 ชุด
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส 1 ชุด
- รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป
ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาสามารถกรอกข้อมูลล่วงหน้าในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (E-Form) ทางเว็บไซต์ของวุฒิสภาที่ http://www.senate.go.th หัวข้อ กรอกข้อมูลประวัติสำหรับการแสดงตน (E-Form) เพื่อนำมาใช้ในการแสดงตน ดังนี้
- แบบแสดงตนสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 1)
- ประวัติสมาชิกวุฒิสภา (แบบ สว. 3)
- แบบกรอกประวัติสำหรับการเผยแพร่ (แบบ สว. 4)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2831 9363-4 หรือ Call Center วุฒิสภา 0 2831 9111
"รหัสเรียกคืนข้อมูล LINE" คืออะไร? ตั้งค่า-ใช้งานอย่างไรบ้าง?