14 ก.ค. 67 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางไปเป็นประธานงานอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 2567 ที่วัดสุวรรณวิจิตร อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
โดย เวลา 07.00 น. จะออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กทม. ไปลงที่สนามบินสตึก จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะนั่งรถ ต่อไปที่วัดสุวรรณวิจิตร อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เพื่อร่วมพิธีอุปสมบท ซึ่งจะเริ่มเวลา 09.30น. เป็นการมอบผ้าไตร ตามด้วยพิธีบวชเณร บวชพระ เสร็จพิธีประมาณ ไม่เกิน 13.00 น.
จากนั้นจะเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่โรงสี ส.ชัยเจริญ และหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ช่วงบ่าย นายทักษิณ จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที โดยไปขึ้นเครื่องบินที่ สนามบินสตึกเพื่อเดินทางกลับ
ทำให้คนการเมือง อย่างนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาวิจารณ์นายทักษิณ ผ่านเฟสบุ๊ก "เทพไท – คุยการเมือง" ระบุหัวข้อว่า "จับตา ทักษิณและบริวาร รอดทุกคดี???" เนื่องจากมองว่าขณะนี้ นายทักษิณยังไม่พ้นโทษ ควรเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ
โดยโพสต์ดังกล่าวมีเนื้อหาว่า หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รับโทษตามคำพิพากษา ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิพากษารวมโทษจาก 10 ปี เหลือ 8 ปี และได้รับพระราชทานลดโทษ จากโทษ 8 ปีเหลือโทษ 1 ปี แต่ไม่ได้ถูกคุมขังในเรือนจำเลยแม้แต่วันเดียว ได้พักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ จนถึงวันพักโทษ
จากเหตุการณ์วันนั้นจนถึงวันนี้ จะเห็นได้ว่าคดีความที่เกี่ยวกับลูกน้อง สมุน บริวาร และเครือข่ายของระบอบทักษิณ รอดพ้นจากคดี และถ้าหากอยู่ในระหว่างดำเนินคดี ก็ได้รับการประกันตัวกันทุกคน เช่น
1.นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี ในคดีทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาได้ แต่คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ได้ตัดสินยกฟ้องไปแล้ว 2 คดี คือ คดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง และอัยการสูงสุดไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีก็ยุติไป
และคดีจัดจ้างโครงการ Roadshow สร้างอนาคตประเทศไทย Thailand 2020 งบประมาณ 240 ล้านบาท ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายกฟ้อง และ ปปช.ไม่ยื่นอุทธรณ์ คดีถึงที่สุดเช่นกัน
2. คดีของนายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งหนีคดีอยู่ในต่างประเทศอยู่หลายปี ได้เดินทางกลับมาสู้คดีในประเทศไทย และได้รับการประกันตัวระหว่าสู้คดีเช่นกัน
3. คดีของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง คดีเกี่ยวกับการระบายข้าวโครงการจำนำข้าวเอื้อเอกชน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องเช่นเดียวกัน กำลังลุ้นว่าอัยการสูงสุด จะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่
ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสทองของคนในระบอบทักษิณ หลังจากระบอบทักษิณได้จับมือกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว นับว่าเป็นโอกาสทองของคุณทักษิณและบริวารอย่างแท้จริง
โดยช่วงท้าย นายเทพไท ระบุว่า ขอแนะนำให้บริวารของนายทักษิณ ที่หนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ได้รีบกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในยุคสมัยนี้ มีโอกาสชนะคดีมากเป็นพิเศษ