Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

"หมอเกศ" อาจจบไม่สวย? ชี้ ใบปริญญาเป็นแค่ใบเทียบวุฒิ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จับตาอนาคต "หมอเกศ" ว่าที่ สว. "รศ.ดร.อิสระ" ชี้ ใบปริญญาที่นำมาแสดงเป็นเพียงใบเทียบวุฒิ แนะทางออกเอาใบจบปริญญาในไทยมาแสดง "รศ.สมชัย" ชี้ รัฐสภาไม่มีอำนาจออกวุฒิการศึกษา "หมอเกศ" อาจจบไม่สวย

จากกรณีของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ "หมอเกศ" ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ว่าใบปริญญาที่ได้รับมา และมีการเผยแพร่ในการสมัคร สว. ว่าเป็นของจริงหรือไม่ เพราะมีชื่อมหาวิทยาลัย California University ถูกอ้างอิงในประเด็นนี้ ก่อนถูกตรวจสอบว่าสถาบันดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่รับรองวุฒิเท่านั้น

ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า สามารถนำมารองรับวุฒิได้หรือไม่ และถ้าไม่ได้ จะโดนถอนสิทธิ์หรือไม่อย่างไร?

คอนเทนต์แนะนำ
“หมอเกศกมล” ว่าที่ สว. เคลื่อนไหว หลังถูกตั้งคำถามเรื่องวุฒิการศึกษา

ภาพรศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนะวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนะวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนะวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk ไว้อย่างน่าสนใจ

ปริญญา "หมอเกศ" เป็นแค่ใบเทียบวุฒิ

รศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า สถาบัน California University จริง ๆ แล้วชื่อเต็มคือ California University for Credential Evaluation หรือเรียกอย่างย่อว่า California University FCE ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่าหน่วยงานรับรองคุณวุฒิต่างประเทศที่มีชื่อเฉพาะว่า California University ไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่า California University

ทีนี้ สิ่งที่ทำให้คนสับสน คือ เวลาที่ออกใบเทียบโอน มีการเขียนคำว่า California University ตัวใหญ่ ๆ อยู่ด้านบน และเขียน FCE ตัวเล็ก ๆ อยู่ด้านล่าง บรรทัดที่สอง

ประเด็นที่สองคือ คนที่เอาไปเขียน เขียนแค่ California University ทำให้ยิ่งไปสื่อความว่า สว. ที่ลงสมัคร สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย California University ก็เลยสื่อความไปได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัย ทั้ง ๆ ที่ใบที่เอามาเป็นเพียงใบเทียบโอนคุณวุฒิ ส่วนความน่าเชื่อถือของใบนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

แต่ที่แน่นอนเลยคือ สถาบันนี้ไม่ใช่มหาวิทยาลัย ไม่สามารถออกใบปริญญาบัตรได้ เพราะฉะนั้นสามารถออกได้มากสุดเพียงแค่ใบเทียบโอนวุฒิการศึกษา เพราะฉะนั้นสามารถพูดได้เลยว่า ใบนี้ไม่ใช่ใบปริญญาบัตร ไม่สามารถเอามาบอกว่าใบนี้คือใบที่แสดงถึงปริญญาบัตรของการเรียนปริญญาเอกได้ เป็นแค่ใบเทียบวุฒิ

ส่วนเรื่องศาสตราจารย์ เป็นตำแหน่งทางวิชาการ ไม่ใช่คุณวุฒิการศึกษา เพราะฉะนั้นใบที่เขียนคำว่า Doctor of Political Science หมายความว่า ปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้มีความหมายถึงศาสตร์จารย์เลย แค่ได้รับใบเทียบเคียงว่ามีคุณวุฒิเทียบเท่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ เท่านั้น แปลว่า ต้องมีการจบปริญญาเอกมาก่อน จึงจะนำไปใช้เทียบวุฒิ

ในสหรัฐฯ ไม่มีหน่วยงานเทียบวุฒิการศึกษา หรือ กพ. เหมือนประเทศไทย เพราะฉะนั้นก็จะมีบริษัทเหล่านี้เปิดตัวมากมาย เพื่อให้เทียบวุฒิสำหรับการทำงานหรือการรองรับในอเมริกา นี่คือจุดประสงค์ของการมีอยู่ขององค์กรเหล่านี้ ไม่มีการเรียนการสอน หน่วยงานเหล่านี้จะนำใบปริญญาที่ได้มา ติดต่อมาที่ฐานข้อมูลของ กพ.

ถ้า กพ. รับรอง ก็จะทำหนังสือรับรองมาว่า ปริญญานี้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของไทย สามารถทำงานในองค์กรต่าง  ๆ ในสหรัฐฯ ได้

แต่ในกรณีนี้ ก็ยังเป็นคำถามที่ว่าตกลงกระบวนการเทียบวุฒิเขาใช้อะไรเทียบ เพราะปกติต้องใช้ใบปริญญาบัตรมาเทียบ แต่ถ้าทีมงานของ หมอเกศ ระบุว่าไม่จำเป็นต้องจบปริญญาเอกก็เอามาเทียบเคียงได้ ซึ่งก็เป็นการบอกถึงคุณภาพของการเทียบได้ว่า แปลว่าถ้าจบ ป.4 มาก็เอามาเทียบได้หรือ ก็ต้องถามกันต่อไป

หน่วยงานออกวุฒิสหรัฐฯ บางแห่ง แค่จ่ายก็จบ

รศ.สมชัย กล่าวว่า บริษัทที่ทำหน้าที่เทียบวุฒิมีเป็นหลายร้อยบริษัทในอเมริกา และมีบริษัทที่น่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือ ส่วนที่น่าเชื่อถือก็จะอยู่ในเครือของสมาคมที่มีบทบาท แต่ California University ไม่อยู่ในเครือ เพราะฉะนั้นความน่าเชื่อถือก็อาจจะมีน้อยกว่า

คำถามคือ ระหว่างบริษัทที่น่าเชื่อถือกับบริษัทที่ถูกตั้งคำถาม แตกต่างกันอย่างไร กระบวนการของบรัทที่น่าเชื่อถือคือ กระบวนการตรวจย้อนหลับ เช่น ของจุฬาฯ ก็ต้องตรวจกลับมายังประเทศไทย บางคนอาจทำใบปริญญามาจากถนนข้าวสาร แล้วเอาไปให้เขาเทียบก็ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีการตรวจสอบย้อนกลับจริง และตรวจสอบรายวิชาด้วยว่า สามารถนำมาเทียบเคียงได้หรือไม่ หรืออีกอย่างหนึ่งคือ สามารถจ่าย 200 ดอลลาร์ จากนั้นจะเปลี่ยนวุฒิให้ภายใน 2 สัปดาห์ ก็มี

ในเอกสาร สว.3 ที่เป็นเอกสารหลัก หากต้องการให้ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด ต้องเขียนเป็น ปริญญาเอกเทียบเท่า หรือเทียบเท่าปริญญาเอก จาก California University และต้องมี FCE ลงท้ายด้วย ถ้าไม่เขียนก็จะทำให้คนเข้าใจผิดได้ ถ้าไปถามคนอเมริกันก็จะไม่รู้จัก เพราะในแคลิฟอร์เนีย มี 2 เครือมหาลัยที่ยอมรับ คือ UC หรือ University of California และ California State University ของรัฐ

เพราะฉะนั้นอาจจะเป็นความบกพร่องในการกรอกโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ ส่วนการพิสูจน์ หากมีคนร้องขึ้นมาก็ต้องไปชี้แจงกับทาง กกต. หาก กกต. ว่าอย่างไรก็คงตามนั้นไป

ภาพรศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

แนะทางออกดีสุด เอาใบปริญญาที่เรียนจบในไทยมาแสดง

รศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า ทางออกที่ทำให้สังคมคลายสงสัยได้ดีที่สุด คือ นำใบสำเร็จการศึกษาในประเทศไทยมาแสดง ไม่ต้องนำใบเทียบเคียงที่ใช้เฉพาะในอเมริกามาใช้ ก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่า คุณเรียนจบปริญญาเอกมาจริง แต่แค่เอามาเทียบ ก็เอาใบปริญญา หรือเล่มวิทยานิพนธ์มาแสดงก็ได้ว่า สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอกจากสถาบันนั้น ๆ จริง

และในเมื่อ California University เป็นแค่สถาบันเทียบเคียง เพราะฉะนั้นถ้าสถาบันที่ยอมให้คนที่จบ ป.4 แต่มาทำเอกสารเพิ่มสัก 5 หน้า แล้วออกใบนี้ให้ได้ว่ามีความเทียบเท่าปริญญาเอก แม้จะเป็นใบที่ออกจากสถายันนี้จริง ๆ แต่ก็เป็นคำถามที่ต้องไปถามเกี่ยวกับมาตรฐานว่าจะน่าเชื่อถือขนาดไหน

ส่วนกรณีศาสตราจารย์ เป็นคนละเรื่องกัน โดยปกติในมหาวิทยาลัยจะไม่ออกใบประกาศนียบัตรรับรองออกมา เพราะเป็นตำแหน่งวิชาการ ไม่ใช่คุณวุฒิ วิธีตรวจสอบตำแหน่งศาสตร์จารย์ที่ง่ายที่สุดในกรณีนี้คือ คุณระบุว่าจบจาก California University มีการเรียนออนไลน์ แต่ไม่มีการสอนออนไลน์จนได้กลายเป็นศาสตราจารย์ เพราะฉะนั้นแปลว่าใครที่จะได้เป็นศาสตราจราย์ต้องไปสอนไปทำวิจัยที่อเมริกา

และใช่ว่าเราจะเป็นได้ง่าย ๆ เช่นถ้าเราเป็นคนไทย ต้องมี Work Permit ใบรับรองการทำงาน หรือมีการถือสัญชาติ เราสามารถดูที่ Work Permit ได้ว่าไปทำงานที่อเมริกากี่ปี เพราะขั้นตอนการเป็นศาสตราจารย์ของสหรัฐฯ จะแตกต่างจากของไทย โดยที่ของไทยจะเริ่มที่อาจารย์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ ส่วนของสหรัฐฯ จะเข้าไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์เลย ก็จะขยับขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ

แต่ทั้งหมดต้องเกิดจากกระบวนการทำงานการสอนการทำวิจัย เพราะฉะนั้นดูได้ง่าย ๆ เลยคือ

  1. ต้องมี Work Permit
  2. ให้ดูสัญญาจ้าง

ถ้าให้พูดง่าย ๆ คือ สิ่งที่สำคัญมีอยู่เพียง 2-3 ประเด็น คือ California University FCE ไม่ใช่มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นคุณเป็นศาสตจราจารย์ของหน่วยงานที่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยคืออะไร สมมติบอกว่าตนเป็นศาสตราจารย์ของบริษัทขายกล้วยแขกแบบนี้ ในเมื่อไม่ใช่ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัย แล้วมันคืออะไร

อีกประเด็นหนึ่งคือ ถ้าจะเป็นศาสตราจารย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่ไหน ต้องทำงานที่นั่น ทำงานต้องมีสัญญาจ้าง หากทำงานที่สหรัฐฯ ต้องมี Work Permit เพียงปต่กระบวนการนี้มันยาว ระหว่างนั้น สว. คนดังกล่าวก็ยังสามารถรับเงินเดือนจากตำแหน่งนั้นได้

ด้าน รศ.สมชัย กล่าวว่า การเป็นศาสตราจารย์จะมีการกำหนดว่าต้องมีตำรากี่เล่ม มีผลงานวิจัยกี่เรื่อง ผลงานวิจัยดังกล่าวต้องได้รับการประเมินคุณภาพระดับดีเยี่ยมขนาดไหน และมีผลการเรียนการสอนที่นักศึกษาประเมินด้วย

เท่าที่ตนฟังมา เขาเอาผลงานวิชาการที่ตีพิมพ์ 5 เรื่อง ทีนี้ 5 เรื่องดังกล่าว ที่เป็นการส่งบทความภาษาอังกฤษไป 5 เรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นงานวิจัย อีก 3-4 ชิ้นเป็นบทความวิชาการที่เขียนร่วมกับคนอื่นอีก 7-8 คน เท่านั้นพอ ได้เป็นศาสตราจารย์แล้วนั้น หน่วยงานนี้อาจจะให้ แต่สังคมวิชาการโดยรวมจะยอมรับหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ชี้ "รัฐสภา" ไม่มีอำนาจออกวุฒิการศึกษา

กรณีที่เว็บไซต์ California University ระบุว่า รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรไทยได้ให้การรับรองวุฒิการศึกษาเทียบเท่าของ California University FCE และเป็นกรณีเดียวกันกับผู้กองธรรมนัส รศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า หากพิจารณาจากข้อความดังกล่าว เป็นสิ่งที่ผิด เนื่องจากรัฐสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองคุณวุฒิการศึกษาของใคร

เมื่อไม่มีอำนาจหน้าที่ รัฐสภาก็ทำไม่ได้ ก็มีการออกมายืนยันแล้วว่าไม่มีการรับรอง ดังนั้นข้อความที่ปรากฏดังกล่าวถือเป็นข้อความเท็จแน่นอน เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปสนใจประเด็นอื่น ให้รัฐสภาทำหน้าที่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

และหากถามถึงที่มา ท้ายที่สุดก็จะเชื่อมโยงไปกับสิ่งที่ทนายความของ สว. ท่านนี้ออกมาเปิดเผย นั่นคือเอกสารที่มีตราครุฑ และพยายามพูดสื่อไปในทำนองว่า เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารสำคัญ ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ลงนามโดยนายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ยืนยันความถูกต้องของการรับรองการสำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้

ภาพรศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนะวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนะวุฒิ รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

รศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า ตนแปลกใจที่คนที่เป็นถึงอาจารย์ คนที่มีความรู้ด้านกฎหมาย จะสามารถสื่อสารให้ไปในทิศทางที่บิดเบือนได้ขนาดนั้นเชียวหรือ เนื่องจากเอกสารฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารสืบเนื่องมาจากการประกาศตามรัฐธรรมนูญ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ฉะนั้นสิ่งที่นายชวนทำคือ เมื่อได้รับคำชี้แจงและพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ถูกตั้งกระทู้มีสิทธิ์ชี้แจง จึงอนุญาตให้ติดประกาศคำขี้แจงดังกล่าวที่ห้องโถงสภา และขึ้นบนเว็บไซต์ 7 วัน  โดยสรุปคือ รัฐสภาไทยไม่ได้รับรองปริญญาบัตรฉบับใด ๆ แน่นอน

ขณะที่ รศ.สมชัย กล่าวว่า สถาบันนี้ หรือบริษัทนี้ อ้างข้อความหรือลงข้อความซึ่งเป็นเท็จ เพราะรัฐสภาไม่เคยรับรองเรื่องนี้ และไม่เคยบอกว่าปริญญาของ ร้อยเอกธรรมนัส เป็นปริญญาที่ได้รับการรองรับเทียบเท่าปริญญาในประเทศไทย ดังนั้นตนคิดว่า รัฐสภาไทยต้อง Take Action มากกว่านี้ คือส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแจ้งไปยังรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ให้ทราบเรื่องราวดังกล่าว และให้ทางสหรัฐอเมริกาดำเนินการเอาออกเสีย

"หมอเกศ" อาจจบไม่สวย ด้วย พ.ร.ป.สว.ฯ มาตรา 77 วงเล็บ 4

ในส่วนของ พ.ร.ป.สว.ฯ มาตรา 77 วงเล็บ 4 ที่ระบุว่า ห้ามผู้ใดกระทำการหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิด ในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อสเยงเกียรติคุณของผู้สมัคร หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น

รศ.สมชัย กล่าวว่า ประเด็นใบแนะนำตัวหรือ สว.3 เป็นเอกสารหลักที่ทุกคนใช้ในการอ่านและตัดสินใจในการเลือก ดังนั้นสิง่ที่ปรากฏในเอกสาร สว.3 ต้องเป็นความเป็นจริง ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยความเป็นจริง ถ้าเกินเลยความเป็นจริง จะทำให้คนที่เข้ามาเลือกเลือกจากข้อมูลดังกล่าว ทำให้ผลของการเลือกไม่ออกมาเป็นไปตามคุณสมบัติความรู้ความสามารถ

สิ่งที่อยู่ใน สว.3 ของ หมอเกศ ต้องดูว่ามีสิ่งซึ่งเลยจากความเป็นจริงหรือไม่ หรือเป็นการทำให้เกิดความเข้าใจผิดในคุณสมบัติความสามารถ เข้าใจผิดในเรื่องของชื่อเสียงเกียรติคุณหรือไม่ ถ้าเป็นก็จะเป็นปัญหา ฉะนั้น กกต. จะต้องเป็นคนที่รับคำร้องในเรื่องนี้ หรืออาจหยิบยกขึ้นมาเองก็ได้ และกกต. ก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และต้องเปิดโอกาสให้หมอเกศมาชี้แจงว่ามีหลักฐานต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ตามกระบวนการ

ถ้าเห็นว่าผิด กกต. ก็จะยื่นไปยังศาลต่อ ศาลก็จะไปพิจารณาต่ออีกทีหนึ่ง

ด้านรศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. จะแตกต่างกัน สส. มีโอกาสในการหาเสียง แต่ สว. ไม่มี เพราะฉะนั้นการเลือก สว. ก็อ่านจาก สว.3 เป็นหลัก จึงเป็นที่มาของพ.ร.ป.สว.ฯ มาตรา 77 วงเล็บ 4 ที่ระบุบทลงโทษเอาไว้

ทีนี้ขั้นตอนการลงโทษ จะมีการบอกใน พ.ร.ป. การเลือกตั้ง ต่อให้ไม่มีผู้ร้อง แต่มีการปรากฏเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยต่อสาธารณชนแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และทำตามขั้นตอนต่อ ๆ ไป

ซึ่ง ณ วันนี้ไม่จำเป็นต้องมีใครร้องแล้ว เพราะค่อนข้างชัดเจนว่ามีเหตุอันเป็นที่ประจักษ์

วิธีตรวจหวย N3 ก่อนเริ่มทดลองขายวันแรก 2 ต.ค. 67 ออกงวด 16 ต.ค.67

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ