กกต.เร่งสอบ "หมอเกศ" ปมใช้วุฒิฯหลอกลวงเลือก สว. หลังรับ 2 คำร้องแล้ว!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กกต.เร่งสอบ "หมอเกศกมล" ปมใช้วุฒิการศึกษาหลอกลวงให้ลงคะแนนเลือกเป็น สว. หรือไม่ หลังกกต.รับ 2 คำร้องเป็นสำนวนแล้ว

จากกรณีดราม่าเรื่องวุฒิปริญญาเอก จาก California University ของ ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นเพียงเป็นสถาบันออกใบเทียบวุฒิ หรือมหาวิทยาลัยห้องแถว ขณะที่ทีมทนายความและอาจารย์ได้ออกมายืนยันว่าสถาบันดังกล่าวมีอยู่จริงนั้น

ล่าสุดมีรายงานในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ขณะนี้พบว่า มีการรับ 2 คำร้องที่ขอให้กกต.ตรวจสอบว่าการที่ น.ส.เกศกมล ระบุประวัติการศึกษาว่าเป็นศาสตราจารย์ จบปริญญาเอกจากCalifornia University ในใบเอกสารแนะนำตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.3)

คอนเทนต์แนะนำ
"ทนายเดชา" มั่นใจ "หมอเกศ" ไม่หลุดสว. ปูดมีผู้ใหญ่ฝากดูแล!

หมอเกศกมล ช่างภาพพีพีทีวี
พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.

ซึ่งถูกร้องว่า เข้าข่ายเป็นการกระทำหลอกลวง จูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณเพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ตนตามมาตรา77(4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)​ ว่าด้วยกันได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561หรือไม่ เป็นสำนวนเพื่อดำเนินการตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด 2566  โดยเลขาธิการฯกกต.มีคำสั่งรับเป็นสำนวนเมื่อวันที่ 1 ก.ค 2567  และอีกคำร้องกกต.มีมติสั่งรับเป็นสำนวนเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2567

ส่วนที่ กกต.ประกาศรับรองน.ส.เกศกมลให้เป็นสว.เมื่อวันที่10ก.ค.ทั้งที่รับ 2 คำร้องดังกล่าวเป็นสำนวนแล้ว แหล่งข่าวระบุว่า เนื่องจากตามกฎหมายไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครสว.ว่าต้องมีวุฒิการศึกษาระดับใด น.ส.เกศกมล จึงไม่มีประเด็นที่ถูกร้องเรื่องขาดคุณสมบัติ แต่เป็นการกล่าวหาว่าข้อมูลประวัติการศึกษาในใบสว.3 เป็นการหลอกลวงให้ลงคะแนนเลือก ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบ หาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ โดยต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องให้ความธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาตามที่ระเบียบกกต.กำหนด กกต.จึงประกาศรับรองน.ส.เกศกมลไปก่อน และขณะนี้กำลังเร่งสืบสวนไต่สวนตามคำร้อง

อย่างไรตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 มาตรา 77 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (4) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้บุคคลอื่น เข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้สมัครใด  เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือก เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือถอนการสมัคร หรือกระทำการใด ๆ อันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้นั้นหมดสิทธิ ที่จะเลือกหรือได้รับเลือก หรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี  หรือปรับตั้งแต่20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด20 ปี

อิหร่านมีแผนสังหาร “ทรัมป์” ก่อนเหตุลอบยิงในเพนซิลเวเนีย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ