เดือนพิพากษา "พรรคก้าวไกล" โพลชี้ ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อพรรคไม่ถูกยุบ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"นิด้าโพล" เผย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ "พรรคก้าวไกล" โดนยุบ "ผศ.ดร.สุวิชา" ชี้ ประชาชนเริ่มเฉย-ไร้ม็อบใหญ่หากพรรคถูกยุบ "รศ.ยุทธพร" มองโอกาสยุบพรรคก้าวไกล อยู่ที่ 50/50

ในเดือนสิงหาคมนี้ เป็นที่น่าจับตากับกระแสการเมืองหลากหลายประเด็น ที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญได้ ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่น่าจับตาคือประเด็นการยุบพรรคก้าวไกล ที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ยังได้เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับกรณีเดือนสิงหาคมเดือดนี้ด้วย 

คอนเทนต์แนะนำ
“ก้าวไกล” ตั้งญัตติด่วนเสนอรัฐบาลแก้ปลาหมอคางดำ-เยียวยาเร่งด่วน!

ภาพผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล และ รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล และ รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล และ รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk เกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

เดือนพิพากษา "พรรคก้าวไกล" ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าถูกยุบ!

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีข่าวมาตลอด ว่าคดียุบพรรคก้าวไกลจะเป็นไปในทิศทางอย่างไร รวมถึงคดีอื่น ๆ จนกระทั่งศาลฯ กำหนดวันพิจารณาออกมา ซึ่งเป็นเดือนสิงหาคมหมด นิด้าโพล จึงมีความคิดจัดทำโพล "เดือนพิพากษา" ขึ้น

ซึ่งบางคำถามที่เคยจัดถามไปเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เช่น เชื่อหรือไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี หรือ เชื่อหรือไม่ว่าจะมีการยุบพรรคก้าวไกลเร็ว ๆ นี้ น่าสนใจ จึงนำกลับมาถามอีกรอบหนึ่ง แล้วนำผลสำรวจมาเทียบกับเมื่อเดือนมิถุนายน พร้อมเพิ่มเติมไปว่า ถ้าเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบ คิดว่าจะมีงูเห่าหรือไม่ หรือ ถ้าเชื่อว่าจะเปลี่ยนนายกฯ คิดว่าใครจะเป็นนายกฯ แทน เป็นต้น

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า จากผลการสำรวจความเห็นถือว่ามีความแปลก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบ ทั้งคำตอบทั้ง ไม่เชื่อเลย และ ไม่ค่อยเชื่อ รวมกันกว่า 60% ในขณะที่สื่อเกือบทุกแขนง หรือแม้กระทั่งกูรูทางการเมืองทั้งหลาย วิเคราะห์ไปในแนวทางเดียวกันว่า พรรคก้าวไกลถูกยุบแน่ แม้แต่เจ้าของพรรคก้าวไกลยังเชื่อว่าจถูกยุบแน่นอน แต่ประชาชนกลับมองในอีกมุมหนึ่ง

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวต่อว่า เป็นภาพอย่างหนึ่งที่เมื่อก่อนเชื่อกันว่าสื่อปั่นกระแส ชี้นำได้ แต่ชี้นำได้ไม่หมด เพราะประชาชนเองก็มีแนวคิดของเขาเช่นกัน

ผศ.ดร.สุวิชา วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อ อาจจะมาจากการที่ประชาชนไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ยุบพรรคเสร็จแล้วเดี๋ยวก็มีงูเห่า เดี๋ยวก็เปลี่ยนแปลงกันวุ่นวาย ก็อาจะทำให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า อย่าเปลี่ยนแปลงเลย อยู่กันแบบนี้ล่ะ ซึ่งแฟนคลับก้าวไกลก็ไม่อยากให้ยุบพรรค ในขณะที่แฟนคลับพรรคเพื่อไทยก็ไม่อยากให้เปลี่ยนนายกฯ เป็นต้น ผลจึงออกมาในทำนองนี้

ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา

ภาพผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผอ.ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล

โอกาสยุบ "พรรคก้าวไกล" อยู่ที่ 50/50 วันที่ 7 ส.ค. รอชี้ชะตา

รศ.ยุทธพร กล่าวว่า หากเราย้อนกลับไปเมื่อราว 2 เดือนที่แล้ว จะพบว่ามีกระแส 3 ล้ม ได้แก่ ล้มก้าวไกล ล้มนายกฯ และล้ม สว. แต่สุดท้าย สว. ก็เลือกกันเรียบร้อย เหลือเพียงล้มก้าวไกล กับล้มนายกฯ ซึ่งเมื่อราว 2 เดือนก่อนไม่ได้เกิดขึ้นจริง และสุดท้ายคนก็เห็นในจุดนี้ ทำให้คนเกิดความรู้สึกว่าเหมือนไม่มีอะไร และครั้งนี้ก็อาจเชื่อได้ว่า พรรคก้าวไกลอาจไม่โดนยุบ นายกเศรษฐาก็อาจได้ไปต่อ

รศ.ยุทธพร กล่าวต่อว่า ไม่ว่ากระแสจะเป็นอย่างไร เรื่องจริงคือการอ่านคำวินิจฉัย 7 สิงหาคมนี้เท่านั้น แต่โดยส่วนตัวมองว่า โอกาสที่พรรคก้าวไกลจะถูกยุบ หรือไม่ถูกยุบนั้นพอ ๆ กันทั้งสองด้าน ในด้านที่จะยุบก็มีเหตุปัจจัยที่จะยุบได้ เช่น ข้อกฎหมาย มาตรา 49 ในรัฐธรรมนูญเป็นฐานทางกฎหมายที่ใกล้เคียงกับมาตรา 92 ในกฎหมายพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นก็เป็นไปได้ที่ศาลจะออกคำวินิจฉัยไปในแนวทางเดียวกัน

ข้อต่อมาคือในเรื่องของข้อเท็จจริง ไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะต่อสู้ว่าข้อเท็จจริงในคดีล้มล้างการปกครอง ไม่สามารถนำมาใช้ได้เนื่องจากเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ แต่สุดท้ายอย่าลืมว่าก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำวินิจฉัย ศาลมีคำสั่งให้นำคดีดังกล่าวมาเป็นส่วนหนี่งของพยานหลักฐานในคดีนี้ด้วย

ต่อมาคือ ไม่เปิดให้มีการไต่สวนสาธารณะ เพราะวันนี้เราไม่เห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ระบุว่าไม่ใช้มาตรา 93 แต่ใช้กระบวนการตามมาตรา 92 เป็นอย่างไร ยื่นตรงได้เลยหรือไม่ ข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกลเป็นอย่างไร น้ำหนักเป็นอย่างไร เราไม่เห็นเลย สุดท้ายก็จะไม่เห็นกันวันที่ 7 สิงหาคมนี้

ต่อมาประการที่ 4 ที่เป็นในเรื่องของประเด็นการเมือง ถ้าสมมติว่าตนเป็นคนที่อยากให้ยุบ สถานการณ์ในตอนนี้คือสถานการณ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากนี่เป็นภาวะ New Normal หรือ ความปกติใหม่สำหรับการยุบพรรคการเมือง ใน 20 ปีที่ผ่านมา การเมืองไทยมีการยุบพรรคมากมาย จนกระทั่งวันนี้คนมองว่า ยุบแล้วอย่างไร ยุบก็ตั้งใหม่ สส. ก็ย้ายพรรคใหม่

ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ครรลองที่ถูกต้องในระบบประชาธิปไตย แต่ด้วยความที่เป็น New Normal การยุบพรรคก้าวไกลขณะนี้ โอกาสจะเกิดการเคลื่อนไหวเหมือนสมัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ก็จะน้อยลง เพราะทุกคนรู้สึกว่ายุบแล้วไง ก็ตั้งพรรคใหม่ กลายเป็นความผิดปกติใหม่ที่ผิดปกติ

รศ.ยุทธพร กล่าวว่า แต่ในอีกมุมหนึ่งที่มองว่าโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะไม่ถูกยุบมีหลายปัจจัย อย่างแรกคือเจตนารมณ์ของกฎหมายในมาตรา 49 ในฐานของคดีล้มล้างการปกครองฯ เป็นเรื่องของการป้องปราม แต่ในมาตรา 92 ของกฎหมายนักการเมืองเป็นในเรื่องของการลงโทษ เพราะฉะนั้นถ้าหากจะลงโทษ หมายความว่าการกระทำต้องเข้มข้นกว่าในคดีล้มล้าง

ประการที่ 2 คือ การตีความคำว่าล้มล้าง เพิ่งมาชัดเจนหลังคดีล้มล้างที่ 3/2567 ว่าอะไรคือการล้มล้าง เพราะฉะนั้น การกระทำก่อนหน้านั้นก็ไม่สามารถนำมาย้อนไปกับความคิดได้

ประการที่ 3 ที่ถือเป็นข้อต่อสู้ใหญ่ของพรรคก้าวไกลเลย คือ กกต. ไม่ดำเนินการตามมาตรา 93 ซึ่งเป็นกระบวนการเสนอเรื่องยุบพรรคไปข้ามขั้นตอนใช้มาตรา 92 ที่เป็นเหตุยุบพรรค เพราะฉะนั้นอาจชนะฟาวล์ได้ และประการที่ 4 คือเรื่องของกระบวนการทางการเมืองต้องผ่อนสั้นผ่อนเบาผ่อนหนักต่าง ๆ ซึ่ง ณ ตอนนี้ไม่ต้องห่วง

รศ.ยุทธพร มองว่า เพราะฉะนั้นจึงมีทั้ง 2 มุม แต่หากถามว่าให้น้ำหนักไปยังมุมไหน ส่วนตัวมองถ่วงไปในน้ำหนักของการยุบพรรคก้าวไกลมากกว่า แต่ไม่ได้ถึงขั้นที่ว่าต้อง 100% ขนาดนั้น

ภาพรศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)

ประชาชนเริ่มเฉย เชื่อไร้ม็อบใหญ่หาก "พรรคก้าวไกล" ถูกยุบ

ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า ในช่วงที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบประมาณ 52% แต่ขณะนี้ความเชื่อที่ว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบลดลงมาเหลืออยู่ที่ 37% คนเชื่อน้อยลงว่าพรรคจะถูกยุบ

ผศ.ดร.สุวิชา วิเคราะห์ว่า ปรากฏการณ์นี้อาจเกิดจากตั้งแต่ช่วงที่พรรคก้าวไกลปั่นกระแสในกรณีที่ นายสุรพล นิติไกรพจน์ กล่าวว่าพรรคก้าวไกลไม่รอด ในขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน ฟันธงว่ารอดแน่ ทำให้หลายคนเริ่มคิดไปในทิศทางที่ว่า กรณีของนายสุรพลเป็นพยานที่เอามาใช้ประโยชน์ได้ แต่ม่าสามารถหลุดรอดได้

ผศ.ดร.สุวิชา เชื่อว่าการเปิดข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกลมีผลต่อการเปลี่ยนวิธีคิดของคน แม้ว่าตอนนี้คนที่บอกว่าไม่เชื่อเลย และไม่ค่อยเชื่อ ว่าพรรคก้าวไกลจะถูกยุบกว่า 60% จริง ๆ ก็ถือว่าไม่สูงเท่าไรนัก สูงเกินครึ่งขึ้นมานิดหนึ่ง กลุ่มคนที่บอกว่าไม่ค่อยเชื่อที่ 27% สามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอดเวลา ทำให้มีความไม่แน่นอน ซึ่งจากความผิดปกติใหม่ที่ผิดปกติ ก็อาจทำให้ประชาชนเริ่มรู้สึกเฉย ๆ กับเรื่องนี้แล้ว

ด้าน รศ.ยุทธพร มองว่า หากพรรคก้าวไกลถูกยุบ นอกสภาจะไม่กระเพื่อม ไม่มีโอกาสที่จะออกมาเป็นม็อบใหญ่แบบการตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ แต่ในสภาจะเป็นอีกส่วนหนึ่ง เพราะถ้าหากยุบ เราต้องไปดูต่ออีก 1 สัปดาห์ข้างหน้าด้วย คือคดีนายกเศรษฐา เพราะอย่างไรก็ตามทางการเมืองทั้ง 2 คดีนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน ที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมการการเมืองในสภา

เช่น เมื่อมีการยุบพรรคก้าวไกล ใน 1 สัปดาห์หลังจากนั้นจะเกิดการย้ายขั้วย้ายค่าย งูเห่าฝากเลี้ยงหรือผึ้งแตกรังหรือมีใครไปเข้าพรรคไหนหรือไม่ แล้วถ้าสมมตินายกเศรษฐาไปต่อไม่ได้ นั่นหมายถึงต้องยุบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ใครจะได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี กรณีนี้ก็จะไปเกี่ยวข้องกับตรงนั้นด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ