จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดพิจารณาคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อว่ามีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรค ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้
ล่าสุดมีความจาก ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมองว่าข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกลเเบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ
โดย ผศ.ปริญญา มองว่า ในหมวดของเขตอำนาจและกระบวนการศาล พรรคก้าวไกลก็มีโอกาสสู้ได้ ในประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเขตอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดีนี้เพราะรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ไม่ได้เขียนไว้ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคการเมืองได้
ผศ.ปริญญา บอกว่า ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เป็นฉบับล่าสุด เป็นฉบับแรกที่ไม่ได้เขียนไว้ว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคการเมือง เมื่อเทียบกับฉบับปี 2540 และ ปี 2550 ที่เขียนไว้ว่า หากศาลสั่งให้ยุติการกระทำแล้ว สามารถสั่งให้ยุบพรรคด้วยได้ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 เอาประโยคดังกล่าวออกไป
ส่วนประเด็นการต่อสู้ ในข้อที่ว่า กระบวนการยื่นคำร้องของกกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่พรรคก้าวไกล ระบุว่าก่อน กกต.มีมติเอาผิดพรรคก้าวไกลและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ทางกกต. ไม่ให้โอกาสพรรคเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ไม่ได้โต้แย้ง แสดงพยานหลักฐานเพื่อสู้คดีและ กกต. ยังใช้คำวินิจฉัยในคดีวันที่ 31 ม.ค.2567 เป็นหลักฐานเดียวในการยื่นยุบพรรค
ผศ.ปริญญา มองว่าข้อต่อสู้นี้ของพรรคก้าวไกลฟังขึ้น เพราะ กกต.ควรยื่นยุบพรรคตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มากกว่าการอ้างคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 31ม.ค.2567 เนื่องจากเป็นคนละกรณีกัน เพราะคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่สั่งให้ยุติการกระทำนั้น เป็นคำสั่งตามรัฐธรรมนูญที่จบไปแล้ว
ส่วนตัว ผศ.ปริญญา มองว่า 9 ข้อที่แถลงมาสามารถต่อสู้ได้ และยังมีโอกาสรอดอยู่ แต่อยู่ที่ว่าศาลจะรับฟังขนาดไหน และเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลสู้ได้เต็มที่หรือไม่ และต้องรอฟังว่าศาลจะพิจารณากี่ประเด็น หากเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลสู้เต็มที่และเปิดให้ไต่สวนนำสืบพยานเพิ่ม ก็จะยืดเวลาออกไปได้อีกหลายเดือน
ซึ่ง ผศ.ปริญญา ไม่เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมุ่งยุบพรรคสถานเดียว เพราะได้ขยายเวลาเปิดโอกาสให้พรรคก้าวไกลยื่นคำร้อง แต่อาจไม่เปิดให้สู้ครบทั้ง 9 ประเด็น แต่เชื่อว่าอย่างน้อยต้องเปิดโอกาสให้สู้
ผศ.ปริญญา ยังกล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ในเดือนมิ.ย.ที่มีหลายเรื่อง ทั้งคำร้องขอให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งนายก เรื่องเลือกสว.ชุดใหม่ที่ถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องคดีม.112ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มาเจอกันในช่วงเวลานี้ หากต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องถามว่าขณะนั้นยังมีพรรคก้าวไกลอยู่หรือไม่ และหาก สว.ชุดใหม่ยังเลือกไม่สำเร็จ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 109 เขียนว่าให้ สว.ที่หมดวาระ อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หากช่วงนั้นเกิดมีการเลือกนายกฯใหม่ขึ้นมา จะมีคนไปถามเรื่องอำนาจหน้าที่ของสว.กับศาลหรือไม่ ซึ่ง ผศ.ปริญญา มองว่าอำนาจในการเลือกนายกฯของ สว.ชุดนี้จบไปแล้ว ซึ่งทุกเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นโยงกันไปหมด
ส่วนเรื่องนายทักษิณ ที่เกี่ยวกับการดีลเพื่อกลับบ้านนั้น ก็มีอะไรบางอย่าง อย่างน้อยก็การที่ 21 สว. จาก 40 สว. เคยยกมือให้นายเศรษฐาเป็นนายกฯ กลับมาร้องให้นายเศรษฐาพ้นตำแหน่ง ทุกอย่างพัวพันกัน ซึ่ง ผศ.ปริญญา บอกว่า หากใครตั้งใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็มองได้ และนี่เป็นเหตุผลที่ต้องรีบยุบพรรคก้าวไกลหรือไม่
บุกจับญาติ “ชาดา” คาโรงแรมกลางกรุง มั่วสุมเสพยา ยึดอาวุธปืน-กระสุน