นายวิสุทธ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค ว่า ต้องให้กำลังใจพรรคก้าวไกล แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องปกติทางการเมืองตนผ่านเรื่องเหล่านี้มาเยอะ ถึงไม่เห็นด้วยแต่ต้องยอมรับวิธีการทำงานบองศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กร
ส่วนการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร สส.ก้าวไกลเองจะหายไปประมาณ 3-5 คน ถือว่าออกไปไม่เยอะยังทำงานปกติได้ไม่มีอะไรกังวล
ส่วนสัดส่วนในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ในแนวทาง ข้อปฏิบัติของสภามีอยู่แล้วว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไรให้ครบถ้วน ในขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 เหตุเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานจึงยังไม่กล้าตอบว่าพรรคไหนจะได้มาเป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่ง แต่วันพุธหน้าจะได้เลือกแน่นอนและขอให้การเจรจาเป็นเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องปรึกษาหารือกันเป็นมารยาท
คำขวัญวันแม่แห่งชาติ 2568 พร้อมมัดรวมย้อนหลังทุกๆ ปี
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ตำแหน่งรองประธานสภา ไม่ใช่มาในลักษณะโควตาอย่างเดียว แต่ต้องดูจากสัดส่วน สส.ของแต่ละพรรคการเมือง ยืนยันว่า ต้องมาจากพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน 100% เพราะ เมื่อก่อนที่เลิกไปแบบนั้นเพราะว่าเหมือนกับก้าวไกลจะมาร่วมรัฐบาลแต่ตอนนี้คงเป็นสัดส่วนของรัฐบาลที่ต้องเจรจากันหลาย ๆพรรค
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นโควต้าของภูมิใจไทย นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เป็นไปได้หมด แต่ขอให้ได้คุยกันก่อนที่จะได้ข้อสรุปมั่นใจว่าไม่มีปัญหาในการที่พักร่วมรัฐบาลจะปรึกษาหารือ เพื่อหาแนวทางและเรื่องบุคคลที่เหมาะสมขึ้นมาทำหน้าที่ และส่วนตัวมองว่าคนที่ขึ้นมาเป็นรองประธาน ต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง และแม่นข้อบังคับการประชุมสภา ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ส่วนที่มีรายชื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายวิสุทธิ์ มองว่า ก็มีความเหมาะสมเพราะอยู่ในสภามาหลายสมัยบิดาของนายภราดรเองก็เคยทำหน้าที่นี้ แต่ยังไม่ขอฟันธงว่าเป็นใคร
เมื่อถามว่าจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จังหวัดพิษณุโลก แล้วพรรคเพื่อไทยจะส่งใครลงหรือไม่นั้น นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ต้องรอให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณา ครั้งที่แล้วเพื่อไทยมาที่ 3 ที่ 2 คือพรรคพลังประชารัฐ ต้องหารือกันก่อน แต่ด้วยมารยาททางการเมืองก็ต้องให้พรรคที่มีคะแนนสูงที่สุดก่อน อย่างพลังประชารัฐ แต่อยู่ที่ผู้บริหารของพรรค ทั้งสอง พรรคเจรจากัน