Top-PPTV-Poll Top-PPTV-Poll

“อิ๊งค์ แพทองธาร” มีทางพลิกโฉมประเทศไทย แค่ต้องคว้าโอกาสในวิกฤตให้ได้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิเคราะห์มอง “อิ๊งค์ แพทองธาร” ขึ้นเป็นนายกฯ ในช่วงเวลาวิกฤตทั้งภายในและภายนอก แต่หากคว้าโอกาสถูกจุด อาจพลิกโฉมการเมืองไทยได้เลย

สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยอยู่ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่านที่ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยดีนัก เพราะยังต้องรอการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ แต่กระทั่งในขั้นแรกของการตั้ง ครม. กลับดูเหมือนเต็มไปด้วยความปั่นป่วนในฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลเสียแล้ว จนเกิดคำถามว่า รัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย จะไปรอดหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้เป็นทั้งวิกฤตและโอกาส อยู่ที่ว่า นายกฯ แพทองธารจะสามารถคว้าเอาไว้ได้หรือไม่

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดโควต้า 35 รมต. รัฐบาล"แพทองธาร"

จุดอ่อน แพทองธาร ชินวัตร ช่างภาพพีพีทีวี
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

วิกฤตรายล้อม 4 ทิศ 8 ทาง

ในรายการ เข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk ทางช่อง PPTV HD 36 คุณสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตนักการเมือง วิเคราะห์ว่า วิกฤตแรกของนายกฯ แพทองธารตอนนี้ คือเรื่องการตั้ง ครม. กับความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เป็นพรรคร่วมและตัวพรรคเพื่อไทยเอง

จุดนี้อาจทำให้นายกฯ แพทองธารอยู่ในจุดที่ลำบาก รวมทั้งตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นบิดา ด้วย

“ลุงป้อม” ประกาศพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรัฐบาล"แพทองธาร"

ถ้าเลือกจะตัด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วเลือก “ผู้กอง” ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ในทางการเมืองทำได้ แต่ส่วนตัวคิดว่า พล.อ.ประวิตรไม่ธรรมดา เพราะได้สร้างบารมีการเมืองไว้ตลอดหลายปีที่มา ไม่ใช่แค่ยุค คสช. โดยเคยเป็นทั้ง ผบ.ทบ. ยุคนายทักษิณ หรือ รมว.กลาโหม ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

“ด้วยอำนาจในระบบอุปถัมภ์แบบไทย ๆ ทำให้ พล.อ.ประวิตรไม่ธรรมดา หลายคนในระบบราชการเป็นหนี้บุญคุณท่าน ผู้ใหญ่ลักษณะนี้ยังมีเขี้ยวเล็บอยู่ อย่าเป็นศัตรูด้วยดีกว่า แต่ถ้าบิ๊กป้อมถอยออกมาอยู่ฉากหลัง จะเห็นว่าหัวบันไดยังไม่แห้ง มีคนเข้าไปหา และยังเดินเกมได้ดีกว่าด้วย” คุณสุรนันทน์กล่าว

เขาเสริมว่า ถ้าดูข่าว ณ วันที่ 20 ส.ค. 67 ฝั่งผู้กองกำลังรอมติพรรคให้ขับออก จากนั้นเลือกได้ว่าจะไปพรรคกล้าทำ หรือไปพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าไม่ถูกขับออก ก็ค้างคากันอยู่อย่างนี้ แต่ทั้งนี้อย่างไรพรรคพลังประชารัฐจะไม่ไปอยู่ฝ่ายค้านแน่นอน ประเด็นมีเพียงว่า นายกฯ แพทองธารจะเลือกให้ความสำคัญฝั่ง พล.อ.ประวิตร หรือฝั่ง ร.อ.ธรรมนัส

ซึ่งหากเลือกฝั่งผู้กองธรรมนัส อาจเกิดปัญหาเรื่องคุณสมบัติขึ้นอีกเหมือนกรณี อดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน จนนำไปสู่การถูกถอดถอน

คุณสติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า เสริมว่า ถ้าคิดเชิงตัวเลข ตัดใครเลือกใครก็ได้ สำคัญคือ ไม่ต้องมีมิตรเพิ่ม แต่อย่ามีศัตรูเพิ่ม เพื่อให้นายกฯ แพทองธารขึ้นสู่อำนาจได้อย่างราบรื่นที่สุด

แต่ถ้าคิดเชิงคุณภาพ มาตรฐานการตั้งคนมานั่งใน ครม. ต้องเซฟมาก ใครจะเข้าออกไม่ใช่เรื่องตัวเลขแล้ว เพราะต้องคิดด้วยว่า เขาจะส่งผลลบยังไงบ้าง รวมถึงต้องไปสแกนละเอียดว่า ใครอยู่ข้างใคร สนับสนุนใคร ยังไม่นับอิทธิพลนอกสภาอีก

คุณสุรนันทน์ยกตัวอย่างกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่ก่อนหน้านี้ถูกเตะออกจากกลุ่มไลน์พรรคเพื่อไทย ส่วนตัวมองว่าแรงเกินไป แต่นายกฯ แพทองธารต้องแสดงความเด็ดขาดในจังหวะนั้น ทำให้มีศัตรูในพรรคที่เป็นระดับผู้ใหญ่ ซึ่งยังมีอิทธิฤทธิ์

อีกหนึ่งวิกฤตของนายกฯ แพทองธารคือ ความเชื่อมั่นที่หายไป เพราะต้องยอมรับว่า หลังการหักหลังพรรคก้าวไกลมาจับมือข้ามขั้ว รัฐบาลอดีตนายกฯ เศรษฐาตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา แม้จะขยันอย่างไร แต่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองและเศรษฐกิจให้พรรคเพื่อไทยได้เลย

ยิ่งหาก น.ส.แพทองธารเริ่มการบริหารด้วยการมีปัญหากับพรรคร่วม แล้วดึงคนที่สังคมอาจจะตั้งคำถามอยู่มานั่งตำแหน่งรัฐมนตรี อาจยิ่งมีผลต่อความเชื่อมั่น

ความเชื่อมั่นที่หายไปยังนำมาสู่วิกฤตที่สาม คือคู่แข่งทั้งที่อยู่อีกฝั่งและที่อยู่ข้างตัว

คู่แข่งที่อยู่อีกฝั่งนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพรรคประชาชน ซึ่งเป็นการเมืองรุ่นใหม่ที่ได้กระแส ส่วนที่อยู่ข้างตัว คุณสุรนันทน์บอกว่า ประชาชนจำนวนมากต้องการคนแก้ไขปัญหาข้าวยากหมากแพง ซึ่งวันนี้ 1 ปีที่ผ่านมาเขาดูแล้วว่าไม่เวิร์ก ในบทบาทเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่แข็งแรงขึ้น ถ้ามีปัญหา เพื่อไทยอาจต้องพึ่งพาภูมิใจไทยมากขึ้น อำนาจต่อรองของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะยิ่งมากขึ้น

“ดังนั้น ในการเลือกตั้งรอบหน้า คู่แข่งของพรรคเพื่อไทยคือพรรคประชาชนกับภูมิใจไทย” คุณสุรนันทน์กล่าว

ซึ่งในจุดนี้ คุณสติธรบอกว่า การที่นายทักษิณปรากฏตัวเพื่อพยายามช่วยลูกสาว จึงเป็นภาวะจำเป็น โดยในทางยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยเล่นได้แต่เกมนี้ ไม่มีทางอื่น

คุณสติธรกล่าวว่า “คู่แข่งของเพื่อไทยไม่ใช่แค่พรรคประชาชน ภูมิใจไทยก็รอขึ้นมาอยู่ ซึ่งการเมืองพรรคประชาชนกับภูมิใจไทยคนละแบบ แต่เพื่อไทยต้องพยายามสู้ทั้งสองข้าง แบบบ้านใหญ่มีภูมิใจไทย ถ้าผลักมิตรไปเป็นศัตรูเขาอาจไปบวกกับภูมิใจไทย ทำให้บ้านใหญ่เพื่อไทยดรอป ยังไม่นับถ้าบริหารภายในไม่ดี อาจมีคนย้ายไปอีก”

เขาเสริมว่า “ส่วนการเมืองกระแสแบบพรรคประชาชนต้องอาศัยจังหวะ ความอายุน้อย ทีมคนรุ่นใหม่ ซึ่งคุณแพทองธารไปทำมาสักระยะแล้ว แต่ยังต้องรอวันเติบโต ทำอย่างไรจึงจะต่อยอดเพื่อสู้กระแสพรรคประชาชน ถ้าพลาดทั้ง 2 ด้าน บอกเลยพรรคเพื่อไทยเละ”

ซึ่งนั่นนำมาสู่คำคำตอบว่าทำไมพรรคเพื่อไทยตอนนี้จึงต้องมีทั้งนายทักษิณและนายกฯ แพทองธาร “ใครจะทำการเมืองบ้านใหญ่ได้ถ้าไม่ใช่คุณทักษิณ แล้วใครจะทำฝั่งการเมืองคนรุ่นใหม่ได้ถ้าไม่ใช่คุณแพทองธาร”

แต่การมีนายทักษิณมาช่วยก็ทำให้เกิดอีกวิกฤตหนึ่ง คุณสุรนันทน์บอกว่า นายทักษิณมีศัตรูทางการเมืองจำนวนมาก ยังมีชนักและวิบากกรรมรอการเช็กบิล แต่ที่สำคัญคือ จะทำให้นายกฯ แพทองธาร ถูกมองว่า “ไม่ใช่ตัวจริง”

“การจะบริหาร นายกฯ ต้องเป็นนายกฯ คุณแพทองธารต้องฉายแสงเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดอ่านของตัวเองและได้รับการยอมรับ คุณแพทองธารต้องแสดง ปฏิเสธไม่ได้” คุณสุรนันทน์กล่าว

เขาบอกว่า “ในช่วงผ่านเปลี่ยน คุณทักษิณอาจยังต้องช่วยบ้าง แต่ในที่สุดต้องถอยกลับไปอยู่บ้านจริง ๆ ทำไปแค่ให้ข้อคิดเห็น การบริหารแทนหรือชี้แจงแทนอาจทำได้ไม่กี่หน”

คุณสติธรเสริมว่า นายทักษิณต้องเว้นระยะห่าง เพราะหากถูกมองว่าครอบงำพรรคอาจนำไปสู่ทำให้รัฐบาลหรือ น.ส.แพทองธาร มีปัญหาทางกฎหมาย ดังนั้นต้องให้คำแนะนำในฐานะพ่อลูกเท่านั้นจึงจะปลอดภัยที่สุด

คุณสุรนันทน์กล่าวว่า หลายคนยังให้โอกาสพรรคเพื่อไทยอยู่ แต่การจะแก้ปัญหา น.ส.แพทองธารต้องแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้เป็นหุ่นแค่เชิดของพ่อ ว่าเธอเป็นผู้นำตัวจริง “ส่วนตัวเชื่อว่าคุณทักษิณอยากให้คุณแพทองธารเป็นผู้นำตัวจริง ใครก็อยากให้ลูกตัวเองยืนด้วยตัวเองได้ แต่ความแหลมคมการเมืองตอนนี้ยังถูกตีกรอบ ใครจะมีพลังไปปกป้อง ก็พ่อ แต่ถ้าพ่อลงแรงมากก็อาจโดนสอย”

โอกาสของ แพทองธาร ชินวัตร ช่างภาพพีพีทีวี
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทย

โอกาสอยู่ตรงหน้าคว้าให้ได้

ทั้งคุณสุรนันทน์และคุณสติธรเห็นตรงกันว่า ท่ามกลางวิกฤตเหล่านี้ที่ระบุไปข้างต้น ยังมีโอกาสที่จะทำให้นายกฯ แพทองารสามารถพลิกโฉมประเทศได้อยู่

เรื่องแรก การแต่งตั้ง ครม. คุณสุรนันทน์บอกว่า กรณีการวินิจฉัยคดีอดีตนายกฯ เศรษฐาถือเป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับ น.ส.แพทองธาร เอามาเป็นหลักยึดในการเลือกคนได้ “หากใครเสนอชื่อแปลกหรือประวัติไม่ดี อาจจะไม่เอา เพราะมีบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญวางไว้แล้ว”

คุณสติธรกล่าวว่า ไม่ควรตั้งผู้กองธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี เพราะอาจถูกร้องเรียนทางกฎหมายกรณีเดียวกับอดีตนายกฯ เศรษฐา “มีคนพูดในโซเชียลแล้วว่า ต้องเซฟนายกฯ เพราะถ้าตั้ง เรื่องถึงนายกฯ แน่ บรรทัดฐานชัดเจน เรื่องเพิ่งเกิดขึ้น”

คุณสติธรมองว่า ถ้ารักที่จะอยู่ในพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ควรเห็นแก่ตัวขนาดว่าต้องดำรงตำแหน่ง ใน 30 กว่าคนฝั่งผู้กองหาคนที่เหมาะสมมาก็ได้ โดยที่ยังคงมีอำนาจต่อรองอยู่ด้วย เพราะการเมืองไทยไม่ต้องนั่งเก้าอี้เองก็มีอำนาจได้

คุณสุรนันทน์สนับสนุน โดยบอกว่า ความจริงไม่อยากเห็นระบบโควตาที่นั่ง แต่ถ้าต้องเลือกตามโควตา เอาคนอื่นได้หรือไม่ อาจจะเป็นคนที่มีความรู้ในกระทรวงนั้น ๆ  หรือไปเชิญคนนอกมาเป็นคนของกลุ่ม แบบนี้คะแนนนิยมของกลุ่มจะเพิ่มขึ้นด้วย ในฐานะที่กล้าเสียสละ เอาคนที่มีความสามารถมาทำงาน

คุณสติธรย้ำว่า นี่คือโอกาสเลย โดยให้นึกถึงสมัยพรรคไทยรักไทยที่ชนะเลือกตั้งแล้วเอาคนเก่งคนมีความสามารถมาทำงาน นายทักษิณเคยทำ เปลี่ยนจากนัฐมนตรีที่มีแต่นักการเมืองมาเป็นข้าราชการและผู้เชี่ยวชาญ

เขาย้ำว่า การตั้ง ครม. เป็นบทพิสูจน์ผู้นำหญิงอายุน้อยทายาทนักการเมือง หากเลือกคนนอกมาทำงาน จะเข้ากับสิ่งที่พูดในวันรับโปรดเกล้าฯ ที่บอกว่าจะเปิดกว้างให้คนเก่งคนมีความสามารถเข้ามา ไม่ใช่ระบบโควตา เป็นโอกาสทำการเมืองใหม่ที่อาจพลิกโฉมประเทศได้

Bottom-election Bottom-election

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ