วันที่ 31 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาได้มีคำสั่ง ในกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะจำเลยคดีความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ได้ยื่นคำร้องขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตามที่ศาลอาญากำหนดเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราวว่าห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลนั้น
โดยวันนี้ศาลได้ทำการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ข้อเท็จจริงในทางไต่สวนแล้ว จำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาเบิกความสนับสนุนพร้อมพยานเอกสารยืนยันให้เห็นถึงเหตุผล และความจำเป็นที่ต้องเดินทางออกนอกราชอาณาจักรในระหว่างวันที่ 2-3 กุมภาพันธ์ 2568
เห็นว่า ช่วงเวลาที่จำเลยขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไม่กระทบต่อวันนัดพิจารณาคดี เหตุผลและความจำเป็นที่จำเลยอ้างเป็นประโยชน์ต่อประเทศและเพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐ กรณีมีเหตุสมควร จึงอนุญาตให้จำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักรได้ตามที่ขอ โดยวางหลักประกัน ตามที่เสนอ และให้มารายงานตัวภายใน 3 วันนับแต่วันที่จำเลยเดินทางกลับประเทศไทย แจ้งสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมืองทราบด้วย
ทั้งนี้มีรายงานเบื้องต้นว่า ขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักรดังกล่าวของนายทักษิณดังกล่าว เพื่อเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย โดยมีรายงานว่าศาลให้วางเงินหลักทรัพย์จำนวน 5 ล้านบาท
จากนั้น เวลา 15:26 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อีกครั้ง ภายหลังจากศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อไปประชุมที่ประเทศมาเลเซียระหว่างวันที่ 2 - 3 กุมภาพันธ์นี้ โดยวางหลักประกัน 5 ล้านบาท และให้มารายงานตัวภายใน 3 วัน นับแต่วันที่จำเลยเดินทางกลับประเทศไทย และแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบด้วย
เมื่อถามว่ามีความรู้สึกอย่างไรภาย หลังที่ศาลอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยนายทักษิณ ระบุสั้นๆว่า ”ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว“ ถามย้ำว่าเดินทางไปยังประเทศอะไร และใครเป็นคนเชิญ นายทักษิณระบุว่า “รู้ๆกันอยู่” ก่อนจะขึ้นรถยนต์ส่วนตัวและเดินทางกลับทันที