วันที่ 30 ม.ค.2568 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าตรวจเยี่ยมการส่งมอบบัตรเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์ในการเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่
โดยนายอิทธิพร บอกตอนหนึ่งว่า คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่มาหลายครั้งแล้วทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ ประกอบกับทุกครั้งก่อนวันเลือกตั้งจะอบรมทุกครั้ง ขอให้มั่นใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ต้องตรงกัน และส่วนตัวเชื่อว่า กปน. สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน
ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ ที่ผ่านมาเคยมีร้องเรื่องการปฎิบัติหน้าที่แต่คราวนี้มีน้อยมาก ส่วน จ.ลำพูน ที่ตนจะไปไม่มีเรื่องร้องเรียนใดๆ กปน. คือหัวใจของความสำเร็จในการเลือกตั้ง ส่วนจะต้องจับตาเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่เพราะมีพรรคการเมืองใหญ่ๆ มาช่วยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายนั้น นายอิทธิพร เผยว่า การหาเสียงผู้สมัครตระหนักว่าต้องปฏิบัติอย่างไรบ้างในการสมัครรับเลือกตั้ง อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ผู้สมัครย่อมรู้ดีว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรในการหาเสียง เรามีคู่มือผู้สมัครถ้ามีประเด็นอะไรก็สามารถสอบถามได้ตลอด และทางกฎหมายก็เปิดโอกาส ถ้ามีข้อสงสัยสามารถถาม กกต. ได้ ดังนั้นการหาเสียงขอให้อยู่ในกรอบกติกา และสามารถหาเสียงได้ถึง เวลา 18.00 น. ส่วนตอนนี้มีเรื่องร้องเรียน 153 เรื่อง ยังไม่มากไม่เทียบกับปี 63 มี 718 เรื่อง
ส่วนกรณีมีการร้องเรียนการจ้างมาฟังปราศรัย มีหลักฐานหรือการตรวจสอบอย่างไร เนื่องจากเชียงใหม่มีเรื่องร้องเรียนค่อนข้างมาก ประธาน กกต. ระบุว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในที่สาธารณะ กกต.อยากจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงข้อกล่าวหาที่มีพยานหลักฐานจะเป็นเครื่องพิสูจน์สำคัญที่จะช่วยให้กกต.สามารถนำผู้กระทำผิดมารับผิดได้ ทั้งภาพถ่าย คลิปเสียงก็เป็นส่วนหนึ่ง ในสำนวนคำวินิจฉัยของ กกต. ในสมาร์ทโหวตจะเห็นว่าหลักฐานที่ส่งให้ศาล มีคลิปเสียง มีภาพ มีลายนิ้วมือ พยานหลักฐานเหล่านี้คือสิ่งสำคัญ ตั้งแต่ประกาศการเลือกตั้งเราตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง จ.เชียงใหม่ มี 8 คนและผู้ช่วย 8 เป็น 16 คน และมีชุดเคลื่อนที่เร็วที่จะสามารถหาข่าวได้ เราทำงานอย่างต่อเนื่องรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด
ส่วนกรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อาจไม่มีคุณสมบัติผู้ช่วยหาเสียงนั้น ประธาน กกต. ยืนยันว่า ตามระเบียบการหาเสียง ลักษณะต้องห้ามของการหาเสียงในการเลือกตั้ง เขียนไว้ชัด “ผู้ช่วยหาเสียงคือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับจ้างจากผู้สมัครให้มาร่วมกิจกรรมในการโฆษณาหาเสียง ไม่มีตรงไหนที่เราบอกว่า เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ต้องมีหน้าที่หรือมีสิทธิ์ ไม่มี” เราถือหลักนี้มานานตั้งแต่ปี 62-63 เรามีระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงพรรคการเมือง ของ สส. ก็เป็นประเด็นแบบนี้ แต่มีพรรคการเมือง 2 พรรคเขียนมาถามเรา ตามมาตรา 23 พ.ร.ป.กกต. ยืนยันว่าหมายถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเท่านั้น ท่านสามารถเป็นได้ แต่ถ้าไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดนเพิกถอนสิทธิ์ ก็ไม่สามารถเป็นได้
เมื่อถามย้ำว่านายทักษิณ ผิดหรือไม่ในการเป็นผู้ช่วยหาเสียง ประธาน กกต. ยืนยันว่า ไม่ผิด นายทักษิณ มีสิทธิ์เลือกตั้ง หากศาลจำกัดสิทธิ์รับสมัครการเลือกตั้ง จำกัดสิทธิ์ในการมีสิทธิ์เลือกตั้งก็ถือว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียงได้ ซึ่ง กกต.ได้ตอบพรรคการเมืองไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 ตอบกันมานานแล้วและถือปฏิบัติด้วย
ส่วนการที่ อดีตกกต. ออกมาระบุว่า ไม่ทีคุณสมบัตินั้น อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อ กกต.หรือไม่ เรื่องนี้ประธาน กกต. ยืนยัน กกต.ยึดถือตามหลักปฎิบัติ ทุกความเห็นที่มีผู้สนใจก็รับฟังและนำมาดูว่าเป็นสิ่งที่เราพึงปฏิบัติหรือไม่ ถือว่าเป็นความชัดเจนว่าปฏิบัติมานาน ในการตอบข้อซักถาม ในหนังสือเวียนของ กกต. ก็ส่งถึงสำนักงาน กกต. ทั่วประเทศให้ปฏิบัติการ ทุกอย่างชัดเจน และไม่ใช่เพิ่งมาบอก การตอบข้อซักถามตามกฏหมายมาตรา 23 ให้ตอบข้อซักถามพรรคการเมืองไม่เกิน 30 วัน หากเกินจะถือว่าผิดมาตรฐานจริยธรรม เป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติและกฎหมายก็ชัดว่า เมื่อตอบข้อซักถามอย่างไรให้แจ้งสาธารณะชนผ่านสื่อต่างๆ ที่ กกต. เห็นสมควรและมีเว็บไซต์ด้วยจะได้ดูว่าคำชี้แจง หรือดูในเฟซบุ๊กของเลขาฯ ก็มีรายละเอียดหมดแล้ว และมองว่าการยกประเด็นนี้ขึ้นมาในช่วงใกล้เลือกตั้งไม่น่าจะมีนัยอะไร
ส่วนระบบการนับคะแนน กกต.ส่วนกลาง มีการประเมินอย่างไร ประธาน กกต. กล่าวว่า สำหรับจังหวัดเล็กๆ ระยะทางไม่ห่างกันมาก จากหน่วยเลือกตั้งไปยังศูนย์ลงคะแนนในจังหวัดนั้นๆ ไม่เกิน 22.00 น. น่าจะเสร็จ ส่วนจังหวัดใหญ่ที่มีพื้นที่ห่างไกลอย่างเชียงใหม่ บางอำเภอหน่วยเลือกตั้งห่างจากศูนย์ลงคะแนน กระบวนการตรวจสอบอาจจะต้องใช้เวลาแต่จะต้องทำให้เร็วที่สุดและต้องถูกต้องที่สุด แต่การนับคะแนนหน้าหน่วย คาดว่า 18.00 - 19.00 น. ก็จะเสร็จสิ้น แต่จะมารวมผลนับคะแนนแต่ละเขต ต้องมีการตรวจสอบโดยคณะอนุกรรมการว่าถูกต้อง ถ้าถูกต้องก็ส่งรวบรวมทันที