ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ลำพูน 2568 ออกมาแล้วว่า “เฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ” จากพรรคประชาชน เป็นผู้ได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 109,372 คะแนน และเป็นผู้ลงสมัครเพียงหนึ่งเดียวที่คว้าชัยในระดับท้องถิ่นให้กับพรรคประชาชนมาได้
แต่หลายคนอาจไม่เคยรู้จักมาก่อนว่า เฮง-วีระเดช คือใคร? วันนี้ PPTV ชวนมาทำความรู้จักผู้ชนะศึกเลือกตั้งท้องถิ่นของพรรคประชาชนคนนี้กัน
วีระเดช ภู่พิสิฐ เป็นบุตรของ โกเก๊า-ประเสริฐ ภู่พิสิฐ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และอดีตประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน และเป็นญาติกับ ชัยณรงค์ ภู่พิสิฐ อดีตรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน และอดีตผู้สมัคร สส.ลำพูน พรรคไทยสร้างไทย
เขาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แรกเริ่มประกอบอาชีพทำธุรกิจส่วนตัวก่อน ต่อมาในปี 2561 เข้าสู่แวดวงการเมืองครั้งแรก เลือกสังกัดพรรคอนาคตใหม่
ในช่วงเวลานั้น พรรคอนาคตใหม่ประกาศเปิดรับแนวร่วม ซึ่งได้มาราว 7,000 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวลำพูน 7 คน และหนึ่งในนั้นคือ เฮง-วีระเดช นั่นเอง
โดยวีระเดชเข้าร่วมพรรคอนาคตใหม่พร้อมกับ เต๋อ-วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.ลำพูน เขต 1 และว่ากันว่าวีระเดชเป็นหนึ่งในทีมงานที่ช่วยกันทำให้วิทวิสิทธิ์ปักธงส้มในลำพูนได้สำเร็จในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ภายหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ วีระเดชได้ย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกลพร้อมกับวิทวิสิทธิ์เช่นกัน โดยวีระเดชได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานพรรคก้าวไกลของจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นสาขาพรรคสาขาแรกของพรรคก้าวไกล
ต่อมา พรรคก้าวไกลได้เปิดตัววีรเดชในฐานะผู้สมัครนายก อบจ.ลำพูน แข่งกับ อนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ซึ่งลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย
ในวันที่ 2 ม.ค. 68 หลังผลการนับคะแนนออกมาอย่างเป็นทางการ นายวีระเดชโพสต์ข้อความว่า “กราบขอบพระคุณพี่น้องชาวลำพูนทุกท่านสำหรับ 109,372 คะแนนเสียง ที่มอบความไว้วางใจให้ผมได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ในนามพรรคประชาชน”
“ทุกเสียงที่ผมได้รับ ไม่ว่าจะเลือกผมหรือไม่ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจและพลังให้ผมก้าวข้ามอุปสรรค จนมาถึงจุดนี้ เพื่อที่จะได้ทำงานรับใช้พี่น้องชาวลำพูนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม”
“ชัยชนะครั้งนี้ ไม่ใช่ชัยชนะของผมเพียงคนเดียว แต่เป็นชัยชนะของคนลำพูนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่แท้จริงของผมไม่ได้จบลงแค่วันที่ได้รับเลือก แต่คือการทำให้ทุกนโยบายที่เราวางไว้เป็นจริง ตามความคาดหวังของประชาชน”
“ผมขอแรงสนับสนุนและกำลังใจจากทุกท่าน ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ผมน้อมรับทุกข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “ลำพูน พูนความสุข ทุกช่วงวัย” ให้เกิดขึ้นจริง”
“สุดท้ายนี้ กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาวลำพูนอีกครั้ง จากหัวใจ ด้วยความซาบซึ้งยิ่ง”