จากกรณีกระแสข่าวการส่งตัวผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ ที่ถูกกักอยู่ในประเทศไทยกว่า 10 ปี ส่งคืนให้กับประเทศจีน ต้องระวังว่าอาจจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยมากกว่าที่คิด
โดยล่าสุดทีมข่าว PPTVHD36 พูดคุยกับ รศ.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ก็มองว่าเรื่องนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐฯ ได้
โดย รศ.ปณิธาน มองว่าการส่งตัว ชาวอุยกูร์ให้กับประเทศจีนนั้น สาเหตุที่ทางการจีนต้องการคนกลุ่มนี้กลับไปดำเนินคดี เพราะจีนยืนยันมาโดยตลอดว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีคดีติดตัว ซึ่งสวนทางกับภาคประชาสังคมที่อ้างว่าชาวกลุ่มนี้เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองและต้องการไปต่ออย่างประเทศที่สาม ดังนั้นการที่ไทยจะส่งตัวชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ ให้กับทางการจีน ต้องดูเงื่อนไขการ ส่งกลับให้ชัดเจน ว่าไม่ใช่คดีทางการเมืองใช่หรือไม่ รวมถึงต้องดูเงื่อนไขความปลอดภัยกับผู้ต้องหากลุ่มนี้ด้วย ว่าจะได้รับการปฏิบัติ เป็นไปตามหลักกติกาสากล เพราะเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่สากล อาจจะไม่ยอมรับ
ส่วนผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศไทย รศ.ปณิธาน ให้ข้อมูลว่าต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ สากลอาจจะยอมรับไม่ได้ และทางสหรัฐอเมริกาก็พูดชัดเจนมาโดยตลอด ว่าไม่ต้องการให้ไทยส่งชาวอุยกูร์กลุ่มนี้ คืนให้กับทางการจีน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ อาจจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วมีโอกาสที่จะลุกลามบานปลายด้วย ยกตัวอย่างตอนนี้ที่สหรัฐฯ กำลังประกาศจะขึ้นกำแพงภาษี ประเทศไทยเองก็มีรายชื่ออยู่ในลิสต์ ดังนั้นประเทศไทยก็ควรจะมีปัจจัยที่จะใช้ต่อรองกับสหรัฐฯ เช่นเรื่องอุยกูร์ แต่ในเมื่อไทยเลือกส่งชาวอุยกูร์ให้กับจีน ก็อาจต้องรับผลที่จะตามมา
“เรื่องนี้สากลหลายประเทศ ก็อาจจะไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับนะครับ อย่างเช่นสหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ก็ได้พูดไว้แล้วว่า ไม่อยากให้เราส่ง ต้องการให้เราชะลอการส่งนะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็อาจจะต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างไทย กับสหรัฐฯ จะกระทบขนาดไหน เพราะเป็นเรื่องที่สหรัฐฯ เขาก็ร้องขออย่างชัดเจน แล้วก็การร้องขอหรือความร่วมมือตรงนั้นหลายฝ่ายก็คิดว่าจะนำไปช่วยในการเจรจาในเรื่องปัญหาการค้านะครับ ซึ่งก็ไม่ง่าย แต่หลายฝ่ายก็หวังแบบนั้น ตอนนี้พอไม่มีตัวแปรนั้นแล้ว ก็อาจจะต้องระมัดระวังกับสหรัฐฯ มากขึ้นนะครับ”รศ.ปณิธาน กล่าว
ส่วนที่หลายคนมองว่าก่อนหน้านี้ หลิวจงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของจีน ก็เพิ่งจะมาเยือนประเทศไทย เร่งผลักดันแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ ขณะที่นายกฯแพทองธาร ก็เพิ่งจะไปเยือนจีนพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงด้วยตัวเอง อาจจะมีการเจรจายื่นหมูยื่นแมว แลกกับการส่งตัวชาวอุยกูร์กลุ่มนี้คืนให้กับทางการจีนหรือไม่
รศ.ปณิธาน มองว่า ในการพบปะของผู้นำ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน ซึ่งอาจจะมีการจดบันทึกหรือไม่มีอยู่ในบันทึกก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะมีการจดบันทึกเอาไว้ ซึ่งหากว่ามีการจดบันทึกเอาไว้ ทางฝ่ายค้านก็อาจจะขอดูว่า มีเรื่องการส่งตัวชาวอุยกูร์กับจีนหรือเปล่า ซึ่งเรื่องนี้ก็คาบเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน และเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งก็เข้าใจว่าทำไมท่าทีของนายกรัฐมนตรี ในตอนแรกจึงบอกว่าไม่ทราบเรื่องนี้ ก็อาจจะรอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้มาแถลงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง