วันที่ 4 มี.ค.2568 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน หรือ “สส.ไอซ์ รักชนก” ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน เดินทางไปสำนักงานประกันสังคม สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี ขอเข้าพบนางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อหารือแนวทางการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารจัดการประกันสังคม หลังจากถูกตั้งคำถามโครงการเว็บแอปมูลค่า 850 ล้าน รวมทั้งขอให้มีการเปิดรายงานที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม
ทั้งนี้หลังจากใช้เวลาประชุมราว 1 ชั่วโมง น.ส.รักชนก แถลงข่าว ประเด็นหลักที่มาพูดคุยวันนี้คือเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล โดยเฉพาะกรณีหนังสือเวียนที่ส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้สำนักงานประกันสังคม โดยมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการไม่เปิดเผยข้อมูลนั้นมี 2 ฉบับ ซึ่งมองว่าหนังสือนี้ไม่ปกติ แต่เข้าใจว่าสำนักงานประกันสังคม ได้รับคำสั่งมาอีกที อาจจะบอกไม่ได้ว่าใครสั่งมา อย่างไรก็ตามหลังพูดคุยกันแล้วเห็นว่าหนังสือฉบับนี้ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับและข้อมูลบางอย่างถูกบังคับให้เปิดเผยอยู่แล้วตามกฎหมาย แต่ข้อมูลส่วนตัวของผู้ประกันตนทราบดีอยู่แล้วว่าเปิดเผยไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย PDPA ซึ่งไม่มีใครขอข้อมูลพวกนี้อยู่แล้ว
ส่วนกรณีมติของบอร์ดประกันสังคมทุกชุด แม้ที่ผ่านมาไม่มีใครติดตาม แต่ยืนยันว่าตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร มติของบอร์ดที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรี ต้องมีการเปิดเผยได้ มีการลงรายงานการประชุม ดังนั้น สปส. ยืนยันว่าจากนี้ทำตามกฎหมายทำตามระเบียบที่ระบุไว้ แม้ที่ผ่านมาจะไม่ได้ทำ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดมาตรา 157 (ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) ได้ที่ไม่เปิดเผยมติของที่ประชุม อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการติดตามงบฯ จะติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป หาก สปส.ยังไม่เปิดเผยข้อมูล ตนก็ยืนยันว่าจะทำตามหน้าที่ต่อไป ซึ่งการติดตามอาจทำให้ สปส.ไม่สบายใจ
ด้านนางมารศรี บอกว่า การออกหนังสือกำชับเรื่องการเปิดเผยข้อมูลเป็นการกำชับตามหน้าที่ตามปกติ ในฐานะของหน่วยงานผู้บังคับบัญชา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในหน่วยงานดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนกรณีเผยแพร่ผลการประชุมบอร์ด สปส. ต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ เรื่องนี้สามารถทำได้ ซึ่ง สปส. จะรีบไปดำเนินการต่อไปคาดว่าน่าจะประมาณสัปดาห์หน้า เพื่อดูข้อมูลว่าข้อมูลอยู่ตรงไหนจะนำขึ้นเว็บไซต์ได้อย่างไรบ้าง
นางมารศรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สปส. ได้รับคำถามมากที่สุดว่าส่งเงินเข้าประกันสังคมแล้วได้อะไร ขอยืนยันว่าปัจจุบัน สปส.หักเงินสมทบอยู่ที่ 5% ของเพดานเงินเดือนสูงสุดที่ 15,000 บาท หรือ 750 บาทต่อเดือน ทุกเดือนจะเป็นเงินออมสมทบกรณีชราภาพเดือนละ 900 บาท ส่วนสิทธิ์อื่นๆ ที่ได้รับ จะมีการสื่อสารต่อไป
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเปิดเผยข้อมูลรวมถึงมติที่ประชุมบอร์ดต่างๆ ของ สปส. ผู้ประกันตนได้ประโยชน์อะไรบ้าง น.ส.รักชนก บอกว่า อย่างน้อยการรู้ว่าที่ประชุมคุยอะไร มีมติอะไรออกมา และผู้ประกันตนได้ทราบข้อมูลจะได้มีความเห็นถึง สปส. ช่วยเป็นแรงกดดันในการตัดสินใจของที่ประชุมให้เห็นหัวผู้ประกันตน เพราะที่ผ่านมาที่ประชุมบอร์ดต่าง ๆไม่เคยเปิดเผยอะไรเลย ทุกอย่างอยู่ในที่ดำมืด ผู้ประกันตนมาทราบข้อมูลก็ต่อเมื่อออกสิทธิประโยชน์มาแล้ว หลังจากนี้หากมีการเปิดเผยข้อมูลเชื่อว่าแรงกดดันจะทำให้ สปส. ทำงานแบบแคร์ความรู้สึกผู้ประกันตนเพิ่มมากขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีสูตรคำนวณเบี้ยบำนาญที่ น.ส.รักชนก มองว่าไม่เป็นธรรมนั้น น.ส.รักชนก อธิบายว่า ผู้ประกันตนที่เคยส่ง ม. 33 แล้วเปลี่ยนไปส่ง ม. 39 ซึ่ง ม. 33 จ่ายเต็มเพดานอยู่ที่เดือนละ 750 บาทต่อเดือน แต่เมื่อออกจากงานมาทำอาชีพอิสระ หรือทำอาชีพที่ได้เงินเดือนน้อยลง ตามกฎหมายระบุว่าจะคำนวณ 60 เดือนสุดท้าย หรือ 5 ปีสุดท้ายในการทำงาน แต่แนวโน้มคือ 5 ปีสุดท้ายในชีวิตคือช่วงที่ แรงงานได้เงินน้อยลง ทำให้สิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้ปกติได้อยู่เดือนละ 4000-5,000 บาท ลดลงมาเหลือแค่ 1,500 บาท ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุยกันมาเป็นสิบๆ ปี คนที่ส่งประกันสังคมเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเมื่อคำนวณแล้ว ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกันตน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครคิดจะแก้ไขแบบจริงจัง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จะเข้าที่ประชุมอีกทีในวันที่ 12 มี.ค.นี้ ขอเรียกร้องให้ผู้ประกันตนทั่วประเทศจับตาดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกันตน ม. 39 ที่กำลังจะได้เงินจาก 5,000 บาทจะลดลงเหลือ 1,500 บาท ให้มารอหน้าห้องประชุม มารอฟังว่า แต่ละคนที่มาจากบอร์ดไตรภาคีจะตัดสินใจอย่างไรบ้าง เพราะนี่คือหลังพิงสุดท้ายของชีวิตแรงงาน
เมื่อถามว่าหากมติบร์อด สปส. ยังไม่เห็นด้วยกับการปรับสูตรบำนาญใหม่ จะดำเนินการอย่างไรต่อไป น.ส.รักชนก บอกว่า จริง ๆ ต้องบอกว่าไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ คนที่ทำได้ก็คือผู้ประกันตนทั่วประเทศ ขอย้ำกับผู้ประกันตนว่า ถึงวันที่ต้องโกรธต้องโกรธให้มากกว่านี้ คนที่ทำงานในบอร์ดทุก ๆ บอร์ดควรต้องเกรงใจผู้ประกันมากกว่านี้ ให้ผู้ประกันตนจำเอาไว้ว่า สปส. ได้เบี้ยประชุม ได้เงินเดือนจากเงินที่ผู้ประกันตนส่งมาสมทบ ดังนั้นคนพวกนี้ควรที่จะเกรงใจ แต่ที่ผ่านมา สปส.อาจมองแค่ผู้ประกันตนเป็นแค่แรงงาน เป็นแค่คนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้ให้เกียรติ ดังนั้นผู้ประกันตนต้องออกมาเรียกเกียรติคืน