อีกหนึ่งประเด็นที่เชื่อมโยงมาจากกรณีฮั้วเลือก สว. คือบัญชีม้า ล่าสุดตัวแทน สว.สำรอง ออกมาแฉขบวนการนี้ โดยมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ขบวนการจัดตั้งระดับอำเภอ เน้นหาสมาชิกมาลงสมัครเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะทำงานและที่ปรึกษา สว. แฝงเป็นรายชื่อบัญชีม้า รับเงินเดือนจากสภาฯ โอนเข้าบัญชีใหญ่ซึ่งมีสมาชิกพรรคเป็นผู้ดูแล รายได้เฉลี่ยปีละกว่า 124 ล้านบาท
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ตัวแทน สว.สำรอง เดินหน้าแฉปมบัญชีม้า สว. โดยระบุว่าขบวนการดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่การจัดตั้ง เน้นหาสมาชิกมาลงเลือกตั้ง
โดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าหากได้เป็น สว.จะแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ซึ่งตามระเบียบ สว.สามารถแต่งตั้งคณะทำงานได้ทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ เลขาฯ และที่ปรึกษา 5 ตำแหน่ง และมีเงินเดือนประจำตำแหน่งให้ด้วย ที่ปรึกษา 5 คน จะได้เงินเดือนคนละ 15,000 บาทต่อเดือน รวม 5 คน เท่ากับ 75,000 บาท // จากนั้นทั้ง 5 คนนี้จะโอนเงินเข้าบัญชีกลางแต่ละเขตจังหวัดของตนเอง โดยมีผู้ดูแลบัญชีนี้อยู่
เมื่อนำ 75,000 บาท ซึ่งเป็นเงินเดือนของที่ปรึกษาทั้ง 5 คน คูณกับจำนวน สว. 138 คน จะได้เดือนละ 10 ล้าน 3 แสน 5 หมื่นบาท เมื่อนำจำนวนนี้คูณ 12 เดือน เฉลี่ยทั้งปีจะมีรายได้ 124 ล้าน 2 แสนบาท โอนจากบัญชีกลางของแต่ละจังหวัดเข้าบัญชีใหญ่ ซึ่งมีสมาชิกพรรคดูแลอยู่
นายอัครวัฒน์บอกอีกว่าขบวนการนี้เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหนึ่งเพียงพรรคเดียว ยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหาใคร แต่ความจริงของเรื่องนี้ปรากฎขึ้นตั้งแต่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษา สว. ซึ่งเห็นได้ว่าคนเหล่านี้มาจากขบวนการใดบ้าง และตอนนี้รายชื่อทั้งหมดอยู่ที่เลขาวุฒิสภาแล้ว
ส่วนที่ปรึกษาที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นบัญชีม้า สว. มีการส่งรายชื่อเป็นคณะทำงานจริงแต่ไม่เคยมาทำงานเลย และคนที่มีชื่อเป็นบัญชีม้าก็อยู่ในรายชื่อ สว. กว่า 1,200 รายชื่อ ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งต้องถูกเรียกมาเป็นพยานด้วย
และส่วนตัวตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เรื่องนี้มีเพียง 2 แนวทาง แนวทางแรก สว.เหล่านี้ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการเป็นพยานยืนยันขบวนการนี้ อยากให้พูดอย่างตรงไปตรงมา แต่หากไม่อยากเป็นพยานและไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ก็จะกลายเป็นผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งถือว่ามีความผิดและตกเป็นจำเลยของสังคม
เเหล่งข่าวบอกกับทีมข่าวว่า ขบวนการบัญชีม้าสว.รับเงินเดือน โดนเข้าพรรคการเมืองนี้ หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือดีเอสไอแล้ว และดีเอสไอก็ทราบเส้นเงินที่โยงไปถึงพรรคการเมืองพรรคหนึ่งแล้วเช่นกัน โดยเรื่องนี้ เป็นส่วนหนึ่งในฐานความผิดฟอกเงิน ที่บอร์ดดีเอสไอ เคาะรับเป็นคดีพิเศษ