"จิรายุ" มั่นใจ ไทยเดินทางเยี่ยมอุยกูร์ในจีนโปร่งใส ชี้แจงนานาชาติได้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"จิรายุ" มั่นใจ ไทยเดินทางเยี่ยมอุยกูร์ถูกส่งตัวกลับจีนโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมแจงนานาชาติ ลั่นหากเป็น 10 ปีก่อนคงไม่เยี่ยม ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร

17 มีนาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 ถึงความคืบหน้ากรณีการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน โดยเมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลไทยมีความกังวลหรือไม่หากสหรัฐฯ จะงดออกวีซ่าให้แก่คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ นายจิรายุกล่าวว่า อย่างที่เห็นในโลกออนไลน์ว่าหลายประเทศผลักดันผู้ลี้ภัยกลับคืนสู่ถิ่นไม่น้อยกว่าไทย แต่พรุ่งนี้จะเป็นการอธิบายว่าการทำงานของเราค่อนข้างที่จะโปร่งใส ครั้งแรกที่ไปส่งเลขาธิการ สปช. รองผบ.ตร. ก็ไปเอง

คอนเทนต์แนะนำ
กต. เปิดคำชี้แจง 2 ข้อ สหรัฐฯ ใช้มาตรการวีซ่าลงดาบไทยส่งอุยกูร์กลับจีน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รายการเปิดโต๊ะข่าว
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วนวันที่ 18 มีนาคม รองนายกรัฐมนตรีเดินทางไป ออกเดินทางประมาณ 23.00 น. ถึงที่มณฑลซินเจียงประมาณ 07.00 น.ฉะนั้น จะทำอะไรให้เกิดความน่ากลัวเป็นไปไม่ได้แน่นอน โดยช่วงบ่ายจะไปพบปะกับบุคคลที่เราได้พากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นไปตรวจเยี่ยมอีกประมาณ 2 จุด เนื่องจากมณฑลซินเจียงค่อนข้างกว้างใหญ่ และหลายกลุ่มอาจไม่มีที่อยู่อาศัยแล้ว ก็จะไปดูว่ารัฐบาลจีนดูแลเขาอย่างไร เช่น ให้งานทำหรือไม่ เป็นต้น

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า อาจไม่ได้เจอครบทุกคนที่เราส่งไป แต่ทางรัฐบาลจีนแจ้งว่าจะประชุมกับเรา และรายงานว่า 40 คนนั้น 10 คนไปไหน อีก 5 คนไปไหนบ้าง ในวันพุธหรือพฤหัสบดีนี้ ถือว่ารัฐบาลไทยทำโปร่งใส เพราะหากเป็นเมื่อ 10 ปีก่อนคงไม่ได้มาเยี่ยมหรือไม่ได้รู้แน่ว่าส่งไปแล้วจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ส่วน 109 คนที่ส่งไปครั้งที่แล้ว นายจิรายุ กล่าวว่า ได้สอบถามพบว่า 109 คน หลายคนเสียชีวิตด้วยโรคชราภาพ และได้ไปประเทศที่เขาอยากไป ส่วน 40 คนนี้ เราได้แจ้งทางจีนว่านอกจากจะขอพบก็อยากได้ข้อมูลเพิ่ม ซึ่งจีนยืนยันว่าจะทำรายละเอียดให้ดูว่าแต่ละคนไปอยู่ที่ไหนบ้าง อีกทั้งเรายังอยากไปดูกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มที่เคยเห็น ขณะเดียวกันก็ขอพบปะพูดคุยกับผู้นำศาสนา หรือกลุ่มคนกลุ่มแรกที่ไปเมื่อสิบปีที่แล้ว รัฐบาลจีนก็เปิดรับฟังข้อเสนอ ซึ่งหลังจากกลับมาก็จะทำข้อมูลชี้แจงไปยังนานาอารยประเทศที่เขามองมุมเดียวหรือมองไกล ๆ

ขณะเดียวกัน หากไปฟังรายงานจากจีนจะเป็นการรายงานอะไรก็ได้ตามที่อยากให้เรารับรู้หรือไม่ นายจิรายุ มองว่า ถ้าเป็นมุมของเรา เราก็ต้องรายงาน แต่จะเป็นรายงานเท็จหรือไม่ เดี๋ยวนี้โซเชียลไว โลกเปลี่ยนไป เว้นเสียแต่ทางการจีนจะบอกว่า 40 คนนี้มีประวัติ ก็เป็นเรื่องที่เขาต้องชี้แจงภายในประเทศ

ส่วนสื่อที่ไปสามารถทำข่าวได้อย่างอิสระ หรือต้องถูกควบคุมตามโปรแกรมที่จีนวางไว้หรือไม่ นายจิรายุ ตอบว่า อย่าเรียกว่าควบคุมตามโปรแกรม เพราะเราไปต่างประเทศก็ต้องไปตามโปรแกรมที่กำหนด ส่วนสื่อมวลชนถ้าเขาไม่ให้ก็คงไม่ให้ไปแต่แรก ดังนั้น เวลาไปก็ต้องมีสิทธิเสรีภาพ ยกเว้นบางอย่าง เช่น บ้านเรายังต้องมีการเบลอภาพผู้ต้องหา บางเรื่องเขาไม่อยากออกก็เป็นเรื่องของเขา ต้องไปดูหน้างาน

ทั้งนี้ เรื่องที่อเมริกาออกแถลงการณ์กดดันก็ไม่เคยแสดงเจตจำนงว่าจะรับ 40 คนนี้ไปใช่หรือไม่ นายจิรายุ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงไปหมดแล้ว ตนคิดว่ามีข้อมูลความจริง เพราะมีเอกสาร พยานหลักฐาน การที่กระทรวงการต่างประเทศออกมาชี้แจงก็ชัดเจนแล้ว แต่อย่างที่ถามว่าเราเอาเมี่ยงเขามาอมมันมีความเดือดร้อนอย่างไร ขังไว้ 11 ปี ถ้าเราจะถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ปล่อยเขาเป็นพลเมืองไทย ให้เขาออกไปข้างนอก มันทำได้หรือ?

เขายังไม่เป็นผู้ต้องหา เป็นแค่ผู้ต้องกักที่ต้องอยู่ใน ตม. ต้องมอง 2 มุม 2 มิติ และพอมีการตีข่าวในประเทศไทย หลายท่านก็บอกว่า จะไปส่งเขาทำไม ต่างชาติเขาก็เห็นในด้านลบ เพราะไม่รู้เนื้องาน และบางอย่างรัฐบาลไทยยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูด

ตนถึงบอกว่า หลังกลับจากจีน รัฐบาลก็คงเปิดเผยข้อมูล ชี้แจงกับนานาอารยประเทศได้ แต่โดยหลัก โลกใบนี้มีคนลี้ภัยถูกส่งกลับเป็นหมื่นคน ดังนั้น ถือว่าเราทำได้โปร่งใสมาก ถ้า EU หรือต่างประเทศได้เห็นว่ารัฐบาลไทยไปส่ง ส่งเสร็จก็อยู่ต่ออีก 2-3 วัน ผ่านไป 1 เดือน รองนายกรัฐมนตรีก็เดินทางไปดูอีก ตนคิดว่ามันคือเสรีภาพด้านการเดินทาง ด้านข้อมูลข่าวสาร ถ้าคิดจะปกปิดจีนไม่ให้มาก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่อันนี้คือสิ่งที่เราต้องช่วยกันในกระบวนการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ