สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการบรรจุวาระสำคัญ เกี่ยวกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ.... หรือร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ นอกจากจะเป็นการจัดตั้งธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่หมายถึง ห้างสรรพสินค้า โรงแรม สถานบริการ สนามกีฬา ยอร์ชและครูซซิ่งคลับ สถานที่เล่นเกม สระว่ายน้ำและสวนน้ำ สวนสนุก
แต่ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวาง คือ สิ่งที่นำไปสู่การมี "กาสิโน" ถูกกฎหมาย
ที่กำหนดเงื่อนไขเฉพาะคนไทยจะต้องเสียค่าเข้า 5,000 บาท และมีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน ส่วนคนต่างชาติไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
ส่วนเหตุผลในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ระบุว่า การท่องเที่ยวเป็นบริการหลักที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจำนวนมาก และเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจการท่องเที่ยว รัฐบาลจึงมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยประกอบด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน อันจะเป็นประโยชน์ให้เกิดการลงทุนและนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการจ้างแรงงานในประเทศด้วย
เพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียด PPTV Online สรุปสาระสำคัญร่างกฎหมายฉบับนี้มีทั้งหมด 104 มาตรา ดังนี้
นายกฯ นั่งประธานคณะกรรมการนโยบาย กำหนดพื้นที่ – ใบอนุญาตสถานบันเทิงครบวงจร
กฎหมายกำหนดให้มี "คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร" โดยมีหน้าที่เสนอแนะนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย
- การกำหนดจำนวนใบอนุญาต
- พื้นที่ที่จะอนุญาตให้ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร
- หลักเกณฑ์การพิจารณาร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน
- มาตรการป้องกัน แก้ไข เยียวยา ผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ
คณะกรรมการนโยบายฯ มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน และมีรัฐมนตรี 7 กระทรวง พร้อมอีก 3 หน่วยงานนั่งเป็นกรรมการ
และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 6 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม ท่องเที่ยว บริหารธุรกิจ หรือกฎหมาย ต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่น้อยกว่า 1 ปี รวมถึงต้องไม่เคยทำงานในธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับสถานบันเทิงครบวงจรไม่น้อยกว่า 1 ปี
คณะกรรมการนโยบายมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
- เสนอแนะนโยบายการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต่อ ครม.
- เสนอแนะกำหนดพื้นที่ประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรต่อ ครม. และแนวทางการกำหนดจำนวนใบอนุญาต
- เสนอแนะอัตราภษีที่เกี่ยวข้องกับกาสิโนต่อ ครม.
- กำหนดหลักเกณฑ์ การอนุญาตและการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
- พิจารณาและออกคำสั่งเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต การต่ออายุ และการเพิกถอนใบอนุญาต
- กำหนดพื้นที่กาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร
- แต่งตั้งผู้อำนวยการหรือให้ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่ง
- ออกประกาศ ระเบียบ คำสั่ง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจาก ครม.
นอกจากนั้น ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ยังกำหนดให้มี “คณะกรรมการบริหารสำนักงานควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิครบวงจร” โดยมีบุคคลซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการ 12 คนเป็นข้าราชการระดับปลัดกระทรวง – อธิบดีกรม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 5 คน
โดยมีหน้าที่และอำนาจในการควบคุมการดำเนินงานของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการนโยบาย รวมถึงหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
- เสนอความเห็นเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการต่อคณะกรรมการนโยบาย
- กำหนดหลักเกณฑ์ วีการ และเงื่อนไขการดำเนินการ การอนุญาตและประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร รวมถึงการควบคุมและมาตรการบังคับ
- อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ การดำเนินงาน การใช้จ่ายเงิน และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน และรายงานต่อคณะกรรมการนโยบาย
- กำหนดข้อบังคับหรือระเบียบที่เกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป
- กำหนดหลักเกณฑ์และอัตราในการจัดเก็บค่าบริการ ค่าตอบแทน ตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
- พิจารณาอุทธรณ์เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับสถานบันเทิงครบวงจร
- แต่งตั้งบุคคลเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร
- ปฏิบัติการอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจาก ครม.หรือคณะกรรมการนโยบาย
ทุนไทย – ต่างชาติ สร้างได้ ใบอนุญาตครั้งแรก 5,000 ล้านต่อฉบับ
ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจจะต้องได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการนโยบาย โดยผู้ขอจะต้องเป็นบริษัทจำกัด หรือ บริษัทมหาชนจำกัด จดทะเบียนในไทย มีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท
มาตรา 54 ยังกำหนดให้ "ผู้รับใบอนุญาต" ได้รับยกเว้นจากกฎหมาย ดังนี้
- กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่เป็นคนสัญชาติอื่นเกิน 50% สามารถประกอบธุรกิจในสถานบันเทิงครบวงจรได้
- มาตรา 67 พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยให้จำนวนกรรมการซึ่งเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้ไม่เกินจำนวนที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
- มาตรา 1105 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มจำนวน
- กฎหมายอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ทั้งนี้ การยื่นขออนุญาตจะต้องมีการแจ้งผลการตรวจสอบภายใน 15 วันนับแต่วันยื่นคำขอ กรณีคณะกรรมการนโยบายมีมติไม่ออกใบอนุญาต ให้มีหนังสือแจ้งผู้ขอภายใน 7 วัน พร้อมด้วยเหตุผลและสิทธิในการอุทธรณ์ต่อ ครม.
กรณีที่คณะกรรมการนโยบายมีมติให้ออกใบอนุญาต ให้แจ้งผู้ขอทราบภายใน 7 วัน พร้อมทั้งแจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตครั้งแรก และค่าธรรมเนียมอนุญาตรายปีสำหรับปีแรกภายใน 30 วัน กำหนดให้ใบอนุญาตมีอายุ 30 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
สำหรับอัตราค่าธรรมเนียม
- การขอรับใบอนุญาต ครั้งละ 100,000 บาท
- ใบอนุญาต ครั้งแรก ฉบับละ 5,000 ล้านบาท / รายปี ปีละ 1,000 ล้านบาท
- ใบอนุญาต (ต่ออายุ) ฉบับละ 5,000 ล้านบาท / รายปี ปีละ 1,000 ล้านบาท
- ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 100,000 บาท
- ค่าเข้ากาสิโนของผู้มีสัญชาติไทย ครั้งละ 5,000 บาท
การเช่า เช่าช่วง ให้เช่า หรือให้เช่าช่วงที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ เพื่อประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ให้ทำสัญญาเช่าเป็นกำหนดเวลาได้ไม่เกิน 30 ปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลาเกินกว่านั้น ให้ลดลงมาเป็น 30 ปี การต่อสัญญาเช่าอาจทำได้ แต่จะต่อสัญญาเกิน 30 ปีไม่ได้
"กาสิโน" มีไม่เกิน 10% ของพื้นที่
นอกจากนี้ ร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มาตรา 49 กำหนดให้ คณะกรรมการนโยบายออกประกาศเพื่อกำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโน ต้องไม่เกิน 10% ของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งสถานบันเทิงครบวงจร แล้วแต่กรณีใดจะน้อยกว่ากัน
การขอรับใบอนุญาต ให้ยื่นต่อสำนักงานพร้อมเอกสารประกอบการดำเนินธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังนี้
- รูปแบบ แผนผัง แผนและกรอบระยะเวลาการลงทุนในการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรอย่างน้อย 4 ประเภท ร่วมกับ กาสิโน และต้องมีพื้นที่ส่งเสริมสินค้า บริการ และศิลปวัฒนธรรมไทยไม่น้อยกว่า 20% ของพื้นที่
- แผนและกรอบเวลาการก่อสร้าง การเปิดให้บริการ และสัดส่วนการจ้างแรงงานไทย
- รายละเอียดโครงสร้างองค์กร องค์ประกอบของคณะกรรมการ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น รวมทั้งแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจและการควบคุมภายในที่ดีของผู้ขอรับใบอนุญาต
- มาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผลกระทบอันอาจเกิดจากการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
- แผนการจัดให้มีระบบควบคุมกาสิโนที่เหาะสมและมีประสิทธิภาพ
- เอกสารหรือหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
ส่วน กาสิโน จัดให้มีขึ้นได้เฉพาะในสถานบันเทิงครบวงจรเท่านั้น โดยการจัดให้มีการพนันในกาสิโนให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้ และไม่ให้นำกฎหมายว่าด้วยการพนันมาใช้บังคับ และหนี้ที่เกิดจากการพนันในกาสิโน ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่บังคับได้ตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตที่จัดให้มีกาสิโนเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
เคาะวัน-เวลาขายเหล้า เปิดสถานบันเทิง ไม่เกี่ยวกฎหมายปกติ
มาตรา 68 ยังกำหนดให้ การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรให้ได้รับยกเว้นเกี่ยวกับการกำหนดวันเวลาเปิดปิดและสถานที่ตั้งของสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ การกำหนดเวลาและสถานที่ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเขตสูบบุหรี่ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
คณะกรรมการนโยบายฯ เคาะให้ "กาสิโน" เล่นได้อะไรบ้าง
มาตรา 70 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจัดให้มีการพนันในกาสิโนได้เฉพาะตามประที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดเท่านั้น ทั้งนี้ ประเภทการพนันอาจกำหนดจากบัญชีท้ายกฎหมายว่าด้วยกานพนันซึ่งมิใช่สลากกินแบ่งหรือสลากกินรวบ หรือจะกำหนดประเภทอื่นก็ได้
สำหรับการกำหนดเขตบริเวณ กาสิโน กับ สถานประกอบธุรกิจสถานบันเทิงอื่น หากอยู่ในอาคารเดียวกันให้จัดอยู่ในชั้นของอาคารแยกต่างหาก หากอยู่แยกอาคาร ต้องมีรั้วกั้นเขตและมีทางเข้าออกเฉพาะเพื่อให้ผู้ประสงค์จะเข้ากาสิโนได้เท่านั้น
คนไทยเข้า "กาสิโน" มีเงินฝาก 50 ล้าน เสียค่าเข้าครั้งละ 5,000 บาท
กฎหมายใน มาตรา 80 ยังกำหนดข้อห้ามบุคคลดังต่อไปนี้ เข้าไปในกาสิโน
- บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
- บุคคลที่ไม่ได้ลงทะเบียนหรือชำระค่าธรรมเนียม
- บุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม
- บุคคลที่ผู้อำนวยการสั่งห้ามเข้ากาสิโน
บุคคลสัญชาติไทยซึ่งจะเล่นพนันในกาสิโนต้องมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน และผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
โดยบุคคลสัญชาติไทย จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้ากาสิโน ครั้งละ 5,000 บาท
เข้า "กาสิโน" ห้ามพกอาวุธ - เล่นพนันออนไลน์
ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกาสิโน และเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยต้องควบคุมไม่ให้ผู้จะไปหรืออยู่ในกาสิโน กระทำการหรือมีพฤติการณ์ ดังต่อไปนี้
- นำอาวุธเข้าไปในกาสิโน
- เล่นพนันโดยมีลักษณะฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการเล่น
- กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
- ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลอื่น กระทำการอื่นใด เพื่อค้าประเวณีอันเป็นการเปิดผเยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ
- มีอาการมึนเมาจนประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้
ห้ามจัดให้มีการเล่นพนันในกาสิโนผ่านการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือถ่ายทอดการเล่นพันน เพื่อให้บุคคลภายนอกกาสิโนเล่นพนันได้
ห้ามไม่ให้ผู้รับใบอนุญาต เชิญชวน โฆษณา ประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือดำเนินการอื่นที่มีลักษณะในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับกาสิโน เว้นแต่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
กำหนดโทษ ห้ามปั่นยอด - เพิ่มจำนวนคนเล่นพนัน
ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร มีบทกำหนดโทษ 2 ส่วน คือ มาตรการปรับเป็นพินัย และโทษทางอาญา ดังนี้
มาตรการปรับเป็นพินัย
- จัดให้เล่นพนันโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดคณะกรรมการนโยบาย ชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5 ล้านบาทหรือ 0.5% ของรายได้กาสิโนทั้งปี แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน และให้ชำระค่าปรับเป็ฯพินัยอีกวันละไม่เกิน 100,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง
- ผู้ใดเลิกประกอบธุรกิจสถานบันเทิงโดยไม่แจ้งคณะกรรมการนโยบาย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยตั้งแต่ 1 – 10 ล้านบาท
- ผู้ใดปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้ บุคคลต้องห้ามเข้าไปในกาสิโน ปรับเป็นพินัยไม่เกิน 100,000 บาท
- ผู้ใดเข้าไปในกาสิโนโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 50,000 บาท กรณีมีคนพาบุคคลต้องห้ามเข้าไปให้ชำระค่าปรับเช่นเดียวกัน
- ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการ ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยในการกำหนดค่าปัรบเป็นพินัยให้พิจารณากำหนดโดยคำนึงถึงความร้ายแรงของพฤติการณ์ และตามความเหมาะสมแก่กรณี แต่จะกำหนดค่าปรับเป็นพินัยได้ไม่เกิน 1 ล้านบาท และจะกำหนดค่าปรับเป็นพินัยรายวันได้อีกไม่เกินวันละ 50,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง
โทษทางอาญา
- กรณีผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ พนักงานเจ้าหน้าที่ และผู้แทนที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมดำเนินการตาม พ.ร.บ.นี้ กระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ยาเสพติด สถาบันการเงิน หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การป้องกันและปราบปรามว่ามีการส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ให้รับโทษเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังกล่าว
- ผู้อำนวยการฝ่าฝืนกฎหมาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้ฝ่าฝืนเป็นรองผู้อำนวยการ ระวางโทษแต่เพียงกึ่งหนึ่ง
- ผู้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการกาสิโน ไม่ควบคุมหรือปล่อยปละละเลยให้มีพฤติการณ์ตามมาตรา 82 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ผู้ใดจัดให้มีการเล่นพนันในกาสิโน ผ่านระบบออนไลน์ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับใบอนุญาต รับโทษเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
- ผู้ใดเพิ่มยอดหรือเพิ่มจำนวนคนเล่นพนัน ระวางโทษปรับ 20,000 – 200,000 บาท