วันที่ 17 เม.ย.2568 ศาลจังหวัดขอนแก่น นัดอ่านคำพิพากษาคดีระหว่างพนักงานอัยการ จ.ขอนแก่น ฝ่ายโจทก์ กับนายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ฝ่ายจำเลย ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ ,ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และร่วมกันใช้เอกสารปลอม จากกรณีการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น
เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายเอกราช พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางมารายงานตัวด้วยสีหน้าท่าทางปกติ มีทักทายกับสื่อมวลชนเล็กน้อย ก่อนจะเดินขึ้นศาลเพื่อเข้ารับฟังคำพิพากษา
ทั้งนี้ ศาลอ่านคำพิพากษา นานกว่า 1 ชม. และ มีคำพิพากษาว่าจำเลย ได้ร่วมกันกระทำผิดตาม ม.91 ฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์ ทั้งหมด 5 กระทง ตัดสินจำคุกกระทงละ 3 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพให้ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือกระทงละ 1 ปี 6 เดือนรวม 5 ปี 30 เดือน และ ความผิดตามมาตรา 268 ฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร 21 กระทง ตัดสินจำคุกกระทงละ 6 เดือน โดยจำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือกระทงละ 3 เดือน รวม 63 เดือน รวมโทษจำคุก 5 ปี 93 เดือน
ส่วนที่เงินที่ยักยอกไป 405 ล้านบาท จำเลยได้ชดใช้มาแล้วเพื่อบรรเทาเหตุ ประกอบด้วย
วันที่ 19 ต.ค.2565 รวม 10.5 ล้านบาท
วันที่ 27 ธ.ค.2565 รวม 40 ล้านบาท
วันที่ 28 ธ.ค.2566 รวม 10 ล้านบาท
วันที่ 26 มี.ค.2567 รวม 40 ล้านบาท
โดยให้เงินที่ผ่อนชำระมา นำมาหักเงินต้น และ ให้จำเลยชำระให้หมด
สำหรับการที่โจทย์ยื่นขอออกหมายจับจำเลย จากเหตุการณ์การละเมิดคำสั่ง ในการนัดฟังคำพิพากษาที่ผ่านมา และ จำเลยขอเลื่อน และ อ้างว่าป่วยแต่กลับพบว่าไปประชุมสภาฯ และ ลงพื้นที่ร่วมกับคณะรัฐมนตรีฯ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องแต่กำชับให้จำเลยมาพบศาลตามนัดหมายทุกครั้ง
ซึ่งหลังจากศาลมีคำพิพากษาจำคุก ตำรวจศาลได้ควบคุมตัวนายเอกราชไปที่ห้องคุมขังด้านล่างศาลทันที ขณะที่ทีมทนายความอยู่ในระหว่างเร่งทำเรื่องขอประกันตัว ก่อนที่ในเวลาต่อมา ศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายเอกราช ช่างเหลา ด้วยหลักประกันเงินสด 3 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ที่ล่าสุด ถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี 93 เดือน คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ครูขอนแก่น ทางพรรคภูมิใจไทยจะมีการขับ นายเอกราช ออกจากพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า นายเอกราช ไม่ได้มาทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทยมาเกือบปีแล้ว และขณะนี้ก็เห็น นายเอกราช ไปดำเนินการทางการเมืองในทางของเขา ในฐานะที่เป็นเพื่อน สส. ด้วยกันเห็นใจ ขอส่งกำลังใจให้ แต่ในเรื่องการดำเนินการของกฎหมายมีแนวทางอยู่ และทางพรรคภูมิใจไทยเอง ในการประชุมหารือระหว่างกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค มีการพูดคุยกันเรื่องที่จะเชิญ นายเอกราช ออกจากพรรค เพื่อที่จะได้มีอิสระในทางการเมือง