นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโสสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV HD36 ว่าการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับไต่สวนเรื่องคดี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอนชั้น14 ศาลต้องการจะดูว่าราชทัณฑ์ได้ปฎิบัติตามหมายจำคุกของศาลหรือไม่ หากจำคุกจริงก็ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ กว่าจะเอาใครสักคนหนึ่งเข้าคุกต้องผ่านหลายกระบวนการ
ซึ่งการบังคับโทษก็เป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน ราชทัณฑ์มีหน้าที่ปฏิบัติตามหมายศาลที่สั่งจำคุก จะเอาคนออกจากคุกได้ก็ต้องมีหมายปล่อยจากศาล
ดังนั้น การที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องของราชทัณฑ์อาจจะเป็นความเข้าใจผิดหรือไม่ ซึ่งการที่ศาลรับเรื่องนี้เอาไว้ท่านอาจจะเห็นถึงความผิดปกติของกระบวนการยุติธรรมแล้วก็ได้
สำหรับการต่อสู้ของกรมราชทัณฑ์ อ.ปรเมศวร์ มองว่า ราชทัณฑ์ก็คงจะต่อสู้ว่าตัวเองปฏิบัติตามกฎระเบียบกติกาของราชทัณฑ์ แต่ต้องอย่าลืมว่า กฎหมายราชทัณฑ์ก็เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าการจะออกระเบียบอะไรมา ต้องไม่ขัดกับกำหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ดังนั้น ประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัย คือ 1) ระเบียบของราชทัณฑ์ที่ใช้ส่งตัวนายทักษิณออกไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ขัดกับกฎหมาย ป.วิอาญาหรือไม่ และ 2) นายทักษิณป่วยจริงหรือไม่ ซึ่งศาลคงพิจารณาในประเด็นข้อกฎหมายก่อน
ซึ่งหากว่าพิสูจน์แล้วระเบียบราชทัณฑ์ขัดกับวิธีพิจารณาความอาญา นายทักษิณอาจจะต้องกลับเข้าคุกไปก่อน เพราะถือว่ากระบวนการทุกอย่างที่ตามมา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อ.ปรเมศวร์ ยังระบุด้วยว่า การไต่สวนของศาลครั้งนี้ ศาลค้นหาข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง ถ้าหากศาลเห็นว่าระเบียบราชทัณฑ์มันขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อาจจะมีการเสนอไปถึงที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญระดับประเทศ เป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
ดังนั้น วันที่ 13 มิถุนายน ก็คงยังไม่เห็นคำตอบอะไร คงเป็นเพียงการรวบรวมเอกสารการชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้องก่อน หากยังไม่พอก็อาจจะมีการเรียกเพิ่ม