สะพัด! กกต. จ่อฟัน สว. ล็อตแรก 60 คน คดีฮั้ว สว.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ลือสะพัด! กกต. จ่อลงดาบฟัน 60 สว. ลอตแรก “คดีฮั้ว สว.” เตรียมเรียกตัวให้การเพิ่มเติม 8 พ.ค. นี้

7 พ.ค. 68 มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ซึ่งมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน และมีกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่มาจาก กกต. และดีเอสไอ รวม 7 ราย ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 กระทั่งวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบสวนปากคำพยาน

คอนเทนต์แนะนำ
หมอวรงค์ปูด! แพทยสภาเอาจริงสอบกรณี "ทักษิณ" ชี้อาจหนีอีกรอบ ไม่ยอมกลับเข้าคุก

สะพัด! กกต. จ่อฟัน สว. ล็อตแรก 60 คน คดีฮั้ว สว. ช่างภาพพีพีทีวี
สะพัด! กกต. จ่อฟัน สว. ล็อตแรก 60 คน คดีฮั้ว สว.

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ข้องเกี่ยวของกลุ่มคณะบุคคล , การตรวจสอบเส้นทางการเงินที่สะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ตั้งแต่การเลือก สว. ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ , การกาคะแนน การนับผลคะแนนที่มีการเลือกหมายเลขเดียวกัน ซ้ำ ๆ กันหลายชุด เป็นต้น

เมื่อได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์แล้วพบการกระทำที่เข้าข่ายมีกระบวนการหรือพฤติการณ์ที่ไม่ได้เป็นไปด้วยสุจริตหรือเที่ยงธรรม พบการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จึงส่งหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกอบการพิจารณาตามกฏหมายเลือกตั้ง อาทิ การพิจารณาเพิกถอนสิทธิ สว. นั้น

ล่าสุดมีเสียงลือสะพัดด้วยว่าบรรดา 138 สว. พูดกันว่ามีการเคลียร์กันแล้ว ข้างบนเคลียร์กันแล้ว หลังรู้ตัวว่าภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะถูกเจ้าหน้าที่ กกต. เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายเลือกตั้ง พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. และดีเอสไอ รวม 7 ราย ได้ดำเนินการเก็บพยานหลักฐานสำคัญเข้มข้นมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นการตรวจสอบเชิงลึกอย่างละเอียดรอบคอบ ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏจากคำให้การของพยานและหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์

ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ค.68) กกต. จะมีการทยอยเรียกแจ้งข้อกล่าวหาบรรดาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ล็อตแรกจำนวน 60 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็น สว.คนดัง ตามความผิดกฎหมายเลือกตั้ง พ.ร.ป.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 

รายงานข่าว ระบุอีกว่า ซึ่งบุคคลที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหา ล้วนมีพฤติการณ์และพยานหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิด ไม่ได้ถูกเลือกเป็นสว.โดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือกล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ คือ มาโดยการฮั้ว ซึ่งกระบวน การหลังจากนั้น วุฒิสภาที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ กกต. เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เนื่องจาก กกต. เป็นระบบไต่สวน

ฉะนั้น หากเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วไม่มาพบเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าประสงค์ไม่ให้การชี้แจง แต่จะไม่ถึงขั้นขอศาลออกหมายจับ แต่ กกต. จะเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาเรื่องการทุจริตเพื่อออกใบแดง และส่งเรื่องเพิกถอนสิทธิ สว. ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อไป

ส่วนกรณีที่ดีเอสไอดำเนินการเรื่องความผิดคดีอาญาอื่น คือ ฐานฟอกเงินและอั้งยี่นั้น สำนวนนี้ดีเอสไอคือหัวเรือหลัก ในการสอบสวนบุคคลที่ร่วมกระทำทุจริต รับเงิน เป็นกลุ่มโหวตเตอร์ พลีชีพ จัดฮั้ว ซึ่งเบื้องต้นมีจำนวนหลายร้อยคน ดังนั้น เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้น ดีเอสไอต้องสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่ออัยการส่งศาลอาญารัชดาภิเษก ซึ่งฐานความผิดอาญานี้ ผู้ถูกกล่าวหาสามารถสู้ได้ถึง 3 ศาล คือ ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และศาลฎีกา

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงมหาดไทย กรณีที่ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเรียก สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 60 คน ให้การเพิ่มเติมคดีฮั้วการเลือก สว. ว่า ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับกระทรวงมหาดไทย และตนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอะไรกับฝั่ง สว. เพราะตนเป็น สส. ซึ่งตนไม่ได้กังวลอะไร ไม่เกี่ยวข้องกัน ต้องพยายามไม่ผูกกัน เพราะบางที่สื่อผูกเรื่องกันจนเกิดความสับสนไปหมด

ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยก็จะให้ความร่วมมือในด้านการสืบสวน และสอบสวน กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในเรื่องของการสอบสวนต่าง ๆ ของส่วนราชการ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องของกระทรวงมหาดไทย ไม่ให้ความร่วมมือ และมีการออกคำสั่งต่าง ๆ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ แสดงว่าผิดกฎหมาย ยืนยันว่าให้ความร่วมมือทุกกรณี หากผู้มาขอความร่วมมืออยู่ภายใต้กฎหมายที่ระบุไว้ชัดเจนแล้ว ก็ขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวให้ถูกต้องด้วย

อย่างเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ก็มีความพยายามจะทำให้มีการชนกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม มันไม่มีตรงไหนที่มีความขัดแย้งกันเลย สื่อไปพาดหัวว่า รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมจะฟันผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หากไปดูในข่าวหรือคลิปข่าว ก็ไม่มีคำไหนที่บอกว่าจะฟันผู้ว่าฯ เลย

“การนำเสนอข่าวแบบนี้ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดสู่ประชาชนได้ สิ่งที่ผมยืนยันมาตลอดเวลาว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องให้ความร่วมมือหากได้รับการร้องขอใด ๆ มาภายใต้กฎหมาย หากไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ได้ เมื่อเช้านี้ผมได้ดูการนำเสนอข่าวว่ามีการปะทะกัน ชนกัน ยืนยันว่าไม่มีเลย ต่างคนต่างทำตามหน้าที่” นายอนุทิน กล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ